
2 เม.ย.62-นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้โพสต์บนเฟซบุ๊กส่วนตัว “Thirachai Phuvanatnaranubala เรื่อง “สองนคราประชาธิปไตยยุคใหม่”
สองนคราประชาธิปไตย เป็นทฤษฎีที่นำเสนอโดย เอนก เหล่าธรรมทัศน์ เพื่อสะท้อนสภาพปรากฏการณ์ทางการเมืองไทยระหว่างปี 2533-2536
โดยอธิบายว่า ความไม่มั่นคงลงตัวของระบอบประชาธิปไตย ทำให้เกิดปรากฏการณ์ ...
คนชนบทเป็นผู้ “ตั้ง” รัฐบาลเพราะเป็น “ฐานเสียง” ส่วนใหญ่ของพรรคการเมือง ...
ขณะที่คนชั้นกลางเมืองเป็นผู้ “ล้ม” รัฐบาล เพราะเป็น “ฐานนโยบาย” ของรัฐบาล
แต่เรากำลังก้าวสู่สองนครายุคใหม่!
รศ.ดร.นิพนธ์ พัวพงศกร นักวิชาการเกียรติคุณ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) กล่าวในเวทีเสวนา ว่า
ผลการเลือกตั้งครั้งนี้ สะท้อนความแตกต่างของคน 3 กลุ่ม คือ
กลุ่มที่หนึ่ง ผู้จงรักภักดีต่อพรรคเพื่อไทย (ทักษิณ)
กลุ่มที่สอง คนมีอายุจงรักภักดีต่อพรรคพลังประชารัฐ (อนาคตเก่า) และ
กลุ่มที่สาม คนหนุ่มสาวจงรักภักดีต่อพรรคอนาคตใหม่
แต่ในอนาคต 2 กลุ่มหลังจะมีความสำคัญมากสำหรับประเทศไทย
(ผมขอแทรกความคิดของตนเองว่า กลุ่มที่หนึ่ง น่าจะลดจำนวนลงไปเรื่อยๆ เพราะจะมองเห็นได้ว่า นโยบายประชานิยมนั้น พรรคไหนๆ ก็เสนอได้)
ถามว่า 2 กลุ่มหลัง จะมีผลอย่างไรต่อสังคมไทย?
ในอนาคต กลุ่มที่สอง คือกลุ่มคนสูงอายุจะมีสัดส่วนมากขึ้น เพราะคนอายุยืนมากขึ้น
แต่จะมีปัญหาว่า ความต้องการ รวมถึงโลกทัศน์ของกลุ่มที่สอง จะต่างจากกลุ่มที่สาม
กลุ่มที่สอง คนสูงอายุมีแนวคิดอนุรักษ์นิยมทางการเมือง ทำให้พรรคพลังประชารัฐมีคะแนนถล่มทลาย
แต่งานวิจัยพบว่า เมื่อสังคมยิ่งชราภาพ การเติบโตทางเศรษฐกิจและผลิตภาพแรงงานจะต่ำ เพราะคนสูงอายุไม่มีความรู้ใหม่
การศึกษาพบว่า ในองค์กรที่มีผู้สูงอายุมาก ทุกคนในองค์กรโดยรวม มักจะมีค่าจ้างต่ำ เนื่องจากองค์กรไม่อยากใช้เทคโนโลยีใหม่ ทำให้คนหนุ่มสาวที่อยู่ในองค์กรพวกนี้ได้รับผลกระทบไปด้วย
“สังคมที่ขาดแคลนคนหนุ่มสาวจำนวนมาก มากถึงระดับหนึ่ง จะเริ่มใช้หุ่นยนต์มาทดแทน ผลิตภาพจะเพิ่มขึ้น และอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจจะสูงขึ้นแต่รอวันนั้นไม่ได้ ... เมื่อรอไม่ได้ นโยบายการเมืองต้องเตรียมสร้างความรู้ให้คนรุ่นใหม่ และอาศัยประสบการณ์ คิดวิเคราะห์ จากคนรุ่นเก่า พร้อมให้ติดตามเทคโนโลยีใหม่ ซึ่งเป็นโจทย์ให้กับพรรคการเมืองในอนาคต เวลานี้จึงเป็นเวลาของสองนครารุ่นใหม่ ต้องคิดให้มาก ๆ”
ผมเห็นว่าบทวิเคราะห์นี้สำคัญมาก และผู้ที่ทรงอิทธิพลทางการเมืองทุกคน ควรจะนำไปครุ่นคิด แต่น่าเป็นห่วง ที่การแสดงความเห็นในโซเชียลมีเดียขณะนี้ กลับเป็นการผลักดันให้ทั้ง 2 กลุ่มเผชิญหน้ากันมากขึ้น.
|
ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802 |
| นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร' |
| อนาคต 'คนนินทาเมีย' |
| 'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ' |
| ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ |
| วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง" |
| "การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา. |