ปชช.พร้อมรอคนดีปกครองปท.


   


    ซูเปอร์โพลเผย ปชช.ส่วนใหญ่รอผลนับคะแนนอย่างเป็นทางการได้ถ้าได้คนดีปกครองบ้านเมือง ทำให้ประเทศชาติสงบสุข "สุวิทย์" นำทีม พปชร.แห่ขอบคุณชาวสงขลา ฮือฮา! เกิดพระอาทิตย์ทรงกลด ลั่นหลังตั้งรัฐบาล 100 วันผลงานต้องเป็นรูปธรรม โวพรรคเล็กพร้อมหนุน "บิ๊กตู่" นั่งนายกฯ  "เพื่อแม้ว" ซัด กกต.คำนวณ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ตามอำเภอใจ นัดถกฝ่ายกฎหมายคำนวณใหม่ "อนค." จับว่าที่ ส.ส.ลงสัตยาบันหนุนนายกฯ ตามมติพรรค ห้ามทรยศ "ถาวร" เตือน ปชป.เป็นฝ่ายค้านอิสระจัดตั้งรัฐบาลไม่ได้เกิดความวุ่นวายเข้าทางทักษิณ 
    เมื่อวันอาทิตย์ นายนพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล นำเสนอผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง ความสงบสุขของบ้านเมือง กรณีศึกษาประชาชนคนวัยทำงานทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ  จำนวน 1,059 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 25-30 มีนาคมที่ผ่านมา พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 82.7 ระบุควรรอผลการนับคะแนนอย่างเป็นทางการ หลัง 9 พฤษภาคม ในขณะที่ร้อยละ 17.3 ระบุควรจัดตั้งรัฐบาลทันที นอกจากนี้ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 85.9 ระบุอยากเห็นความรัก ความสามัคคีของคนในชาติมากกว่า ในขณะที่ร้อยละ 14.1 อยากเห็นรัฐบาลใหม่ มากกว่า 
    ที่น่าพิจารณาคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 98.2 ต้องการรักษาความสงบสุขของบ้านเมืองมากกว่า ในขณะที่เพียงร้อยละ 1.8 เท่านั้นที่ต้องการรักษาพรรคการเมืองที่ชอบมากกว่า 
    นอกจากนี้ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 74.5 ระบุ คุณลักษณะของผู้บริหารประเทศที่ต้องการคือ เป็นคนดี ซื่อสัตย์สุจริต ไม่มีประวัติด่างพร้อย ไม่หลอกลวงประชาชน รองลงมาคือร้อยละ 72.7 ระบุไม่ก่อความขัดแย้งในสังคม ดูแลบ้านเมืองสงบสุข เชื่อมประสานได้ทุกฝ่าย, ร้อยละ 71.8 แก้ปัญหาปากท้องได้, ร้อยละ 69.7 กล้าตัดสินใจ, ร้อยละ 53.2 พูดจาดีมีหลักการ และร้อยละ 27.8 อื่นๆ เช่น มีความรับผิดชอบ จิตใจดี ช่วยเหลือผู้อื่น การศึกษาดี ร่ำรวย เป็นต้น
    เมื่อถามว่า ถ้าคนที่ตัดสินใจเลือกไปแล้วมารู้ทีหลังว่าเป็นคนไม่ดี จะยังคงสนับสนุนต่อไปหรือไม่ พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 98.5 ระบุว่าไม่สนับสนุน ในขณะที่ร้อยละ 1.5 ระบุว่ายังคงสนับสนุน ตามลำดับ
     ที่ จ.สงขลา แกนนำพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นำโดยนายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รองหัวหน้าพรรค และทีมกรรมการบริหารพรรค ขึ้นรถแห่ขอบคุณประชาชนชาวสงขลา โดยตลอดเส้นทาง แกนนำและผู้สมัคร ส.ส. ของพรรคได้สลับกันกล่าวขอบคุณประชาชนที่ได้ให้การสนับสนุนพรรค พปชร. จนทำให้ได้จำนวน ส.ส. ถึง 4 คนใน จ.สงขลา และรวม 13 คนในภาคใต้ และยังขอบคุณประชาชนชาวสงขลาและภาคใต้ที่สนับสนุนนายกฯ ลุงตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ ต่อ
