'บิ๊กตู่'ฮึ่ม!อย่าทำให้วุ่นวาย


เพิ่มเพื่อน    


    "บิ๊กตู่" ขอทุกฝ่ายฟัง กกต.ชี้แจง บอกอย่าทำให้วุ่นวายมากกว่านี้ "ประวิตร" หนุนทำงานดีแล้ว "วิษณุ" ระบุถอดถอน กกต.ต้องผ่านการสอบสวนก่อน มั่นใจเลือกตั้งไม่เป็นโมฆะ "อนค." จี้เปิดผลนับคะแนนรายหน่วย "พท." โวยรีบแจกใบเหลือง-แดง ซัดต้องทำทุกข้อสงสัยให้เคลียร์ก่อน "กกต." ปัดข่าวส่อเลือกตั้งใหม่ 117 เขต เผยคำร้อง 264 เรื่องอยู่ชั้นสืบสวน "ทักษิณ" โผล่สัมภาษณ์สื่อฝรั่งเศสจุดไฟรัฐบาลทหารโกงเลือกตั้ง "เอกชัย" โพสต์โดนเผารถหน้าบ้าน
    เมื่อวันที่ 1 เม.ย. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงการเคลื่อนไหวตรวจสอบการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่า  เรื่องนี้เขาชี้แจงอยู่แล้ว เป็นหน้าที่ของ กกต. ขอให้ฟัง กกต.บ้าง ที่มีการล่ารายชื่อถอดถอนกระบวนการอยู่ตรงไหน ทุกอย่างตนเคยบอกไว้แล้ว การที่ประชาชนจะมีส่วนร่วมในการทำอะไรต้องเข้าใจระบบระเบียบข้าราชการ ขอให้เข้าใจกระบวนการยุติธรรมเขาบ้างว่าเป็นอย่างไร มีหน้าที่อย่างไร มีขั้นตอนตรงไหน 
    "คุณจะเสนออะไรก็เสนอไป แต่ขั้นตอนการพิจารณาเป็นเรื่องของศาลไม่ใช่หรือ อย่าให้มันวุ่นวายมากกว่านี้เลย" พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
    ถามว่ามีความพยายามปลุกระดมให้ออกมาเคลื่อนไหวหลังจากการเลือกตั้ง นายกฯ กล่าวว่า ไม่ทราบ พอแล้วไม่เอา สื่อก็รู้อยู่แล้วมันจะทำให้เกิดความวุ่นวายหรือไม่ ก็ไม่ทราบเช่นกัน
    พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวเช่นกันว่า กกต.ทำงานดีอยู่แล้ว ฝากสื่อช่วยกันเตือน จะรวบรวมรายชื่อถอดถอนก็ต้องทำตามกฎเกณฑ์ไป
    ด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เท่าที่เห็นคิดว่าการล่ารายชื่อดังกล่าวยังไม่นำไปสู่อะไร เพราะในกระบวนการถอดถอนนั้นจะต้องผ่านการสอบสวนและอื่นๆ อีกมาก ใครจะล่ารายชื่อก็ทำไป แต่กระบวนการยังมีอีกยาว หากจะให้ กกต.หยุดปฏิบัติหน้าที่ ถามว่าแล้วใครจะประกาศผลการเลือกตั้ง หรือมีความตั้งใจไม่อยากให้ประกาศผลการเลือกตั้ง
    ถามว่าหากประกาศผลการเลือกตั้งไม่ได้จะส่งผลให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่ถือว่าเป็นโมฆะ เพราะการเลือกตั้งจะเป็นโมฆะได้ก็ต่อเมื่อมีกรณีเดียว คือจากคำสั่งศาล แต่ในวันนี้คดีเกี่ยวกับการเลือกตั้งยังไม่ถึงชั้นศาลเลยแม้แต่เรื่องเดียว วันนี้จึงคิดว่ายังไม่มีเรื่องที่จะนำไปสู่การเลือกตั้งเป็นโมฆะ
