เชิญ85คนโทน้ำอภิเษก เก็บรักษา'มท.'รอทำพิธี


   


    ‘วิษณุ’ เผยเตรียมงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกคืบหน้า 90% เชิญ 85 คนโทน้ำอภิเษก-น้ำสรงพระมุรธาภิเษกจาก 107 แห่งทั่วประเทศเก็บรักษาที่มหาดไทย พร้อมทำพิธีเสกวัดสุทัศน์ เผยยอดสมัครจิตอาสาเฉพาะกิจทั่วประเทศกว่าแสนคน 
    ที่ห้องดอกแก้วชั้น 2 ศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ 10 เมษายน เวลา 07.30 น. นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดกรวยกระทงดอกไม้เบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภายในสถานที่เก็บรักษาคนโทน้ำอภิเษกในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 โดยมีผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทยร่วมในพิธี
       จากนั้น เวลา 07.43 น. ขบวนรถเชิญคนโทน้ำอภิเษกจากจังหวัดภาคกลางเดินทางมาถึงศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้เชิญคนโทน้ำอภิเษก ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดต่างๆ ได้นัดพบที่สำนักกษาปณ์ (รังสิต) ก่อนเดินทางเข้ามาที่กระทรวงมหาดไทยพร้อมกัน บางจังหวัดได้เดินทางตรงจากวัดหรือพระอารามที่ทำพิธีเสกน้ำพระพุทธมนต์ 
        ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเดินทางมาถึงเจ้าหน้าที่ได้เชิญคนโทลงจากรถโดยมีผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย นำโดยนายฉัตรชัย ตั้งแถวรอรับขบวน จากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดและเจ้าหน้าที่เชิญคนโทขึ้นชั้น 2 ไปยังห้องดอกแก้วถวายความเคารพพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จากนั้นเจ้าหน้าที่เชิญคนโทได้ส่งต่อคนโทน้ำฯ ให้กับผู้ว่าราชการจังหวัดเพื่อวางลงในจุดถวายความเคารพพระฉายาลักษณ์และเดินทางกลับ 
       ช่วงบ่ายของวันเดียวกัน ผู้ว่าราชการจังหวัดต่างๆ จากภาคใต้ ภาคอีสาน และภาคเหนือ ทยอยเดินทางเชิญคนโทน้ำอภิเษกมายังห้องดอกแก้วชั้น 2 ศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยมีผู้บริหาร มท. ตั้งแถวรอรับ  
       ต่อมาเวลา 16.47 น. ปลัดกระทรวงมหาดไทยและคณะผู้บริหารระดับสูงของกระทรวง อัญเชิญคนโทน้ำสรงพระมุรธาภิเษกจากทั้งหมด 9 สระ ได้แก่ สระศักดิ์สิทธิ์ 4 สระของ จ.สุพรรณบุรี คือ สระแก้ว สระคา สระยมนา และสระเกษ  รวมกับน้ำจากแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์ 5 สาย ได้แก่ แม่น้ำบางปะกง ตักที่บึงพระอาจารย์ จ.นครนายก, แม่น้ำป่าสัก ตักที่บริเวณบ้านท่าราบ จ.สระบุรี, แม่น้ำเจ้าพระยา ตักที่บริเวณปากคลองบางแก้ว จ.อ่างทอง, แม่น้ำราชบุรี ตักบริเวณสามแยกคลองหน้าวัดดาวดึงษ์ จ.สมุทรสงคราม และแม่น้ำเพชรบุรี ตักที่บริเวณท่าน้ำวัดไชยศิริ จ.เพชรบุรีไปเก็บรักษายังห้องดอกแก้ว 
     จากนั้นเวลา 18.30 น. ผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และผู้ว่าฯ ทุกจังหวัดตั้งแถวและซักซ้อมการเดินแถวด้านหน้ากระทรวงมหาดไทย ก่อนจะมีการซ้อมใหญ่ขบวนเชิญคนโทน้ำอภิเษกจากกระทรวงมหาดไทยไปยังวัดสุทัศนเทพวรารามฯ ในวันที่ 11 เม.ย.
