ทนายแดงแขวะ'สมชาย แสวงการ'โชว์แอคชั่นล่า'ยิ่งลักษณ์'หวังรางวัลอะไร


เพิ่มเพื่อน    

แฟ้มภาพ นายวิญญัติ ชาติมนตรี

16 ก.พ.61-นายวิญญัติ ชาติมนตรี เลขาธิการสมาพันธ์นักกฎหมายเพื่อสิทธิเสรีภาพ (สกสส.)  โพสต์เฟซบุ๊คส่วนตัวหัวข้อ "#กฎหมายไม่เหมือนชาวบ้าน_เขาจะยอมรับ?" มีเนื้อหาระบุว่า ท่านนายกประยุทธ์ เรียกร้องให้ต่างชาติเคารพหลักสิทธิมนุษยชน โดยยกคำปาฐกถาพิเศษ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในงานวันสิทธิมนุษยชนสากลเพื่อประกาศ “วาระแห่งชาติ: สิทธิมนุษยชนร่วมขับเคลื่อน Thailand 4.0 เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน” ในวันจันทร์ที่ 12 กุมภาพันธ์ 2561 มีความบางตอนว่า

“ผ่านมารัฐบาลไม่ได้ละเลยต่อการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชน” ผมเชื่อว่า รัฐบาลเอาจริงเอาจังอยู่นะ  ถึงขนาดจัดงานเพื่อให้เข้าใจเรื่องสิทธิมนุษยชน แต่ไฉนเอาเข้าจริงทำไมรัฐบาลจึงปล่อยให้ คสช. ใช้อำนาจจำกัดสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น  สิทธิในการชุมนุม  กระทำการต่างๆ ละเมิดสิทธิมนุษยชนได้ใช่หรือไม่ ล่าสุด นายทหารของ คสช. คนเดิม เดินหน้าแจ้งความดำเนินคดีกับประชาชนที่อยากเลือกตั้ง วัตถุประสงค์ที่เรียกร้องก็ไม่ได้ผิดกฎหมายหรือจะกระทบความมั่นคงของรัฐ เวลาอยากให้คนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง ยังมีการรณรงค์ให้เข้าคูหา แล้วการที่คนอยากให้เลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ มันจะผิดกฎหมายที่ตีความกันเลอะเทอะ ก็ไม่ต้องคุยเรื่องสิทธิมนุษยชนแล้วครับ อย่างนี้รัฐบาลเข้าข่ายละเลยด้านสิทธิมนุษยชนเต็มๆ ถ้ายังเมินเฉยเรื่องนี้

นอกจากนี้ ท่านนายกฯ กล่าวให้สัมภาษณ์ว่า “เรื่องเหล่านี้จะต้องดำเนินการอย่างไร หลายประเทศมองเป็นเรื่องภายในแต่ละประเทศ แต่ผมมองว่า ประเทศไทยเองก็มีศักดิ์ศรี มีความเป็นมนุษย์  ใครที่ละเมิดกฎหมาย และมาทำผิดในประเทศไทยก็ดำเนินคดี และมีการส่งตัวกลับไปตามกฎหมาย ไปลงโทษที่ประเทศต้นทาง ดังนั้น ทุกประเทศก็น่าจะเคารพในสิ่งเหล่านี้ อย่าให้มีความเคลื่อนไหวของคนที่ทำผิดกฎหมาย  ไทยเคารพกฎหมายของประเทศอื่น ดังนั้น ประเทศอื่นก็ควรเคารพกฎหมายประเทศไทยด้วยเช่นกัน ถึงจะเรียกว่านั่น คือศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของไทย” หากมองปัญหาด้วยความเป็นจริง  เพราะ #กฏหมายเราไม่เหมือนชาวบ้านเขา_แล้วจะให้เขายอมรับเราได้อย่างไร นี่ยังไม่นับรวมกับการแก้ไขกฎหมายให้ย้อนหลังไปดำเนินคดีและไม่ให้คดีหมดอายุความนะครับ