    "ผมไม่ทราบเขามีเจตนาอะไร เขาอาจจะเจตนาดีก็ได้ หรืออาจจะหวังอะไรก็ไม่ทราบ แต่อยากให้ช่วยดูจนสุดกระบวนการว่าที่สุดแล้วจะเป็นอย่างไร เรื่องนี้ฝ่ายรักษาความสงบเรียบร้อยได้ดูแลอยู่  เพราะภายใน 1-2 เดือนนี้ที่จะมีพระราชพิธีบรมราชาภิเษก จึงไม่ควรเกิดเหตุการณ์ความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง นี่เป็นหนึ่งเหตุผลที่จำเป็นต้องเลื่อนการเลือกตั้งจากวันที่ 24 ก.พ.62 มาเป็นวันที่ 24 มี.ค.62  เพราะไม่อยากให้มีอะไรเกิดขึ้นในช่วงพระราชพิธี" นายวิษณุกล่าว
    รองนายกฯ กล่าวว่า กกต.ก็ได้ชี้แจงบ้างแล้วและเห็นด้วยว่าควรจะต้องชี้แจงอย่างเป็นระบบ กกต.ควรรวบรวมคำถามทั้งหลายเพื่อตอบให้เกิดความกระจ่าง ไม่จำเป็นต้องเร่งรีบ แต่ต้องตอบให้ตรงกัน 
    "กกต.ไม่ได้มาปรึกษาเรื่องอะไรกับผม และต้องเข้าใจด้วยว่า กกต.ชุดนี้คือ กกต.ชุดใหม่ ซึ่งมีคณะทำงานใหม่ กฎหมายและวิธีการเลือกตั้ง รวมถึงการนับคะแนนใหม่" รองนายกฯ กล่าว
นศ.ยังตั้งโต๊ะถอด กกต.
    ที่สำนักงาน กกต. กลุ่มประชาชนหนึ่งสิทธิ์หนึ่งเสียง นำโดยนายสมศักดิ์ ผลจันทร์ และตัวแทนประชาชนจากกรุงเทพฯ และจังหวัดยโสธร เดินทางมามอบดอกไม้ให้กำลังใจในการทำหน้าที่ของ กกต.ทั่วประเทศหลังถูกกระแสวิพากษ์วิจารณ์
    นายสมศักดิ์กล่าวว่าต้องการให้กำลังใจ กกต.ไม่ใช่แค่ส่วนกลาง แต่เป็น กกต.ทั่วประเทศ เนื่องจากเห็นว่าที่ผ่านมาถูกกดดันทั้งจากประชาชนและฝ่ายการเมือง จึงอยากขอให้ฝ่ายการเมืองและประชาชนที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์จนทำให้บ้านเมืองเสียหายให้เวลา กกต.ในการทำงาน โดยเฉพาะกลุ่มนักการเมืองควรยอมรับกฎกติกา เพราะไม่เช่นนั้นบ้านเมืองจะเดินไปข้างหน้าได้ยาก 
    ในวันเดียวกัน นายจุติพงษ์ พุ่มมูล เลขาธิการชมรมสื่อมวลชนเพื่อประชาธิปไตย พร้อมด้วยนายพงษ์พิศิษฐ์ คงเสนา รองประธานชมรม เดินทางมายื่นหนังสือต่อ กกต.เพื่อมอบใบแดงให้การทำงานของ กกต.และให้ กกต.พิจารณาตัวเอง โดยเร่งรัดให้ทำงานให้รวดเร็วมีประสิทธิภาพ พร้อมเร่งรัดให้รับรอง  ส.ส.อย่างเป็นทางการอย่างรวดเร็ว และให้ลาออกไปเพื่อไม่ให้บ้านเมืองเสียหายและแตกแยกในอนาคต
    นายจุติพงษ์กล่าวว่า กรณีบัตรเขย่งและจำนวนผู้มีสิทธิ์ลงคะแนนกับบัตรไม่สัมพันธ์กันในวันเลือกตั้งกับวันประกาศผลอย่างไม่เป็นทางการ ที่มีจำนวนผู้ใช้สิทธิ์เพิ่มขึ้นหลักล้าน ตลอดจนการทำงานเป็นไปด้วยความล่าช้าและเต็มไปด้วยข้อกังวลของความบริสุทธิ์ยุติธรรม นอกจากนี้พฤติกรรมการขนส่งหีบบัตรหลังนับคะแนนขาดความรอบคอบ ไม่มีความรัดกุมและปลอดภัยเพียงพอ  