     ด้านนายพรพจน์ เพ็ญพาส รองปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า ภาพรวมการเชิญคนโทน้ำอภิเษกในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก 2562 มากระทรวงมหาดไทย เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่พบปัญหาหรืออุปสรรคใดๆ เป็นไปตามที่นัดหมาย มีความสวยงามและสมพระเกียรติยศ เพื่อถวายสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยน้ำอภิเษกทั้ง 76 จังหวัด จาก 107 แหล่งน้ำ รวมทั้งคนโทน้ำสรงพระมุรธาภิเษกจาก 9 แหล่งน้ำ มาเก็บรักษาที่ห้องดอกแก้ว รวมทั้งหมด 85 คนโท ขณะที่คนโทเชิญน้ำอภิเษกของกรุงเทพมหานครจะมาเก็บรักษาที่กระทรวงมหาดไทย ในวันที่ 12 เม.ย.นี้
     สำหรับการซ้อมขบวนเชิญคนโทน้ำอภิเษกจากมท.ไปยังวัดสุทัศน์ ในเวลา 18.30 น.นั้น นายพรพจน์ กล่าวว่า จะมีการพูดคุยนัดหมายถึงกำหนดการขบวนเชิญน้ำอภิเษกจาก มท.ไปวัดสุทัศน์ ระยะทาง 740 เมตร และจากวัดสุทัศน์ไปวัดพระศรีรัตนศาสดารามระยะทาง 1,940 เมตร ในวันที่ 18-19 เม.ย. รวมถึงฝึกซ้อมความพร้อมเพรียงของขบวนให้มีความสวยงามและเป็นระเบียบเรียบร้อย โดยเป็นการซ้อมท่าบุคคลมือเปล่า ทั้งท่าเดิน ท่ายืน ท่าทำความเคารพ เป็นการเดินตามจังหวะกลองโดยวงดุริยางค์ทหารบก ถือเป็นครั้งแรกก่อนจะซ้อมเสมือนจริงวันที่ 11 เม.ย. เวลา 06.00 น. 
    "พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มท. และปลัด มท. ย้ำว่านับเป็นเกียรติของข้าราชการ มท. ผู้ว่าฯ 76 จังหวัด และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง มีโอกาสร่วมในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกอย่างสมพระเกียรติยศ โดย รมว.มท.ได้มอบกรอบการปฏิบัติงานอย่างชัดเจน รวมถึงขั้นตอนในการปฏิบัติของผู้ว่าฯ แต่ละจังหวัดและการเชิญคนโทน้ำอภิเษกหลังพิธีพลีกรรม ซึ่งได้กำกับดูแลให้เป็นไปโดยระเบียบเรียบร้อย โดยกำชับในการประชุมทุกอย่างเป็นไปตามที่ได้เน้นย้ำให้กับผู้ว่าฯ ทุกจังหวัด สำหรับภารกิจของ มท.จะสิ้นสุดในวันที่ 19 เม.ย. เมื่อเชิญน้ำอภิเษกและน้ำสรงพระมุรธาภิเษกไปยังวัดพระศรีรัตนศาสดาราม" รองปลัด มท.ระบุ
    สำหรับกรุงเทพมหานคร จะเชิญคนโทน้ำอภิเษกจากหอศาสตราคม ในพระบรมมหาราชวัง มาเก็บรักษาที่กระทรวงมหาดไทย ในวันที่ 12 เม.ย. และภายหลังจากการเชิญคนโทน้ำอภิเษกและน้ำสรงพระมุรธาภิเษกมาเก็บรักษาที่กระทรวงมหาดไทยแล้วเวลา 06.30 น. วันที่ 18 เม.ย. มท.จะจัดริ้วขบวนเชิญคนโทน้ำอภิเษกกว่า  500 คน พร้อมด้วยรถเชิญคนโทน้ำอภิเษกจาก มท. ไปยังวัดสุทัศน์ เพื่อประกอบพิธีเสกน้ำพระพุทธมนต์ ณ พระวิหารวัดสุทัศน์ ในเวลา 17.19 น. โดยมีสมเด็จพระสังฆราชฯ ทรงเป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานฝ่ายฆราวาส และในวันที่ 19 เม.ย. เวลา 06.30 น. จะจัดริ้วขบวนเชิญคนโทน้ำอภิเษกจากวัดสุทัศน์ ไปยังพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวังต่อไป 
    ตามที่ศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน 904 วปร. ได้กำหนดให้มีการรับสมัครจิตอาสาเฉพาะกิจงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เพื่อให้ประชาชนทั่วประเทศมีส่วนร่วมในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก โดยเปิดให้ประชาชนสมัครด้วยตนเอง ณ วัดที่ประกอบพิธีทำน้ำอภิเษก 76 จังหวัดทั่วประเทศ ในวันที่ 8-9 เม.ย. ที่ผ่านมานั้น ผู้สื่อข่าวรายงานยอดจิตอาสาเฉพาะกิจงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกทั่วประเทศทั้งหมด 878 สำนักทะเบียนอำเภอ และ 50 เขต รวมถึงการสมัครทางอินเทอร์เน็ตมีจำนวนทั้งสิ้น 102,880 คน