    ทั้งนี้ ในระหว่างขึ้นรถแห่ในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่นั้น เกิดปรากฏการณ์พระอาทิตย์ทรงกลด เป็นบริเวณกว้าง สร้างความหวัง กำลังใจ มั่นใจกับทีมพรรคมากยิ่งขึ้น
    จากนั้นช่วงบ่าย ที่ศูนย์ประสานงานเลือกตั้งพรรค พปชร. อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา นายสุวิทย์ เมษินทรีย์, พ.อ.สุชาติ จันทรโชติกุล ผอ.ศูนย์ประสานงานพรรคฯ พบและประชุมว่าที่ ส.ส.และผู้สมัคร ส.ส.พรรค พปชร.ภาคใต้ 50 คน โดยนายสุวิทย์กล่าวตอนหนึ่งว่า การเลือกตั้ง ส.ส.ที่ผ่านมา เป็นความมหัศจรรย์ที่ทำให้การเมืองในภาคใต้เกิดการเปลี่ยน แต่การเมืองยังต้องเดินทางอีกยาวไกล ขณะนี้มีเสียงออกมาก้ำกึ่ง 2 ขั้ว แต่ตนอยากให้ความสำคัญพระราชพิธีฯ มากกว่า การเมืองไว้หลังวันที่ 9 พ.ค.จะมีความชัดเจนมากขึ้น และมองข้ามไปอีกซ็อต ในอนาคตแนวการต่อสู้จะเกิดขึ้นระหว่างพรรคพลังประชารัฐและพรรคอนาคตใหม่ โครงสร้างของการเมืองเปลี่ยนไปแล้ว ขอให้ว่าที่ ส.ส.อย่างนิ่งนอนใจกับกระแสคนรุ่นใหม่
ภายใน 100 วันมีผลงานชัด
    นายสุวิทย์ให้สัมภาษณ์ด้วยว่า ว่าที่ ส.ส.ไม่นิ่งนอนใจ ต้องทำตามสัญญาประชาคมให้ไว้กับประชาชน ต้องเดินหน้าให้เป็นรูปธรรม สามารถจับต้องได้ภายใน 100 วันหลังจากได้รัฐบาลแล้ว โดยเฉพาะยุทธศาสตร์ของภาคใต้ คิดถึงการกระจายอำนาจและการกระจายโอกาส โดยเจาะเมืองใหญ่ สามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน 
    ด้านนายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษกพรรคพปชร. กล่าวว่า พปชร.มั่นใจว่าจะสามารถรวบรวมเสียงเพื่อจัดตั้งรัฐบาลได้อย่างแน่นอน เพราะพรรคที่เราประสานต้องการให้ประเทศสงบ ให้ประเทศชาติเดินไปข้างหน้า เป็นการทำความดีเพื่อบ้านเมืองและประชาชน ไม่ให้คนที่ทำให้บ้านเมืองเสียหายมาปกครองบ้านเมือง ตนมีโอกาสแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับหัวหน้าพรรคเล็กบางพรรคที่ได้ 1 เสียง ซึ่งต่างก็เห็นด้วยที่จะสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ทำงานต่อเพื่อสร้างความมั่นคง มั่งคั่งให้กับประเทศ ส่วนใหญ่มองว่าสถานการณ์แบบนี้ไม่มีใครเหมาะเท่า พล.อ.ประยุทธ์ ช่วงนี้เป็นช่วงที่พี่น้องคนไทยมีความสุข เนื่องจากจะมีงานพระราชพิธีที่สำคัญที่พี่น้องคนไทยเฝ้ารออีกด้วย ดังนั้นขอให้ประชาชนเป็นกำลังใจให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการจัดงานครั้งนี้ด้วย