    ขณะที่นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ออกมาเรียกร้องและทวงถามให้ กกต.เปิดเผยคะแนนดิบรายหน่วยเลือกตั้งอีกครั้ง โดยระบุว่าที่ผ่านมาแม้จะมีการเปิดผลคะแนนแล้ว  แต่เป็นการเปิดเผยคะแนนดิบผลรวมทั้งประเทศ แต่อนาคตใหม่เรียกร้องไปไกลกว่านั้น โดยขอให้เปิดเผยผลคะแนนดิบทุกหน่วย เพราะการไม่เปิดเผยจะสร้างความคลางแคลงให้สังคมไทยต่อไป
    "หาก กกต.มั่นใจว่าโปร่งใสบริสุทธิ์ยุติธรรมจริงก็ต้องเปิดเผยได้ การไม่เปิดเผยผลรายหน่วยจะทำให้สังคมสงสัย เพราะรวมคะแนนดิบทั้งประเทศได้ ก็ต้องมีคะแนนรายหน่วยทั้งประเทศ ซึ่งหาก กกต.เปิดเผยได้ก็จะยิ่งช่วยให้ กกต.มีความโปร่งใส การทำหน้าที่โปร่งใส มีประสิทธิภาพ สาธารณชนต้องตรวจสอบและยืนยัน ไม่ใช่ยืนยันว่าตนเองโปร่งใส" เขากล่าว
    ส่วน ดร.รยุศด์ บุญทัน รองโฆษกพรรคเพื่อชาติ กล่าวว่า การต่อต้าน กกต.กระแสรุนแรงกว่าที่คิด  จากตอนแรกที่คิดว่าจะเป็นเพียงแค่ไฟลามหญ้า แต่ที่จริงแล้วอาจจะเป็นปรากฏการณ์ไฟลามป่าที่ลุกลามรวดเร็วไม่มีทีท่าว่าจะจบง่าย ด้วยประชาชนรอการเลือกตั้งครั้งนี้มานาน ถ้านับกันดีๆ เราไม่มีการเลือกตั้งที่สำเร็จเสร็จสิ้นมาแล้วกว่า 8 ปี และเมื่อ 5 ปีที่แล้วการเลือกตั้งก็ถูกขัดขวางจนทำให้เกิดการโมฆะในที่สุด 
    "เมื่อการจัดการเลือกตั้งในครั้งนี้ถูกทำให้ผู้คนคิดได้ว่าเกิดความทุจริต ไม่โปร่งใส ไม่ชอบมาพากล  หรือบางคนเรียกว่าโกง ไม่มีการออกมาชี้แจงให้สิ้นสงสัย ไม่เปิดเผยข้อมูลให้เป็นสาธารณะ ทำให้คนคิดได้ว่าเกิดการงุบงิบ ปรับเปลี่ยนข้อมูลให้เป็นประโยชน์ต่อพวกพ้อง แม้ไม่มีใครต้องการให้การเลือกตั้งที่เฝ้ารอเป็นโมฆะ แต่ก็ไม่มีใครต้องการให้การออกเสียงเลือกตั้งของพวกเขาถูกบิดเบือนเจตนารมณ์ไปเช่นกัน" รองโฆษกพรรคเพื่อชาติกล่าว
    ทั้งนี้ ที่บริเวณใต้ตึกคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ อ.หาดใหญ่  จ.สงขลา ได้มีนักศึกษาคณะนิติศาสตร์ตั้งโต๊ะล่ารายชื่อถอดถอน กกต. "1 ล้านชื่อยื่นถอดถอน #กกต.โป๊ะแตก" โดยมีนักศึกษาให้ความสนใจและทยอยลงรายชื่อ รายชื่อทั้งหมดที่ได้จะส่งไปรวมกับเพจ "คนรุ่นใหม่เพื่อการเปลี่ยนแปลงสังคม มอส." เพื่อยื่นถอดถอน กกต.
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การล่ารายชื่อถอดถอน กกต.เปิดตั้งแต่เวลา 10.00-16.00 น.ของวันนี้ (1  เม.ย.) ไปจนถึงวันที่ 4 เม.ย.
