กัญชาที่ภาครัฐละเลยปัญหา


   

 

           ประกาศ "วันสงกรานต์" หรือ "วันขึ้นปีใหม่" ของไทยกันหน่อยนะครับ

                ไม่ใช่อะไร....

                ย้ำไว้ให้รู้เป็นเครื่องกระตุ้นต่อมสำนึกว่าไทยเราก็มี "วันปีใหม่" ของชาติเราเองเหมือนกัน

                ก่อนๆ ก็ ถือเอาหน้าหนาว แรม ๑ ค่ำ เดือนอ้าย เป็นวันปีใหม่ เทียบปฏิทินปัจจุบัน ก็ตกเดือนมกราคม

                ต่อมา เปลี่ยนเป็นวันขึ้น ๑ ค่ำ เดือน ๕ หน้าร้อน เป็นวันปีใหม่ ซึ่งตรงกับ "วันสงกรานต์" ตามคติพราหมณ์

                เทียบตามปฏิทิน ก็ตกวันที่ ๑ เมษายน

                สมัยก่อนๆ ปีใหม่ ก็แค่ทำบุญตักบาตรกันตามประเพณี ไม่มีการจัดงานเฉลิมฉลอง เล่นน้ำสงกรานต์เหมือนทุกวันนี้

                มาในยุค "เปลี่ยนแปลงการครอง ๒๔๗๕" แล้วนั่นแหละ ในปี ๒๔๗๗

                ทางการประกาศให้มีงานรื่นเริงเถลิงศกใหม่ ๑ เมษายน ขึ้นเป็นประเพณี แต่ก็ไม่ได้เรียกวันขึ้นปีใหม่

                เรียก "วันตรุษสงกรานต์"              

                จนถึงยุค "จอมพล ป. พิบูลสงคราม" ก็เปลี่ยน "วันขึ้นปีใหม่" เป็นวันที่ ๑ มกราคม เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๘๔ เรื่อยมาถึงปัจจุบัน

                แต่ประเพณี "สงกรานต์-ปีใหม่" ตามคติพราหมณ์ก็ยังอยู่เหนียวแน่นเป็น "เอกลักษณ์"

                เหมือนชาติอื่นๆ ก็มีวันปีใหม่ของตัวเอง นอกจากปีใหม่สากล ๑ มกรา เช่น จีน ก็มีตรุษจีน เป็นต้น

                เมื่อทราบเลาๆ อย่างนี้แล้ว ฉะนั้น ก็มาดูปฏิทินสงกรานต์ประจำปี ๒๕๖๒ ของเรากันเลย

                ฝ่ายโหรพราหมณ์ กองพระราชพิธี สำนักพระราชวัง ได้ออกประกาศ เมื่อ ๑๒ เมษายน ดังนี้

                ปีกุน (มนุษย์ผู้หญิง ธาตุน้ำ) เอกศก จุลศักราช ๑๓๘๑ ทางจันทรคติ เป็นปกติมาสวาร ทางสุริยคติ เป็นปกติสุ

                วันที่ ๑๔ เมษายน เป็นวัน "มหาสงกรานต์"

                ตรงกับวันอาทิตย์ขึ้น ๑๐ ค่ำ เดือน ๕ เวลา ๑๕ นาฬิกา ๐๓ นาที ๐๓ วินาที

                นางสงกรานต์ ทรงนามว่า "ทุงสะเทวี" ทรงพาหุรัดทัดดอกทับทิม อาภรณ์แก้ว-ปัทมราค ภักษาหารอุทุมพร

                พระหัตถ์ขวาทรงจักร พระหัตถ์ซ้ายทรงสังข์ เสด็จนั่งมาเหนือหลังครุฑ เป็นพาหนะ

                วันที่ ๑๖ เมษายน เวลา ๑๙.๑๒ น.เปลี่ยนจุลศักราชใหม่เป็น ๑๓๘๑

                ปีนี้ วันจันทร์ เป็นธงชัย วันเสาร์ เป็นอธิบดี วันอาทิตย์ เป็นอุบาทว์ วันจันทร์ เป็นโลกาวินาศ