    นายสัมพันธ์ เลิศนุวัฒน์ ประธานยุทธศาสตร์เลือกตั้งพรรคพลเมืองไทย ให้สัมภาษณ์ถึงผลการเลือกตั้งของพรรคที่ได้ 1 ที่นั่งในสภา หลัง กกต.เปิดเผยผลการนับคะแนนการเลือกตั้ง 100 เปอร์เซ็นต์ อย่างไม่เป็นทางการ ถึงการกำหนดจุดยืนในการร่วมรัฐบาลหรือฝ่ายค้านว่า ยังไม่มีการพูดคุยกับกรรมการบริหารพรรค เนื่องจากวันที่ 6 เม.ย.นี้ จะมีการประชุมใหญ่พรรค ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น เพื่อเลือกกรรมการบริหารชุดใหม่ รวมถึงการกำหนดแนวทางทางการเมืองของพรรค ซึ่งผู้ที่ได้รับเลือก 1 เสียงของพรรคนั้น ก็ต้องทำตามมติของพรรคอยู่แล้ว ส่วนกระแสข่าวการร่วมหารือของ 10 พรรคการเมืองเล็กที่นำโดย พล.ต.ทรงกลด ทิพย์รัตน์ หัวหน้าพรรคพลังชาติไทยนั้น ยังไม่มีการติดต่อมา รวมถึงพรรคการเมืองอื่นๆ ด้วย อย่างไรก็ตาม ทุกพรรคมีการพูดคุยหารือกันอยู่แล้ว แต่ไม่ได้พูดรายละเอียดถึงขั้นว่าจะรวมกับพรรคใด
    นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย(พท.) กล่าวถึงข้อความตอนหนึ่งในสารของ พล.อ.ประยุทธ์ ถึงประชาชนชาวไทยว่า ผู้ที่มีสิทธิ์ตามกฎหมายจะเลือกว่าใครดี และจะให้ใครมาบริหารบ้านเมือง ก็คือประชาชนมิใช่หรือที่มีสิทธิ์นั้น พรรคเพื่อไทยเคารพสิทธิ์ประชาชนเป็นผู้ตัดสินใจในการเลือกคนเลือกพรรคการเมืองที่ประชาชนมองว่าดีที่สุดไปทำหน้าที่แทน ทั้งฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติ โดยการใช้สิทธิ์ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งตลอดมา การเลือกตั้ง 24 มีนาคม 2562 ประชาชนได้มอบฉันทานุมัติเลือก ส.ส.พรรคเพื่อไทยจำนวนมากที่สุด 137 คน ทุกคนย่อมมองเห็นแล้วว่าประชาชนเลือกใครให้มาบริหารประเทศ
พท.คำนวณสส.ปาร์ตี้ลิสต์ใหม่
    "ขณะนี้ได้เกิดความผิดปกติขึ้นมากมายประชาชนกำลังส่งเสียงให้รับรู้กันว่า เป็นการไม่ไว้ใจประชาชน ไม่เคารพสิทธิ์เสียงของประชาชน จะเห็นได้ว่าในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา มีการใช้อำนาจรัฐอย่างไร้ขีดจำกัด แต่ก็ยังไม่สามารถทำให้ประชาชนไว้ใจได้ ทำให้เกิดความล้มเหลวมากน้อยแค่ไหน ประเทศชาติเสียหายอย่างไรบ้าง สิ่งเหล่านี้เชื่อว่าประชาชนรู้ดีว่าใคร พรรคการเมืองใดเหมาะสมเข้ามาบริหารประเทศ ดังนั้นผู้ที่มีอำนาจและยังต้องการสืบทอดอำนาจ ควรหยุดเล่ห์เหลี่ยมเอาเปรียบทางการเมืองเสียที" นางลดาวัลลิ์กล่าว
    นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด คณะทำงานสื่อสารการเมืองพรรค พท. กล่าวถึงกรณีนายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำ พปชร. ระบุความพยายามในการตั้งรัฐบาลของพรรค พท.เป็นการสู้เฮือกสุดท้าย ว่าพรรคเพื่อไทยพร้อมปฏิบัติตามกติกา ไม่เชื่อว่าจะมีพรรคการเมืองใดที่ไม่เชื่อมั่นระบบรัฐสภา จนนำม็อบออกมากลางถนน ในทางกลับกัน ต้องถามว่าพรรค พปชร.สามารถเจรจาต่อรองพรรคร่วมรัฐบาลได้เสียงเพิ่มขึ้นจาก 117 ที่นั่งแล้วหรือไม่ และถ้าไม่สามารถนำไปสู่การจัดตั้งรัฐบาลได้ พปชร.จะก่อม็อบชัตดาวน์ประเทศอีกหรือไม่ เพราะแกนนำ กปปส.หลายคน วันนี้มาเป็นแกนนำพรรค พปชร. ผสานเสียงกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ที่ขู่ประชาชนว่าถ้าพรรคฝ่ายประชาธิปไตยได้รับเลือกตั้ง จะนำม็อบออกสู่ท้องถนนอีกครั้ง 
    นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรค พท. กล่าวว่า วันที่ 1 เม.ย. เวลา 10.00 น. แกนนำพรรคพร้อมด้วยฝ่ายกฎหมายของพรรค จะหารือข้อกฎหมายเกี่ยวกับวิธีการคำนวณ ส.ส. ที่ขณะนี้ยังเป็นปัญหาอยู่ โดยเรามองว่าสูตรการคำนวณ ส.ส.ของ กกต.อาจเป็นการคำนวณที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมายเลือกตั้ง ดังนั้นทางพรรคจะหารือกัน พร้อมทั้งเอาตัวเลขมาคำนวณตามกฎหมาย เพื่อดูว่าแต่ละพรรคควรจะได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อเท่าไหร่ ขณะเดียวกันก็ต้องรอให้ทางกกต.ออกมาชี้แจงว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ก่อนจะมาคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ โดยใช้หลักตามอำเภอใจ เพื่อสนับสนุนใครคนใดคนหนึ่งคงจะไม่ได้ 
        "ในส่วน 7 พรรคการเมืองที่เคยประกาศจับมือกันตั้งรัฐบาลนั้น ขณะนี้ก็ยังเป็นไปอย่างมั่นคง ไม่มีปัญหาอะไร ส่วนจะมีงูเห่าเกิดขึ้นหรือไม่นั้น ก็มีความพยายามจากฝั่งตรงข้ามในการดูด ส.ส.ของพรรค แต่ในการประชุมพรรคสัปดาห์ที่ผ่านมา เราได้ให้ผู้สมัครส.ส.ทั้งหมดลงนามคำปฏิญาณตนว่าจะไม่สนับสนุนการสืบทอดอำนาจของ พล.อ.ประยุทธ์ ดังนั้นหากใครย้ายไปอยู่กับฝั่งตรงข้าม ก็จะเสียคนไปเอง" นายภูมิธรรมกล่าว 
    ที่ จ.ชลบุรี นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) กล่าวในการงานสัมมนาว่าที่ ส.ส.พรรค อนค. เมื่อวันที่ 30 มี.ค. ถึงกรณีมีกระแสข่าวว่าที่ ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ตอนนี้มีราคาตลาด 10 ล้านบาทขึ้นไปว่า เงินจำนวนนี้อาจจะเอาไปทำอะไรได้หลายอย่าง ถ้ารับไปจะทำให้ชีวิตดีขึ้น แต่คำถามที่อยากให้ถามตัวเองคือ การมารวมกันที่นี่เพราะอยากมีอนาคตดีขึ้นคนเดียวเท่านั้นหรือไม่ หรือเข้ามาเพราะอยากให้ชีวิตความเป็นอยู่ของคนส่วนใหญ่ทั้งประเทศดีขึ้น คุณมีทางเลือกที่จะหยิบเงินจำนวน 10 ล้านนั้น แล้วหันหลังให้เพื่อนเราในห้องนี้และจากไป หรือปฏิเสธมันแล้วนั่งอยู่กับเราทุกคนในห้องนี้ และร่วมกันยืนยันว่าอนาคตที่เราอยากเห็น คือสิ่งที่เราจะร่วมกันสร้างขึ้นมาผ่านพรรคการเมืองที่เข้มแข็ง 
    "ช่วงเวลาหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญอย่างนี้ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องยืนยันจุดยืนของพรรคให้มั่นคงแข็งแรง เราจะไม่ยอมให้ก้าวแรกของพรรคอนาคตใหม่ในสภาผู้แทนราษฎรต้องเสื่อมเสีย แปดเปื้อน ผมจึงขอเรียกร้องให้ทุกคนร่วมลงสัตยาบันร่วมกัน" นายธนาธร กล่าว 