จี้เปิดผลคะแนนทุกหน่วย
    ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ หัวหน้าพรรค พร้อมด้วยนายชัยเกษม นิติสิริ  แคนดิเดตนายกฯ ของพรรค, นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรค, นายชูศักดิ์ ศิรินิล, นายโภคิน พลกุล, นายนพดล ปัทมะ คณะทำงานฝ่ายกฎหมาย, นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา แกนนำพรรค ร่วมแถลงข่าวเรียกร้องให้ กกต.เปิดเผยวิธีคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และเปิดเผยผลนับคะแนนทุกหน่วยเลือกตั้ง  
    นายนพดลอ่านแถลงการณ์พรรคเรื่องขอให้เปิดเผยผลคะแนนของหน่วยเลือกตั้ง ชี้แจงจำนวนบัตรที่เพิ่ม และเปิดเผยวิธีการคำนวณ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อที่ถูกต้องว่า 1.พรรคขอเรียกร้องให้ กกต.เปิดเผยผลการนับคะแนนรายหน่วยเลือกตั้งโดยพลัน เนื่องจากประชาชนมีสิทธิ์ที่จะตรวจสอบความถูกต้องของจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์ จำนวนบัตรดีและบัตรเสีย รวมทั้งคะแนนที่แต่ละพรรคการเมืองได้รับ เพื่อพิสูจน์ว่าตัวเลขที่คณะกรรมการการเลือกตั้งได้แถลงนั้นถูกต้องหรือไม่ 
    "ในประเด็นนี้พรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตย 6 พรรคได้ทำหนังสือยื่นต่อ กกต.เพื่อเปิดเผยผลคะแนนดังกล่าวแล้วตั้งแต่วันที่ 27 มี.ค. แต่ขณะนี้ กกต.ยังไม่ได้ดำเนินการใดๆ" นายนพดลกล่าว
    คณะทำงานฝ่าย กม.พรรคเพื่อไทยระบุว่า 2.จากการที่ กกต.ได้แถลงเมื่อวันที่ 24 มี.ค.62 มีผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งจำนวน 33,775,230 คน (65.96% ของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง) แต่ 4 วันต่อมากลับแถลงว่ามีจำนวนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งเท่ากับ 38,268,375 คน (74.69% ของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง) จึงมีคำถามว่าทำไมจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์จึงแตกต่าง และมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างมากถึง 4,493,145 คน (ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 8.73%)  ซึ่งทราบรายงานข่าวว่า กกต.ชี้แจงว่าบัตรเลือกตั้งที่เพิ่มขึ้นมาถึงกว่า 4 ล้านใบนั้น เป็นเพราะจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์ที่แถลงไปในวันเลือกตั้งยังไม่ครบผู้มาใช้สิทธิ์ทั้งหมด และยังไม่ได้รวมจำนวนบัตรเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตราว 2.3 ล้านใบ และบัตรเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรราว 100,000 ใบ
    "พรรคเห็นว่าการเปิดเผยตัวเลขผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งควรสามารถกระทำได้ภายใน 2-3 ชั่วโมงหลังปิดหีบเลือกตั้ง ไม่ควรปล่อยเวลาให้ผ่านไปถึง 4 วันภายหลังจากที่มีการเรียกร้องจากหลายฝ่ายค่อยเปิดเผยเช่นนี้ ทำให้ประชาชนยังเคลือบแคลงและตั้งคำถามว่ากระบวนการจัดการและการนับคะแนนเลือกตั้งมีความโปร่งใสหรือไม่ ซึ่งถ้าไม่มีคำอธิบายที่รับฟังได้ จะเป็นการยากที่ประชาชนจะยอมรับว่าการเลือกตั้งครั้งนี้เสรีและเป็นธรรม และจะเป็นทางออกให้กับประเทศ" คณะทำงานฝ่าย กม.พรรคเพื่อไทยกล่าว