                ปีนี้ วันพฤหัสบดี เป็นอธิบดีฝน บันดาลให้ฝนตก ๕๐๐ ห่า ตกในโลกมนุษย์ ๕๐ ห่า ตกในมหาสมุทร ๑๐๐ ห่า ตกในป่าหิมพานต์ ๑๕๐ ห่า ตกในเขาจักรวาล ๒๐๐ ห่า

                นาคให้น้ำ ๓ ตัว

                เกณฑ์ธัญญาหาร ได้เศษ ๒ ชื่อ วิบัติ ข้าวกล้าในภูมินาจะเกิดกิมิชาติ (ด้วงกับแมลง) จะได้ผลกึ่งเสียกึ่ง เกณฑ์ธาราธิคุณ ตกราศีปถวี (ดิน) น้ำงามพอดี

                ครับ...งามพอดี หมายความว่า ไม่แล้ง-ไม่ท่วม สาธุ!

                "นางสงกรานต์" พระหัตถ์ขวาทรงจักร พระหัตถ์ซ้ายทรงสังข์ เป็นสัญลักษณ์ถึง

                พระมหากษัตริย์จะทรงเดชานุภาพและพระคุณานุภาพเป็นที่ยิ่ง

                วันนี้ คุยอะไรกันดีล่ะ ดูเหมือนวงสนทนาหน้ากระดาษ สมาชิกเหลือหร็อมแหร็ม ปลีกไปเที่ยวสงกรานต์กันซะมากต่อมาก

                พูดถึงกัญชา ดูจะฟีเวอร์ ยิ่งใครต่อใครออกมาสรรเสริญสรรพคุณ จนคนทั้งบ้าน-ทั้งเมืองเคลิ้ม

                ไปทางไหน ใครก็กระหายจะปลูกกัญชา นัยว่าเป็นพืชทองเขียว กิโลละร่วมแสน

                ไม่เถียง.......

                แต่อยากบอกว่า ใครจะเผยแพร่ ใครจะชักชวนใครปลูกกัญชา ค้ากัญชา ขอความกรุณาเถอะครับ

                อย่าพูดเป็นการฝังความเชื่อ "เฉพาะดี" ด้านเดียว

                ควรบอกถึงด้านควรระวัง "ควรรู้-ควรปฏิบัติ" คู่ไปด้วย

                ไม่อย่างนั้น การฝังความเชื่อด้านเดียว ชาวบ้านฟังแล้ว เฮละโลปลูกกัญชากันตามใจอยาก

                แล้วจะยุ่ง

                นอกจากยุ่งแล้ว ถูกจับติดคุก/ติดตะราง ก็จะด่ารัฐบาล ด่าเจ้าหน้าที่ ไหนว่าเสรี แล้วทำไมจึงจับ? ทางที่ถูก-ที่ควร น่าจะนำกฎ-กติกา เงื่อนไข การผลิต การจำหน่าย การมีไว้ ตาม พ.ร.บ.กัญชา  ๒๕๖๒ มาแจกแจง อธิบายให้ชาวบ้านเข้าใจด้วย

                ไม่ใช่ใครๆ ก็ปลูกได้ มีได้หรอกครับ!

                อีกอย่าง เจตนารมณ์ของการผ่อนคลายเรื่องกัญชาครั้งนี้ มุ่งหวังวิจัย ศึกษา เพื่อใช้ทางการแพทย์

                คือทำเป็นยารักษาโรค ไม่ใช่ให้ปลูกเอาไปสูบ เอาไปใส่แกง หรือเอาไปขายที่ไหนก็ได้ตามใจชอบ อย่างที่หลายๆ คนเข้าใจ

                ตรงนี้สำคัญนะ........

