'สำราญ'จัดหนัก6พรรคฝ่ายแม้วตีกินชิงอ้างมั่ว255เสียงตั้งรัฐบาล


   

28 มี.ค.62 - นายสำราญ รอดเพชร  ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อพรรครวมพลังประชาชาติไทย(รปช.) โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊กว่า หลังเลือกตั้ง 24 มี.ค.มีน้องๆสื่อมวลชน4-5 คน โทรศัพท์มาขอความเห็นเรื่องผลเลือกตั้งโดยเฉพาะกรณีพรรครวมพลังประชาชาติไทยว่าจำนวนที่นั่งได้น้อยกว่าที่คาดหมายใช่หรือไม่ เพราะอะไร รวมทั้งประเด็นสูตรการจัดตั้งรัฐบาล...ซึ่งในนาทีนั้นผมได้แต่ขอโทษน้องๆไปว่า ขอยกยอดไปวันหน้าค่อยว่ากัน..

ถึงวันนี้ก็ขออนุญาตแสดงความเห็นส่วนตัวเล็กๆน้อยๆ

กรณีเรื่องพรรครวมพลังประชาชาติไทย ซึ่งตอนนี้ตัวเลขอยู่ที่ 5 ที่นั่ง ก็ต้องยอมรับว่าเป็นตัวเลขที่ต่ำกว่าความคาดหมายมาก ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ด้วยหลายเหตุปัจจัย ทั้งปัจจัยภายในปัจจัยภายนอก ทราบว่าทางพรรคกำลังจะล้อมวงถอดบทเรียนกันในอีกไม่กี่เพลานี้...ผมในฐานะหนึ่งในสมาชิกพรรคก็รอเสนอความเห็น รอฟังข่าวอยู่...

กรณีการจัดตั้งรัฐบาล ก็ต้องบอกว่าเส้นทางอีกยาวไกล หลังการประกาศผลเลือกตั้งอย่างเป็นทางการภายในวันที่9 พ.ค.โน่นแหละ ทุกอย่างจึงจะเดินหน้าอย่างเป็นรูปธรรม 

หลังประกาศผลเลือกตั้งแล้วภายใน 15 วันให้เรียกประชุมรัฐสภานัดแรก หลังจากนั้นก็จะเป็นการชิงเก้าอี้ประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งใช้เสียงข้างมากของจำนวนส.ส.500 คน จากนั้นตามด้วยการเลือกตั้งนายกรัฐมนตรีซึ่งต้องได้เสียงเกินกึ่งหนึ่งของรัฐสภา (อย่างน้อย 376 เสียง) และสุดท้ายก็จะเป็นการจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งประมาณกันว่าถ้าไม่มีอะไรเป็นอุปสรรคหรือเกิดภาวะ”เดดล็อก”เราจะได้รัฐบาลชุดใหม่ในเดือนมิ.ย.

การแถลงข่าวลงสัตยาบันของ 6 พรรคการเมืองโดยอ้างว่ามีพรรคที่ 7คือพรรคเศรษฐกิจใหม่ด้วย รวม 255 เสียงเมื่อวันที่ 27 มี.ค.ที่ผ่านมาเป็นแค่เกมการเมืองธรรมดาๆ ที่ไม่มีอะไรในกอไผ่มากไปกว่าการประกาศรวมกลุ่มโดยอวดอ้างว่าเป็นฝ่ายประชาธิปไตย ที่สำคัญคือพยายามตอกย้ำตัวเลขจำนวนส.ส.ว่าแต่ละพรรคมีกี่ที่นั่ง ทั้งๆที่ตัวเลขยังไม่นิ่ง และบางพรรคของฝ่ายนี้มีโอกาสที่ตัวเลขจะลดลง การที่นำตัวเลขที่ยังไม่นิ่งมาแถลงข่าวก่อน ใช่หรือไม่ว่าเป็นการตีกินทางการเมือง จะได้โวยวายในภายหลังหากตัวเลขลดลง ทั้งๆที่ระดับกุนซือในพรรคเพื่อไทยก็รู้ดีว่าตัวเลข 137 ที่นั่งของพรรคเพื่อไทยกับคะแนน 7.4ล้านเสียง(โดยประมาณ)นั้นเป็นตัวเลขส.ส.ที่เกินจำนวน”จะพึงมี”ไปเกือบ 20 ที่นั่ง ทำให้เกิดภาวะ”over hang” ซึ่งกกต.จะต้องงัดมาตรา 128 ของพรป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.2561 มาคิดคำนวณจำนวนส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรคต่างๆใหม่ ด้วยสูตรใหม่ ค่าเฉลี่ยใหม่...

พูดถึงการประกาศผลเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญใหม่กำหนดให้ประกาศผลอย่างเป็นทางการอย่างน้อย 95 เปอร์เซ็นต์ภายในเงื่อนเวลาที่กำหนด การประกาศคะแนนยังไม่ใช่การประกาศผลรับรองอย่างเป็นทางการ ดังนั้นวันนี้กกต.ต้องออกมาแถลงให้ชัดเจนถึงสิ่งนี้ รวมทั้งหลักการใหญ่ในการคิดคำนวณจำนวนส.ส.โดยเฉพาะส.ส.ระบบบัญชี รายชื่อ และบอกกล่าวเสียให้ชัดว่าคะแนนยังไม่นิ่ง ห้ามพรรคการเมืองที่เห็นแก่ตัว เอาแต่ได้เอาไปตีกินหรือเอาไปโมเม

กกต.มีสิทธิ์ที่จะบอกด้วยว่า การประกาศผลเลือกตั้งภายในวันที่ 9 พ.ค.นั้นจะต้องคำนึงถึงกิจกรรมทางการเมืองที่จะเกิดตามมา จะต้องไม่ทับซ้อนกับงานสำคัญของบ้านเมืองช่วงวันที่ 4-6 พ.ค.ซึ่งจะมีทั้งพระราชพิธีและพิธีที่เกี่ยวเนื่องก่อนและหลังด้วย ดังนั้นการประกาศคงจะเกิดขึ้นหลังวันที่ 6 พ.ค.

ที่สุดของที่สุด..ก็พอจะกล่าวได้ว่าเมื่อมานับคะแนนกันใหม่ตามมาตรา 128 คะแนนพรรคที่อ้างว่าเป็นประชาธิปไตยจะลดลง โดยเฉพาะพรรคอนาคตใหม่จะหดลง...และหากจะให้คาดหมายการจัดตั้งรัฐบาล ผมยังเชื่อว่าพล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา จะมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้งและจัดตั้งรัฐบาลได้ แต่จะมีเสถียรภาพแค่ไหนอย่างไรนั้น..ขอดูกันฉากต่อฉากดีกว่า..น่าเสียวไส้อยู่ไม่น้อย

อนึ่ง กราฟฟิกที่นำมาเสนอเป็นของนสพ.กรุงเทพธุรกิจ ก็ไม่ได้เป็นตัวเลขที่นิ่งแต่อย่างใด แต่ถือว่าอัพเดทที่สุด ณ วันนี้ ขอขอบพระคุณมาณ ที่นี้ด้วยครับ.


ทำไมต้องแก้รัฐธรรมนูญ?     เป็นข่าวใหญ่โตว่า ประชาธิปัตย์ถูกหักหลัง  เพราะนโยบายรัฐบาล ไม่พูดถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามที่ประชาธิปัตย์เสนอหรือถ้ามี ก็ไม่ใช่นโยบายเร่งด่วน 

จับ 'อุตตม' เป็นตัวประกัน?
ทำไม 'ธนาธร' เดินสายต่างประเทศ?
"ครม.ปู" ดีกว่า "ครม.ลุง" จริงหรือ?
เศรษฐกิจ 'ชี้ขาด' รัฐบาลลุงตู่
ทักษิณ 'วางมือหรือวางเพลิง'
นัยการ 'ไป' ของธนาธร