    ส่วนนายภูมิธรรมกล่าวถึงกระแสข่าว กกต.เตรียมให้ใบเหลือง-ใบแดงจำนวนมากว่า ฝ่ายการเมืองเรียกร้องให้เปิดเผยข้อมูลดิบออกมา กกต.ยังไม่ดำเนินการ แล้วจะมาให้ใบเหลือง-ใบแดงใครจะศรัทธา  ขอเอาแค่เรื่องการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อยังตอบสังคมลำบาก กกต.ควรเรียกเกียรติภูมิ เกียรติยศศักดิ์ศรีกลับมาก่อน ประเทศจะได้รับความเชื่อมั่น ไม่คิดว่า กกต.จะกล้าทำตามกระแสข่าว เพราะจะกลายเป็นเครื่องมือที่สมบูรณ์ของบางฝ่าย หากทำเช่นนั้นจริงยิ่งจะไม่ได้รับการยอมรับ
ปัดแจกเหลือง-แดง 117 เขต
    "ขอเรียกร้องให้ กกต.ทั้ง 7 คนอย่าเงียบหลบ ควรออกมาแถลงด้วยตนเอง เพราะวันนี้ทราบมาว่าเจ้าหน้าที่ที่ออกมาแถลงไม่อยากแถลงแล้ว เพราะไม่รู้จะตอบอะไรกับสื่อ ถ้า กกต.แถลงตัวเลขดิบออกมาให้ประชาชนและสื่อรับทราบ หากทำให้ชัดเจนเป็นที่ยอมรับ ประเทศก็จะเดินหน้าได้" เลขาฯ พรรคเพื่อไทยกล่าว
    ด้านนายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกพรรคเพื่อไทยและว่าที่ ส.ส.นครพนม กล่าวว่า ได้รับข้อมูลมาว่ามีความพยายามเร่งรัดให้มีการเลือกปฏิบัติสอยผู้สมัคร ส.ส.เพื่อประโยชน์ในการตั้งรัฐบาลของผู้ที่มีความคิดสืบทอดอำนาจ ซึ่งสร้างความอึดอัดใจกับฝ่ายประจำของ กกต.อย่างยิ่ง หาก กกต.เลือกปฏิบัติ มุ่งตรวจสอบเพื่อประโยชน์ในการสืบทอดอำนาจ ประเทศไทยจะไม่เหลือความเชื่อมั่นใดๆ เลย
    อย่างไรก็ดี สำนักงาน กกต.ได้ออกเอกสารชี้แจงกรณีที่ปรากฏว่า กกต.จะพิจารณาเพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้งหรือเพิกถอนสิทธิ์สมัครรับเลือกตั้งผู้สมัครรับเลือกตั้งจากพรรคการเมืองต่างๆ (ใบส้ม ใบเหลือง  ใบแดง) ใน 117 เขตเลือกตั้ง โดยระบุว่า เรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง ปัจจุบันได้มีการคัดค้านการเลือกตั้งและกรณีปรากฏต่อ กกต.ว่ามีเหตุที่อาจเป็นการกระทำฝ่าฝืนกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส. จำนวน 264 เรื่อง ซึ่งยังอยู่ระหว่างการสืบสวนไต่สวนเพื่อรวบรวมพยานหลักฐานของคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนฯ โดยยังไม่เข้าสู่กระบวนการพิจารณาของ กกต.
    "สำนักงานฯ ขอเรียนว่าอำนาจในการพิจารณาเพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้งหรือเพิกถอนสิทธิ์สมัครรับเลือกตั้งเป็นอำนาจของศาลฎีกาตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 138 (ใบแดง ใบดำ )" เอกสาร กกต.ระบุ
    วันเดียวกัน มีการเผยแพร่การคำสัมภาษณ์ของนายทักษิณ ชินวัตร ผู้ต้องหาตามหมายจับคดีคอร์รัปชันหลายคดีที่ให้สัมภาษณ์ Le Monde หนังสือพิมพ์ในฝรั่งเศสเมื่อวันที่ 30 มี.ค.ที่ผ่านมา ที่ดูไบ  เกี่ยวกับการเลือกตั้งในประเทศไทย