สองวันต่อมามีข่าวว่า นายสมชาย  แสวงการ ที่เรียกใครต่อใครมาเข้ารายงานความคืบหน้าการติดตามอดีตนายกรัฐมนตรีแล้วใช่หน้าที่ของ สนช.? นายสมชายฯไม่รู้จริงๆ หรือว่าแกล้งไม่รู้ว่า ทำไม่ได้

นายสมชาย แสวงการ เป็นรองประธานคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ เคยศึกษาหรือตระหนักถึงหลักสากลและการยอมรับจากประเทศต่างๆ ที่มีระบบกฎหมายเป็นสากลหรือไม่ สนช. ทั้งหลาย อาจจะรวมถึงนายสมชายฯ ด้วย ที่ยอมผ่านกฎหมายไม่เหมือนชาวบ้านประเทศอื่นเขา ทั้งๆ ที่ตัวแทนจากศาลยุติธรรม ได้เสนอแก้ปัญหาการอุทธรณ์คำพิพากษาให้มีการอุทธรณ์คำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง โดยเสนอให้เริ่มการพิจารณาคดีที่ศาลอุทธรณ์ จากนั้นให้อุทธรณ์คำพิพากษาไปสู่ศาลฎีกา แต่กลับปรากฏว่า กรธ. (ชุดแรก) และ สนช. ก็ปฏิเสธข้อเสนอของศาลยุติธรรมใช่หรือไม่

ตั้งแต่รัฐธรรมนูญ 2540 เป็นต้นมา ถึง 2550 และล่าสุด 2560 ความไม่เป็นธรรมแก่บุคคลที่ถูกดำเนินคดีอาญาต่อ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเพราะได้รับการพิจารณาพิพากษาเพียงชั้นศาลเดียว ทำให้ไม่สามารถอุทธรณ์คำพิพากษาคดีอาญาต่อศาลสูงได้ แม้ในรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 195 วรรคสี่และวรรคห้า จะกำหนดให้อุทธรณ์คำพิพากษาศาลฎีกาฯ ต่อที่ประชุมใหญ่ฎีกาได้ก็ตาม #ในทางปฏิบัติที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาก็มิได้พิจารณาคดีที่อุทธรณ์จริง    

แต่ที่กฏหมายบัญญัติให้ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาเลือกองค์คณะอีก 9 คน มาพิจารณาอุทธรณ์เท่านั้น ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาจึงมิได้เป็นผู้พิจารณาอุทธรณ์แต่อย่างใด โดยทางหลักการจึงไม่ใช่การอุทธรณ์ต่อศาลสูงได้อย่างแท้จริง ก็เป็นเพียงศาลชั้นเดียวเหมือนเดิม ส่วนการร่างให้รัฐธรรมนูญ ว่าสามารถอุทธรณ์คำพิพากษาได้  ตามรัฐธรรมนูญฯ 2560 มาตรา 195 จึงถูกมองว่าเป็นเพียงการอำพรางให้เห็นว่า ระบบกฎหมายไทยเปิดทางให้มีสิทธิอุทธรณ์ได้ เพื่อลดเสียงวิพากษ์วิจารณ์หรือการไม่ยอมรับจากต่างประเทศว่ามีความเป็นสากล   ไม่ให้ขัดต่อกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมืองข้อ 14 เท่านั้น แต่ความจริงแล้วหาได้เป็นเช่นนั้นไม่

#สังเกตได้จากการไม่ได้รับความร่วมมือหรือมีปฏิกิริยาตอบรับจากต่างประเทศ ทั้งที่กระทรวงการต่างประเทศและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพยายามส่งสารอย่างเป็นทางการไปเพื่อติดตามตัวอดีตนายกรัฐมนตรี  นี่คือตัวอย่างที่เห็นได้ชัด

การที่ สนช. อย่างนายสมชาย แสวงการ พยายามแอ็คชั่นหรือสร้างโชว์ผลงาน เรียกหน่วยงานราชการต่างๆมา เพื่อระดมกำลังหรือให้รายงานผลการติดตาม ก็อาจเป็นเพียงจะกดดันข้าราชการให้สนองความต้องการที่ไม่เป็นไปตามหลักสากล ที่ทำแบบนี้หวังรางวัลอะไร?"


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.