                ภาครัฐ โดยสาธารณสุข หรือ ป.ป.ส.ควรต้องนำความในมาตรา ๒๖/๓ มาแจกแจง ทำความเข้าใจกับชาวบ้านให้ชัด

                ว่า ๗ กลุ่ม ที่อนุญาตให้ผลิต (ปลูกกัญชา) นำเข้า ส่งออก จำหน่าย นั่นน่ะ

                (๑) หน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่ศึกษาวิจัยหรือจัดการเรียนการสอนทางการแพทย์ เภสัชศาสตร์  วิทยาศาสตร์ หรือเกษตรศาสตร์ หรือมีหน้าที่ให้บริการทางการแพทย์ เภสัชกรรม หรือวิทยาศาสตร์ หรือมีหน้าที่ให้บริการทางเกษตรกรรมเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์หรือเภสัชกรรม หรือหน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่ในการป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติด หรือสภากาชาดไทย

                (๒) ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม เภสัชกรรม ทันตกรรม การสัตวแพทย์ชั้นหนึ่ง การแพทย์แผนไทย  การแพทย์แผนไทยประยุกต์ หรือหมอพื้นบ้านตามกฎหมาย

                (๓) สถาบันอุดมศึกษาเอกชนที่มีหน้าที่ศึกษาวิจัยและจัดการเรียนการสอนเกี่ยวกับทางการแพทย์หรือเภสัชศาสตร์

                (๔) ผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรมที่รวมกลุ่มเป็นวิสาหกิจชุมชนซึ่งจดทะเบียนตามกฎหมาย ซึ่งดำเนินการภายใต้ความร่วมมือและกำกับดูแลของผู้ขออนุญาตตามหน่วยงานของรัฐตาม (1) และสถาบันอุดมศึกษาเอกชนตาม (3) สามารถร่วมผลิตและพัฒนาสูตรตำรับยาแผนโบราณหรือยาสมุนไพรได้ เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์

                (๕) ผู้ประกอบการขนส่งสาธารณะระหว่างประเทศ

                (๖) ผู้ป่วยเดินทางระหว่างประเทศที่มีความจำเป็นต้องนำยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ ติดตัวเข้าหรือออกนอกราชอาณาจักรเพื่อใช้รักษาโรคเฉพาะตัว

                (๗) ผู้ขออนุญาตอื่น โดยในกรณีที่เป็นบุคคลธรรมดา ต้องมีสัญชาติไทยและมีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย ในกรณีที่เป็นนิติบุคคลต้องจดทะเบียนตามกฎหมายไทย และกรรมการของนิติบุคคล หุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นอย่างน้อย ๒ ใน ๓ ต้องเป็นผู้มีสัญชาติไทยและมีสำนักงานในไทย

                เนี่ย.....

                ชาวบ้านอ่านน่ะ..อ่านออกหรอก แต่เข้าใจเป็นรูปธรรมหมดมั้ย ว่ามันหมายถึงอะไรกันบ้าง ผมว่าไม่นะ        

                ฝ่ายประชาสัมพันธ์ภาครัฐ ควรแจกแจง-อธิบาย ออกเผยแพร่เป็นข่าวสารให้ชาวบ้านเข้าใจ จะได้ทำตัวถูก

                อย่าง (๔) ผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรมที่รวมกลุ่มเป็นวิสาหกิจชุมชนซึ่งจดทะเบียนตามกฎหมาย ฯลฯ

                และ (๗) ผู้ขออนุญาตอื่น ในกรณีที่เป็นบุคคลธรรมดา ต้องมีสัญชาติไทยและมีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย ฯลฯ

                ช่วยยกตัวอย่างชัดๆ ซิ มันอะไรกันบ้าง นอกจากสหกรณ์เกษตรฯ วิสาหกิจชุมชนแล้ว มีแบบไหนอีก?

                "บุคคลธรรมดา" ที่เป็นคนไทย ขออนุญาตได้เลยใช่มั้ย?