อนค.ลงสัตยาบันห้ามแตกแถว
    จากนั้น นายธนาธรได้อ่านคำประกาศสัตยาบันของสมาชิกพรรคอนาคตใหม่ที่เป็น ส.ส. ซึ่งระบุว่า ด้วยข้าพเจ้าตามรายชื่อท้ายคำประกาศนี้ ขอให้สัตย์ปฏิญาณในการปฏิบัติหน้าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ดังนี้ คือ จะสนับสนุนและผลักดันบุคคลที่สมควรดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีตามมติของพรรคอนาคตใหม่ และจะไม่เสนอชื่อหรือให้ความเห็นชอบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีอย่างเด็ดขาด เพื่อยุติการสืบทอดอำนาจของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) รวมถึงจะสนับสนุนการลบล้างผลพวงรัฐประหารของ คสช. สนับสนุนให้มีการปฏิรูปกองทัพให้สอดคล้องกับหลักการประชาธิปไตย ยึดมั่นในอุดมการณ์ของพรรคอนาคตใหม่ทุกประการ และจะต่อสู้ร่วมกันจนกว่าจะได้รัฐธรรมนูญใหม่ที่อำนาจสูงสุดเป็นของประชาชนอย่างแท้จริง
    นายธนาธรได้โพสต์ในเฟซบุ๊ก เป็นภาพการสัมมนาว่าที่ ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ที่ จ.ชลบุรี จากเพจพรรคอนาคตใหม่ - Future Forward Party พร้อมข้อความว่า “ฉะนั้น ข้าพเจ้าจะไม่ทรยศต่อประชาชนซึ่งเป็นเจ้าของอำนาจสูงสุดโดยเด็ดขาด” ว่าที่ ส.ส. “อนาคตใหม่” ลงนามสัตยาบัน-ประกาศ 5 ข้อ “ยุติสืบทอดอำนาจ-ลบล้างผลพวงรัฐประหาร-ปฏิรูปกองทัพ-ยึดอุดมการณ์พรรค-เดินหน้าทวงคืนอำนาจให้ ปชช.” ปรากฏว่ามีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก
    ขณะที่นายชูชาติ ศรีแสง อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา โพสต์เฟซบุ๊กมีเนื้อหาว่า กรณีของนายธนาธร ที่มีหลักฐานของทางราชการว่า เป็นผู้ถือหุ้นบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด การที่นายธนาธรอ้างว่าบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด ไม่ได้ผลิตหนังสือพิมพ์แล้ว น่าจะไม่ใช่ประเด็นที่ต้องพิจารณา เพราะตราบใดที่บริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด ยังไม่จดทะเบียนเลิกบริษัทหรือจดทะเบียนเปลี่ยนวัตถุประสงค์ของบริษัทโดยยกเลิกการประกอบกิจการเกี่ยวกับหนังสือพิมพ์หรือสิ่งพิมพ์ ก็ต้องถือว่าบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด ยังประกอบกิจการอยู่ และวัตถุประสงค์ดังกล่าวก็ยังมีอยู่เช่นเดียวกัน หลังจากมีผู้ไปยื่นคำร้องต่อ กกต.ให้พิจารณาเรื่องนี้ มีข่าวว่าเจ้าหน้าที่ของ กกต.กำลังขอเอกสารจากหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องแล้ว น่าเชื่อว่าคงไม่นานก็จะรู้ว่า กกต.มีความเห็นอย่างไร เพราะพยานหลักฐานเป็นเอกสารราชการ จึงไม่ยากที่จะตรวจสอบ      
        นายชูชาติระบุด้วยว่า ส่วนกรณีที่นายธนาธรกล่าวดูหมิ่นศาลหรือผู้พิพากษาในการพิจารณาหรือพิพากษาคดี ก็มีข่าวไปในทางที่ดีเช่นเดียวกัน 
