ระหว่างความสงบกับความอึมครึม


   

      แค่เรื่อง ปลดบิ๊กโจ๊ก ก็เรียกว่า...เล่นเอามึนซ์ซ์ซ์ไปสามวัน แปดวัน แต่ยังดันมีเรื่องการบุกจับกัญชา จับทีมงานของ ปราชญ์ชาวบ้าน อย่างอาจารย์ เดชา ศิริภัทร สอดแทรกเข้ามาอีก ลักษณะอาการของบ้านเมืองช่วงนี้ มันเลยออกจะคล้ายๆ กับลักษณะของลม-ฟ้า-อากาศ คือจู่ๆ ก็เกิด พายุฤดูร้อน เกิดฟ้าผ่าฟาดเปรี้ยง!!! ชนิดไม่ว่าใครก็เถอะ...มีแต่ต้องรีบเผ่นจากที่โล่ง วิ่งหัวซุก-หัวซุน หาหลังคา หาร่มไม้ชายคา กันไปเป็นแถวๆ...

                                                               -------------------------------------------------

      แน่ล่ะว่า...ภายใต้สภาวะเช่นนี้ ผู้ที่มากับคำขวัญ มากับสโลแกน ประเภท เลือกความสงบ...ต้องจบที่ลุงตู่ น่าจะต้องออกมาทำอะไรต่อมิอะไรเอาไว้มั่ง จะด้วยการพูดจาปลอบประโลม หรือให้คำตอบ คำอธิบายใดๆ ก็แล้วแต่ เพื่อไม่ให้ความหมายของสิ่งที่เรียกว่า ความสงบ นั้น ถูกตีค่าว่ากลายเป็นการ อมสากกะเบือ เอาไว้ประมาณสามด้าม สี่ด้าม ไปซะแทนที่ เพราะการเงียบๆ เฉยๆ ท่ามกลางบรรยากาศที่ออกไปทางครึ้มฟ้า ครึ้มฝน เช่นนี้ คงปฏิเสธไม่ได้ว่า...บรรดาปวงชนชาวไทยประเภทที่ออกไปทาง ขวัญอ่อน กลัวเสียงฟ้าร้อง ฟ้าผ่านั้น ยังมีอยู่อีกเยอะ...

                                                                 --------------------------------------------------

      และไม่ว่าจะเป็นเสียงกรีดร้อง โหยหวน ครวญคราง ตลอดไปจนถึงเสียงซุบซิบ นินทา ย่อมต้องถือเป็นอะไรที่ ไม่เข้าท่า ไปด้วยกันทั้งสิ้น โดยเฉพาะต่อ ความสงบเรียบร้อย อันถือเป็นพื้นฐานและมาตรฐานของ ความมั่นคงแห่งชาติ นั่นเอง ยิ่งโดยเฉพาะหลังเลือกตั้งที่ผ่านมา คงปฏิเสธไม่ได้ว่า...บรรดาผู้คนที่ออกอาการขวัญหาย-ขวัญหลุด-ขวัญผวา ไปจนถึงขั้นขวัญของเรียม คือประเภท เรียมเหลือทนแล้วนั่นขวัญของเรียม ฯลฯ อะไรประมาณนั้น ย่อมมีอยู่เป็นจำนวนมิใช่น้อย หรือผู้ที่ไม่รู้ว่าสุดท้ายแล้ว...มันจะเอาไง-ไปไง??? ใครจะเป็นรัฐบาลใหม่ ใครเป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ หรืออาจถึงขั้นต้อง เลือกตั้งกันใหม่ กันเลยหรือไม่??? จนกลายเป็นเสียงร้องระงม เซ็งๆ แซ่ๆ พอๆ กับกบเดือนหก ทั้งๆ ที่แค่เดือนสี่เท่านั้นเอง...

                                                                ----------------------------------------------------

      อันนี้นี่แหละ...ที่แม้จะเป็นเพียงแค่นายกฯ รักษาการ แต่นักสร้างความสงบ อย่าง ลุงตู่ คงต้องพยายามหามุมจบ หรือส่งสัญญาณถึงมุมจบเอาไว้ซะแต่เนิ่นๆ อย่าปล่อยให้ผู้ที่ขวัญหาย-ขวัญหลุด-ขวัญผวา ไปจนถึงขวัญอ่อนทั้งหลาย ต้องเคว้งๆ คว้างๆ หรือต้อง ขวัญสยอง กับการหวนกลับมาของพวก เรียมเหลือทนแล้วนั่นขวัญของเรียม ทั้งหลาย ไม่งั้น...ความสงบเรียบร้อย หรือความสงบตามแบบฉบับของ ลุงตู่ ก็คงไม่ต่างอะไรไปจาก ความอึมครึม นั่นเอง และนั่นอาจยิ่งทำให้ ความมั่งคั่ง หรือความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ ที่แทบไม่เหลือติดปลายนวมอยู่แล้ว อาจยิ่งหัวทิ่ม หัวตำ หนักเข้าไปใหญ่...

