ยโสธรจี้รัฐประกาศเซฟโซนทรัพยากร'ปลอดโรงงานน้ำตาล-โรงไฟฟ้าชีวมวล'


   

5 เม.ย.62-  กลุ่มอนุรักษ์ลำน้ำเซบาย ต.เชียงเพ็ง อ.ป่าติ้ว จังหวัดยโสธร ร่วมกับเครือข่ายอนุรักษ์ลำน้ำเซบายตำบลน้ำปลีก อ.เมืองอำนาจเจริญกว่า 150 คน ได้อ่านคำประกาศปกป้องลำเซบาย รัฐต้องประกาศเป็นพื้นที่ปลอดภัยทางทรัพยากร คุณภาพชีวิต และอากาศ บริเวณสะพานข้ามลำน้ำเซบายเก่าเส้นทางเชื่อมเขตรอยต่อ ต.เชียงเพ็ง อ.ป่าติ้ว จ.ยโสธร ไป ต.น้ำปลีก อ.เมืองอำนาจเจริญ ก่อนล่องเรือกว่า 10 ลำ ศึกษาระบบนิเวศลำน้ำเซบาย โดยกิจกรรมดังกล่าวเพื่อแสดงเจตนารมณ์ และแสดงจุดยืนในการคัดค้านโรงงานน้ำตาลและโรงไฟฟ้าชีวมวล เพื่อปกป้องแม่น้ำสายนี้ซึ่งเป็นหลอดเลือดสำคัญในการหล่อเลี้ยงชีวิตของชาวบ้าน จากผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อมของอุตสาหกรรมที่ขณะนี้ชาวบ้านยังปักหลักต่อต้านอย่างต่อเนื่อง 

ทั้งนี้คำประกาศปกป้องลำน้้ำเซบาย ของชาวบ้าน ระบุว่า รัฐต้องประกาศเป็นพื้นที่ปลอดภัยทางทรัพยากร คุณภาพชีวิต และอากาศ เพราะลำน้ำเซบายเปรียบเสมือนสายเลือดหลักของคนลุ่มน้ำที่ได้พึ่งพาอาศัยและหล่อเลี้ยงชีวิต ทั้งในด้านการใช้ประโยชน์จากน้ำ เช่น การประปา การเกษตร ปลูกข้าวนาปี นาปรัง ถั่วลิสง การหาปลา เลี้ยงสัตว์ เป็นต้น จนก่อให้เกิดอาชีพหลัก อาชีพรอง นำมาสู่รายได้ทางเศรษฐกิจที่ยึดโยงกับชุมชน  ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรในลำน้ำเซบายที่ชุมชนผูกพันธ์มาหลายชั่วอายุคน

โดยสถานการณ์ทางด้านสิ่งแวดล้อมในลำน้ำเซบายที่พวกเราได้ติดตามตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา ภายใต้รัฐบาล คสช. ได้มีนโยบายที่อ้างโครงการประชารัฐ เปิดทางให้นายทุนได้เข้ามาแสวงหาผลประโยชน์ ผ่านช่องทางกฏหมาย คำสั่ง คำประกาศ ได้มีการผลักดันโครงการก่อสร้างโรงงานน้ำตาลขนาด 20,000 ตันอ้อยต่อวัน และโรงไฟฟ้าชีวมวลขนาด 61 เมกะวัตต์ ที่ผ่านมานั้นเรามองว่าชาวบ้านในรัศมี 5 กิโลเมตรไม่เคยได้รับรู้ข้อมูลที่แท้จริง และยังขาดการมีส่วนร่วม ตั้งแต่กระบวนการรับฟังความคิดเห็นครั้งที่ 1 และครั้งที่ 2  จึงนำมาซึ่งการคัดค้านอย่างต่อเนื่อง ด้วยเหตุผลที่ชาวบ้านตระหนักดีว่าถ้ามีอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ในพื้นที่ จะก่อให้เกิดผลกระทบหลายด้าน เช่น การแย่งชิงทรัพยากรน้ำ ปัญหาน้ำเน่าเสียที่จะเกิดขึ้นในลำน้ำเซบาย ปัญหาด้านฝุ่นละออง ปัญหาด้านคมนาคม เป็นต้น ซึ่งอาจกลายเป็นพื้นที่เสี่ยงที่ต้องเผชิญกับมลพิษในอนาคต แต่กระนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ไม่เคยทบทวนข้อเรียกร้องข้อท้วงติงจากพวกเรา กลับเดินหน้านั่งพิจารณาอนุมัติให้โรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ผ่านไป ท่ามกลางข้อกังขาของชาวบ้านในหลายประเด็น ตลอดจนยิ่งสร้างความกังวลใจให้กับชาวบ้านในพื้นที่เป็นอย่างมาก 

ด้วยเหตุนี้ทางพวกเราจึงไม่ยอมรับกระบวนการพิจารณาของหน่วยงานรัฐที่จะนำมาซึ่งการทำลายทรัพยากรในลำน้ำเซบาย แต่พวกเราจะยืนหยัดในการคัดค้านโรงงานน้ำตาลและโรงไฟฟ้าชีวมวลต่อไป เพื่อปกป้องลำน้ำเซบาย เพื่อปกป้องสิทธิชุมชน

 เพื่อปกป้องบ้านเกิด จึงเรียกร้อง ให้รัฐประกาศเป็นพื้นที่คุ้มครองความปลอดภัยทางด้านทรัพยากร ดิน น้ำ ป่า คุณภาพชีวิต และอากาศ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 43  บุคคลและชุมชนย่อมมีสิทธิ จัดการ บํารุงรักษา และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และ ความหลากหลายทางชีวภาพอย่างสมดุลและยั่งยืนตามวิธีการที่กฎหมายบัญญัติ  และมาตรา 57 รัฐต้อง อนุรักษ์ คุ้มครอง บํารุงรักษา ฟื้นฟู บริหารจัดการ และใช้หรือจัดให้มีการใช้ ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และความหลากหลายทางชีวภาพ ให้เกิดประโยชน์อย่างสมดุลยั่งยืนโดยต้องให้ประชาชนและชุมชนในท้องถิ่นมีส่วนร่วมดำเนินการ” ที่กำหนดไว้ เพื่อความมั่นคงของทรัพยากรและชุมชนมีสิทธิที่จะอยู่กับสิ่งแวดล้อมที่ดี.


ผมผิดอะไร?...........ฟัง "ทอน" แถลงข่าวก็ได้ข้อสรุปไม่ใช่เรื่อง "อยู่เป็น" หรือ "อยู่ไม่เป็น" แล้วล่ะ        อยู่ไปก็ไลฟ์บอยซะมากกว่า 

"ทอน-บุตร" ประเทศกูมี
"๓.๖ ล้าน" สู่วีรชนลำพะยา
คนของ 'แม้ว-ปู' จะปราบโกง
ไม่แก้ รธน.จะมีใครตาย?
ระวังจะ 'อยู่ ไม่ ได้'!
เราไม่ทิ้งกัน 'วันนี้ ๑ ล้าน' แล้ว