ตั้ง รบ.ไม่ได้เข้าทางแม้ว
    นายถาวร เสนเนียม ว่าที่ ส.ส. สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า ภายหลังการเลือกตั้งตนได้ติดตามพฤติกรรมของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่เอาชนะ ไม่ว่าทางตรงทางอ้อม ความเคลื่อนไหวของกลุ่มต่างๆ หรือการปล่อยข่าวว่ามีการโกงการเลือกตั้ง มีแนวทางแปลกๆ นำไปสู่การทำลายความมั่นคง ทั้งที่พรรคเพื่อไทย พรรคอนาคตใหม่ ไม่มีพยานหลักฐานมาพิสูจน์
    “ดังนั้นการที่จะเดินเกมของนักการเมืองที่จะทำให้จัดตั้งรัฐบาลไม่ได้ เป็นสิ่งที่จะเข้าทางนายทักษิณ ถ้าพรรค ปชป.จะเป็นฝ่ายค้านอิสระ จะไม่มีสิทธิได้เป็นฝ่ายค้าน เพราะเมื่อไม่มีรัฐบาลที่มีเสถียรภาพ ก็จะเข้าทางการทำให้เกิดความวุ่นวาย เข้าทางนายทักษิณแน่นอน” นายถาวรกล่าว 
    นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ว่าที่ ส.ส.ตรัง พรรคปชป. โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุถึงกรณีที่ปชป.หารือกับอดีต ส.ส. และว่าที่ ส.ส.ของพรรค เมื่อวันที่ 29 มี.ค.ที่ผ่านมาว่า ได้ให้ความเห็นกับที่ประชุม ตามความคิดเห็นของคนเขต 2 ไปแล้วว่า เราน่าจะสนับสนุนให้มีการจัดตั้งรัฐบาลให้ทำงานได้ เพื่อมาแก้ปัญหาของประชาชน และต้องดูแลประเทศจากคนที่คิดไม่ดี แต่พรรคควรเน้นว่าประชาชนต้องการแก้ปัญหาราคายาง ปาล์ม ข้าว ข้าวโพด มันสำปะหลัง เป็นหลัก และยังเสนอว่าพรรคต้องถอดบทเรียนและมาปฏิรูปพรรคกันใหม่   
    โดยมีประชาชนเข้ามาแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก ซึ่งฝ่ายที่เห็นด้วยกับการให้ไปร่วมรัฐบาล และฝ่ายที่ต้องการให้ทำหน้าที่ฝ่ายค้านในสภา โดยฝ่ายที่ต้องการให้ไปเป็นฝ่ายค้านนั้นมีจำนวนมากกว่าเล็กน้อย
    พล.ท.นันทเดช เมฆสวัสดิ์ กรรมการบริหารพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) โพสต์เฟซบุ๊กแสดงความคิดเห็นกรณีนายพริษฐ์ วัชรสินธุ หรือ “ไอติม” สมาชิกพรรค ปชป. และกลุ่มนิวเดม เสนอให้พรรค ปชป.เลือกเป็นฝ่ายค้านอิสระว่า การที่ไอติมออกมาพูดขอให้พรรค ปชป.ยอมเป็นพรรคฝ่ายค้านอิสระนั้นฟังดูแล้วเหมือนจะดี แต่ก็จะเป็นผลทำให้การจัดตั้งรัฐบาลของพรรคการเมืองตรงข้ามฝ่ายเครือข่ายทักษิณตกอยู่ในสภาพที่เป็นไปเกือบไม่ได้ ความยุ่งยากก็จะเริ่มต้นขึ้นในประเทศไทยทันที
    "ลืมการร้องเพลงชาติหน้าเสาธงตอนเด็กๆ แล้วหรือไอติม ว่าเนื้อเพลงมันว่าอย่างไร หรือไม่ก็ออกไปอยู่อนาคตหมดเสียเลย" พล.ท.นันทเดชระบุ.


เอ่อ.......... ไม่รู้จะคุยอะไร เห็นบางพรรค บาง ส.ส.ทั้งแย่ง ทั้งทวง ทั้งขู่ จะเอาเก้าอี้รัฐมนตรีกัน

เรื่องพานกับ 'คนนอกคอก'
ประชาธิปไตย 'พานไหว้ครู'
โลกจะสวยด้วย "จิตให้"
'แม่มด' หรือคน 'คดแผ่นดิน'
'ด้วยยินดีและสิ่งที่ห่วงใย'
'๑ หญิง ๒ ชาย' ที่ไปด้วยกัน