    โดยจิตอาสาเฉพาะกิจจะได้เข้าร่วมปฏิบัติในพิธีการต่างๆ ทั้งก่อนระหว่างและหลังการจัดกิจกรรมพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของจังหวัด โดยแบ่งเป็น 7 กลุ่มงาน ประกอบด้วย 1.กลุ่มงานรักษาความปลอดภัยและการจราจร 2.กลุ่มงานแพทย์และสาธารณสุข 3.กลุ่มงานขนส่ง 4.กลุ่มงานบริการและส่งกำลังบำรุง 5.กลุ่มงานนิทรรศการและพิธีการ 6.กลุ่มงานโยธา และ 7.กลุ่มงานโครงการและกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ
    วันเดียวกัน ที่หอประชุมเล็ก ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า ภาพรวมพระราชพิธีบรมราชาภิเษกขณะนี้ทุกฝ่ายเตรียมงานเกือบ  90% แล้วช่วงสงกรานต์นี้คิดว่าจะเก็บรายละเอียดครบ 100% ในส่วนที่เชิญน้ำจาก 76 จังหวัดมากรุงเทพฯ ก็เรียบร้อยแล้ว จากนั้นจะเชิญไปทำพิธีเสกที่วัดสุทัศน์ และเชิญไปวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ก่อนเตรียมเข้าสู่พระราชพิธีบรมราชาภิเษก ขณะเดียวกันมณฑปพระกระยาสนานที่จะสรงน้ำพระมุรธาภิเษกในพระบรมหาราชวังจัดสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว ส่วนเครื่องมือเครื่องใช้ในพระราชพิธีก็ซ่อมแซมเสร็จสรรพ โดยในช่วงสงกรานต์ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะเสด็จพระราชดำเนินไปยังวัดพระศรีรัตนศาสดาราม  ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้ถวายรายงานถึงการเตรียมการในส่วนต่างๆ ด้วย
    สำหรับประชาชนที่จะเข้าเฝ้าฯ รอรับเสด็จในช่วงพระราชพิธีบรมราชาภิเษก  ไม่ว่าอยู่ที่ไหน ขอให้แต่งกายด้วยเสื้อสีเหลืองเป็นหลัก พร้อมประดับเข็มตราสัญลักษณ์เท่านี้ ก็ส่งใจถึงงานได้ทั่วถึงกันตลอดพระราชพิธี โดยเฉพาะวันที่ 4-6 พ.ค. จะมีการถ่ายทอดพระราชพิธีผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย นอกจากนี้ เย็นวันที่ 5 พ.ค. ซึ่งพระองค์จะเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราสถลมารค จากพระบรมมหาราชวังออกไปรอบพระนคร รวมระยะทาง 7 กิโลเมตร ประชาชนสามารถมีส่วนร่วมด้วยการรอรับเสด็จตลอดสองข้างทาง 
    และในวันที่ 6 พ.ค. เวลา 16.30 น. เสด็จออก ณ สีหบัญชร ให้ประชาชนถวายพระพรชัยมงคลที่พระที่นั่งสุทไธสวรรยปราสาท คาดว่าจะมีคนเป็นแสนเป็นล้านเหมือนกับที่เคยมีเมื่อ 70 ปีที่แล้วเช่นเดียวกับรัชสมัยในหลวง รัชกาลที่ 9 ในสถานที่เดียวกัน โดยจะมีการติดตั้งจอโทรทัศน์และจอแอลอีดีกว่า 100 จอ   เพื่อให้ชมทั่วท้องสนามหลวง ส่วนช่วงค่ำหลังจากเสด็จฯ กลับ บนท้องฟ้าสนามหลวงจะมีการแปรขบวนโดรนกว่า 300 เครื่อง เป็นแสงสีเสียงให้เห็นสวยสดงดงาม  รวมทั้งยังมีการจัดมหรสพสมโภชเฉลิมฉลองพระราชพิธีบรมราชาภิเษกที่ท้องสนามหลวงด้วย.


เรื่อง "นักเรียน" กับ "พานไหว้ครู"กลายเป็น......เรื่อง "เผด็จการทหารหาญ" กับ "ประชาธิปไตยกางเกงในเก่า" ได้เนียนและพิลึกกึกกือ!

โลกจะสวยด้วย "จิตให้"
'แม่มด' หรือคน 'คดแผ่นดิน'
'ด้วยยินดีและสิ่งที่ห่วงใย'
'๑ หญิง ๒ ชาย' ที่ไปด้วยกัน
'แก้รัฐธรรมนูญ' แก้เพื่ออะไร?
Where are you...ทักษิณ?