    โดยนายทักษิณกล่าวว่า การเลือกตั้งมีความผิดปกติ โดยในบางจังหวัดมีบัตรลงคะแนนมากกว่าผู้ลงคะแนน ต่อมากลายเป็นผู้ชนะ นอกจากนี้นายทักษิณยังเปรียบรัฐบาลทหารเป็นเหมือนโจเซฟ สตาลิน ตำนานเผด็จการของรัสเซีย พร้อมกับแสดงความเสียใจกับประเทศไทยที่ผลการเลือกตั้งควรจะออกมาดีกว่านี้
    ในส่วนการร้องเรียนการเลือกตั้งนั้น ตลอดทั้งวันจันทร์ที่ผ่านมายังคงมีผู้สมัคร ส.ส.พรรคต่างๆ เดินทางมาที่ กกต.เรียกร้องขอให้ตรวจสอบการนับคะแนนเลือกตั้งใหม่อีกครั้ง
    เวลา 13.30 น. ผู้สมัคร ส.ส.ชลบุรี เขต 4 นำโดยนายพายุ เนื่องจำนงค์ พรรคประชาธิปัตย์, นายสมชาย เนื่องจำนงค์ พรรคอนาคตใหม่, นายจิรวุฒิ สิงห์โตทอง พรรคเพื่อไทย และตัวแทนของนายภิญโญ ตั๊นวิเศษ พรรคภูมิใจไทย เดินทางมายื่นหนังสือขอให้ กกต.ตรวจสอบผู้สมัคร ส.ส.ชลบุรี เขต 4  เบอร์ 1, นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เนื่องจากมีเหตุอันควรสงสัยว่าการเลือกตั้งในเขต 4 จ.ชลบุรี ไม่เป็นไปโดยสุจริตเที่ยงธรรม
    นายพายุกล่าวว่า ผู้สมัครทั้ง 4 คนรวมตัวกันมาร้องเพราะมีผลกระทบเหมือนกัน ทั้งที่พวกตนเคารพกฎแต่มีผู้สมัครนอกกฎ แสดงให้เห็นถึงความไม่เป็นธรรม แม้จะมีอุดมการณ์ต่างกัน 4 พรรค แต่ก็ต้องการความโปร่งใสเป็นธรรมเหมือนกัน ที่ผ่านมาการเลือกตั้งในพื้นที่คนมองว่าไม่ใสสะอาด ตนก็ไม่อยากให้มองเป็นอย่างนั้นต่อไป
    ต่อมาเวลา 15.45 น. น.ส.หนึ่งสตรี ตุ่ยไชย ผู้สมัคร ส.ส.เขต 3 จ.สมุทรปราการ พรรคอนาคตใหม่  เดินทางมายื่นคำร้องต่อ กกต. ขอให้ดำเนินการนับคะแนนใหม่และขอสงวนสิทธิ์เข้าสังเกตการณ์ในการนับคะแนนใหม่ ในเขตเลือกตั้งที่ 3 จ.สมุทรปราการ เนื่องจากพบพฤติการณ์อันเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย  อาจเป็นเหตุให้การเลือกตั้งมิได้เป็นไปโดยสุจริตเที่ยงธรรม
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเอกชัย หงส์กังวาน นักเคลื่อนไหวทางการเมืองและแกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง โพสต์ภาพรถนิสสัน ซันนี่ สีเทา หมายเลขทะเบียน พพ 8102 กรุงเทพมหานคร พร้อมระบุว่ารถที่จอดไว้บริเวณหน้าบ้านพักภายในซอยลาดพร้าว 109 แยก 3 แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กทม. ถูกเผาจนไม่สามารถซ่อมแซมกลับมาเหมือนเดิมได้ นอกจากนี้เอกสารผู้ร่วมลงชื่อถอดถอน กกต.ถูกเผาและเปียกน้ำเสียหายบางส่วน
    มีรายงานว่า ภาพจากกล้องวงจรปิดพบเวลา 01.18 น. มีรถจักรยานยนต์ต้องสงสัยคันแรกแล่นเข้าแยก 1 ฝั่งตรงข้ามบ้านของนายเอกชัย จากนั้นมีรถจักรยานยนต์ต้องสงสัยคันที่ 2 แล่นผ่านแยก 1  กระทั่งมีชายต้องสงสัยสวมเสื้อแจ็กเกต กางเกงขายาว และหมวกกันน็อก เดินจากด้านในซอย และใช้เท้าถีบกระจกมองข้างด้านซ้ายรถยนต์ ก่อนที่จะนำขวดน้ำมันราดที่กระจกหน้ารถยนต์แล้วจุดไฟเผาจนวอดทั้งคัน.


เรื่องหน้ากากอนามัย ๒๐๐ ล้านชิ้น มีแต่ตัวเลข ไม่มีตัวหน้ากากที่พูดกันมานานนั้น บทจะจบ..... ก็จบดื้อๆ แค่รองนายกฯ วิษณุพูดว่า "ของเก่าไม่ต้องพูดถึง.......

ฉุกเฉิน 'ในระบบราชการ'?
อสม. 'หน่วยรบที่โลกลืม'
'สำรวจแนวรบรอบไตรมาส'
'เหนื่อยนักก็พักตีกันก่อน'
ทั้ง"พระคุณ-พระเดช"คู่กัน
"ถึงฉุกเฉินพวกโคก็ยังฉุน"