                ไม่ใช่อะไร ผมเห็นตอนนี้ มั่วกันไปหมด

                ใครก็อยากปลูกโดยไม่เข้าใจ ว่าที่ภาครัฐต้องตีกรอบในการปลูก

                นั่นไม่ใช่เพื่อกีดกันหรือเพื่อควบคุม

                แต่เพราะกัญชานั้น มีหลายพันธุ์ ให้สารไม่เหมือนกัน เกรดที่ต้องการและมีราคา ใช่ว่าปลูกง่ายๆ  ฉะนั้น ควรศึกษา

                อีกอย่าง กัญชาเป็นพืชดูดโลหะหนักในดินได้มาก หากเกินค่ามาตรฐาน ก็ใช้ไม่ได้

                ที่สำคัญ ถ้าปล่อยปลูกทั่วไป ก็จะใช้สารเคมีเร่งดอกกัน

                ที่พบมาก จะพบทั้งสารหนู แคดเมียม ยาฆ่าหญ้า ซึ่งกัญชาปนเปื้อนพวกนี้ จะนำมาสกัดไม่ได้

                แม้ชาวบ้านเอง ไปซื้อจากโน่น-นี่มากลั่นน้ำมันกัญชาใช้เอง ใช้แล้วแทนที่จะหาย กลับรับสารอันตรายที่ติดมากับกัญชาเข้าตัว หนักไปอีก

                พูดกันตรงๆ เรารู้จักกัญชา แต่ไม่ศึกษาเรื่องกัญชากันซักเท่าไหร่

                มีหนังสืออยู่เล่ม "การเสพติดและผลแทรกซ้อนทางจิตเวช" ของรองศาสตราจารย์ แพทย์หญิงรัศมน  กัลยาศิริ ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ

                ท่านศึกษาวิจัยไว้เป็นองค์ความรู้พื้นฐานสำหรับคนทั่วไปดีเหลือเกิน อยากให้หามาอ่านกัน

                แต่ดูเหมือนไม่ได้พิมพ์เพื่อการค้าโดยตรง ถ้าใครสนใจลองติดต่ออาจารย์ที่คณะแพทยศาสตร์ดูเองละกัน

                อยากปลูกกัญชา อย่าทำเหมือนที่เป็นอยู่ อยากปลูกก็ปลูก ไม่มีหลักวิชา ไม่ควบคุมคุณภาพ ไม่รู้ตลาด แล้วก็โวย ด่ารัฐบาล

                ทำให้เป็นระบบ มีระเบียบ-มาตรฐาน สู่วิจัย พัฒนา สร้างมูลค่าเพิ่ม อย่าสักแต่ว่าปลูกเพื่อขายอย่างเดียว อย่างนี้ถึงจะเรียกว่าพัฒนา ก้าวหน้า รวยแน่นอน

                ผมฟัง "อาจารย์เดชา" บอกนักข่าววันก่อน ที่ตำรวจยึดน้ำมันกัญชาไปเป็นแกลลอนนั้น ไม่ใช่น้ำมันกัญชา

                แต่เป็น "น้ำปลา".....

                อาจารย์ทดลองผสมกัญชาตามสูตรที่คิดค้นขึ้น เพื่อเป็นผลิตภัณฑ์สินค้าตัวใหม่ "น้ำปลากัญชา"

                ผมฟังแล้ว ชอบมาก

                แบบนี้แหละ ใช่เลย ในทางวิจัย-พัฒนา ต่อยอดจากพืชกัญชา เป็นนวัตกรรม ๔.๐!

                เอาละมังครับ โม้คั่นเวลาไว้แค่นี้ แฮปปี้สงกรานต์ ทุกท่านเด้อ!

 


"พลเอกประยุทธ์" นี่.....ชะตาเข้าเกณฑ์ "พระรามเดินดง" จริงๆ!กว่าจะลุยป่าได้นั่ง "เก้าอี้นายกฯ" เรียกว่าบักโกรกเลือดโชกแสนสาหัส     ครั้นขึ้นนั่ง.......

"ขายชาติ" ปรากฏว่า "ขาดทุน"
'ช่วยกันมองประเทศสักครั้ง'
เรื่อง 'แค้นกับค้าน' ในสภา
ล้างมรดก คสช.=ดับอนาคตใหม่
จับ 'อุตตม' เป็นตัวประกัน?
ทำไม 'ธนาธร' เดินสายต่างประเทศ?