                                                                -----------------------------------------------------

      โดยเฉพาะในช่วงที่ประเทศชาติ บ้านเมือง กำลังเข้าสู่วาระอันเป็นมิ่งมงคล เป็นเกียรติ เป็นศักดิ์ศรี ต่อบรรดาชาวโลกทั้งหลาย การประคับประคองบรรยากาศดังกล่าวให้เป็นไปด้วยดี ต้องถือเป็นภาระหน้าที่ที่สำคัญเอามากๆในการบริหาร จัดการ เพื่อให้ทุกสิ่งทุกอย่างเกิดความสอดคล้อง รองรับ กับบรรยากาศเช่นนี้ จะเอาแต่ อมสากกะเบือ ไปจนถึงวันที่ 9 พฤษภาคม หรือวันประกาศนับจำนวน ส.ส.เขต ส.ส.สัดส่วน ของ กกต. อย่างเป็นทางการ แล้วถึงค่อยคายสากออกมาทีละด้าม สองด้าม ตามสูตรคณิตศาสตร์ทางการเมือง ไปๆ-มาๆ แล้ว...นอกจากมันอาจไม่ได้ช่วยให้เกิด ความสงบ อย่างที่ใครต่อใครหวังและต้องการ เผลอๆ...นักสร้างความสงบอย่าง ลุงตู่ อาจต้อง จบ ลงไปในแบบใด แบบหนึ่ง เอาเลยก็ไม่แน่!!!

                                                                  -------------------------------------------------------

      เพราะแม้แต่พรรคกัญชา...ประทานโทษ พรรคภูมิใจไทย ของ เสี่ยหนู และ เสี่ยเนวิน ที่ได้กลายเป็นตัวหลัก หรือตัวแปรสำคัญ ต่อการอุบัติขึ้นมาของรัฐบาลใดๆ ก็แล้วแต่ หลังจากวันที่ 9 พฤษภาฯ เป็นต้นไป ท่านยังออกอาการหุดๆ หิดๆ รับไม่ได้ หรือยังอยากจะได้คำตอบ คำอธิบาย ทั้งในเรื่องการปลูก และการจับกัญชา ว่าจะเป็นไปในแนวไหนกันแน่ และถ้ารัฐบาลรักษาการยังดันอ้ำๆ อึ้งๆ  โอกาสที่ เสียหนู หรือ เสี่ยเนวิน ท่านอาจเมากัญชา หรือบ้ากัญชา ถึงขั้นลงมือจัดตั้งรัฐบาลด้วยตัวเอง ก็ใช่ว่าจะไม่มีเอาซะเลย ยิ่งได้แรงยุ แรงเชียร์ จากผลโพลล่าสุด ระดับมาแรง แซงโค้ง เกินหน้า ลุงตู่ แบบทิ้งขาด โอกาสที่จะเมา จะบ้า ยิ่งมีความเป็นไปได้ยิ่งขึ้นเท่านั้น...

                                                                  --------------------------------------------------------

      ด้วยเหตุนี้...หรือด้วยบรรยากาศบ้านเมืองในลักษณะเช่นนี้ ยังไงๆ...คงต้องออกมา แอคติ้ง อะไรต่อมิอะไรเอาไว้บ้าง อย่าปล่อยให้ ความสงบ มันกลายเป็น ความอึมครึม มากมายเกินไปกว่านี้ การให้คำตอบ คำอธิบาย หรือแม้แต่การปลอบประโลม เรียกขวัญ เรียกกำลังใจกลับคืนมา ย่อมถือเป็นส่วนหนึ่งของภาระหน้าที่แห่งความเป็นรัฐบาลอย่างมิอาจปฏิเสธได้ แต่อย่าถึงกับต้องร้องเพลง หรืองัดเอาบทเพลงเวอร์ชั่นใหม่ มานำเสนอต่อไปอีกเลย เพราะเท่าที่ออก เทป มาในแต่ละชุด ก็มากพอที่จะเอาไว้ใช้รัดคอ หรือมัดข้าวเหนียวปิ้งได้เยอะแล้ว เอาอะไรที่มันออกไปทางของจริง-ของแท้ พิสูจน์ได้ ตรวจสอบได้ น่าจะเข้าท่ากว่า...

                                                            --------------------------------------------------------------

      ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก David Gergen... Morality in government begins with officials using words as honesty as possible to describe the truth.- คุณธรรม (ธรรมาภิบาล) ของรัฐบาล เริ่มเมื่อเจ้าหน้าที่ของรัฐได้ใช้ถ้อยคำที่ตรงไป-ตรงมาที่สุด ในการอธิบายความจริง...

                                                             --------------------------------------------------------------


วันนี้ (๑๙ ส.ค.๖๒) "นายกฯ ประยุทธ์" ยกคณะ "ค่อนข้างใหญ่" ไปสุรินทร์-บุรีรัมย์ ฟังที่โฆษกรัฐบาลแถลงวันก่อน บอกว่า.........

รหัสลับ 'ประเทศไทย' ใต้พลูโต
เพิ่งเริ่มต้น "อย่าด่วนสรุป"
ข้อคิดคำนึงจาก 'คำพิพากษา'
'เสรีภาพกับข่าวเฟก-ข่าวมั่ว'
โลกาภิวัตน์ของ พล.ท.พงศกร
อีก ๓๖๔ วัน 'แม่กินอะไร?'