ไฟเผาร้านเกษตร โกดังวอดสูญ10ล.


   


    ไฟไหม้ร้านจำหน่ายสินค้าเกษตรรายใหญ่ในสกลนคร จากตัวร้านอาหารพาณิชย์ 3 ชั้น ลามไปยังโกดังเก็บอาหารสัตว์ ปุ๋ย รวมกว่า 500 ตันวอดวาย เสียหายไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท พยานเผยได้ยินเสียงคล้ายประทัดดังถี่ยิบ เปิดหน้าต่างจึงเห็นไฟไหม้
    เมื่อเวลาประมาณ 03.00 น. ร.ต.อ.มาลินี โมรารัตน์ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองสกลนคร รับแจ้งเกิดเพลิงไหม้ร้านไพโรจน์การเกษตร ถนนเปรมปรีดา ต.ธาตุเชิงชุม อ.เมือง จ.สกลนคร จึงแจ้งเทศบาลนครสกลนครนำรถดับเพลิงไปดับไฟ พร้อมเดินทางไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุเป็นอาคารพาณิชย์ สูง 3 ชั้น เลขที่ 1870 พบเพลิงกำลังลุกไหม้บริเวณชั้นล่างอย่างรวดเร็ว และมีเสียงดังคล้ายระเบิดเป็นระยะ ทราบว่าที่ร้านเป็นที่เก็บสินค้าประเภทอาหารสัตว์ ปุ๋ยและเคมีภัณฑ์ อุปกรณ์การเกษตรต่างๆ โดยมีนายชัยธวัฒน์ แซ่โง้ว เป็นเจ้าของร้าน นอกจากนี้ ด้านหลังร้านยังเป็นโกดังเก็บสินค้าประเภทปุ๋ยและอาหารสัตว์กว่า 500 ตัน ทำให้เป็นเชื้อเพลิงอย่างดี แม้เจ้าหน้าที่ดับเพลิงจะพยายามระดมฉีดน้ำอย่างเต็มที่ แต่ก็คุมเพลิงเป็นไปด้วยความยากลำบาก 
    มีรายงานว่า เปลวเพลิงที่ลุกโหมออกจากหน้าร้านอย่างแรงนั้น ทำให้รถยนต์ที่จอดอยู่หน้าร้านเสียหาย 3 คัน ประชาชนที่มีบ้านพักอาศัยอยู่ใกล้ที่เกิดเหตุต่างพากันเก็บข้าวของหนีไฟกันโกลาหล โดยมีกำลังทหารจาก มทบ.29 อาสาสมัคร และชาวบ้านเข้าช่วยเหลือขนย้ายสิ่งของ
    ด้านการดับไฟ เจ้าหน้าที่ได้ระดมรถรถดับเพลิงกว่า 20 คัน ช่วยกันฉีดน้ำนานกว่า 1 ชั่วโมง ก็ยังไม่สามารถควบคุมเพลิงได้ จึงได้ประสานขอสนับสนุนรถกระเช้าดับเพลิงขนาดใหญ่จากศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 7 สกลนคร มาช่วยดับเพลิง จนเวลาประมาณ 06.00 น. หลังจากระดมฉีดน้ำนานกว่า 4 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่ก็สามารถควบคุมเพลิงให้อยู่ในวงจำกัดได้ แต่ยังไม่สามารถทำการดับได้โดยสิ้นเชิง เนื่องจากเชื้อเพลิงที่เป็นปุ๋ย สารเคมี และอาหารสัตว์ต่างๆ ที่วางทับซ้อนกันหลายชั้นทำให้ไฟดับสนิทยาก เจ้าหน้าที่จึงยังคงต้องฉีดน้ำหล่อเลี้ยงไว้เพื่อไม่ให้เพลิงปะทุขึ้นมาอีก
    ผู้เห็นเหตุการณ์ให้ข้อมูลเจ้าหน้าที่ว่า ขณะนั่งดูฟุตบอลทางโทรทัศน์อยู่ในบ้านตรงข้ามร้านเกิดเหตุ ได้ยินเสียงคล้ายประทัดดังหลายครั้งจนรู้สึกผิดสังเกต จึงเปิดหน้าต่างดู ก็เห็นไฟลุกไหม้ภายในร้าน จึงร้องเตือนเพื่อนบ้านและโทรศัพท์แจ้งตำรวจ
    เหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้ไม่มีผู้ใดได้รับอันตรายเนื่องจากที่ร้านไม่มีคนพัก ซึ่งเมื่อเจ้าของมาดู คาดว่าความเสียหายไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท สาเหตุอยู่ระหว่างสอบสวน 
    อีกราย เวลา 02.30 น. วันเดียวกัน ร.ต.อ.ดนัย บุญทัน สารวัตรสอบสวน สภ.บ้านเขว้า จ.ชัยภูมิ รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้าน ที่บ้านห้วยเหนือ หมู่ 18 ต.ตลาดแร้ง อ.บ้านเขว้า จึงไปตรวจสอบพร้อมประสานรถดับเพลิงไประงับเหตุ ที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้ 2 ชั้นใต้ถุนสูง ถูกเพลิงลุกไหม้ รวมทั้งรถกระบะเชฟโรเลต ทะเบียน บน 508 ชัยภูมิ จักรยานยนต์และรถจักรยานที่จอดอยู่ใต้ถุนบ้านถูกไฟเผาเสียหาย เจ้าหน้าที่ใช้เวลานานว่า 1 ชั่วโมงจึงดับไฟได้ แต่รถกระบะ จักรยานยนต์ และบ้านทั้งหลังถูกไหม้เสียหายทั้งหมด 
    นายวรรณ ธัญภูมิ อายุ 71 ปี เจ้าของบ้าน ให้การว่า เมื่อคืนวันที่ 17 เม.ย. ตนไม่ได้อยู่บ้าน เพราะไปนอนเฝ้าที่นาใกล้หมู่บ้าน มีเพียงนายเสมียน ตรีเงิน อายุ 45 ปี ลูกเขย อยู่บ้านเพียงลำพัง ส่วนภรรยานายเสมียนซึ่งเป็นลูกสาวของตนนั้น ไปที่ทำงานต่างจังหวัด เพิ่งมารับลูกไปอยู่ด้วยเมื่อช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม หลังเกิดเหตุตนได้สอบถามชาวบ้านข้างเคียง ทราบว่าหลังเกิดไฟไหม้ นายเสมียนได้หายตัวไป กระทั่งถูกจับกุมตัวได้ และชาวบ้านนำตัวไปให้ตำรวจ
    ด้านนายเสมียนรับสารภาพว่าเป็นคนเผาบ้านพ่อตา เพราะโกรธที่ภรรยาไล่ออกจากบ้าน ทั้งยังเอาลูกไปอยู่ด้วย เชื่อว่าภรรยาจะมีสามีใหม่ ก่อนเกิดเหตุดื่มสุเราจนเมา แล้วใช้น้ำมันสนที่มีอยู่ราดพื้นไม้ชั้นบนแล้วจุดไฟเผาก่อนจะหลบหนีไป แต่ถูกชาวบ้านติดตามจับกุมได้.


เห็น "ธนาธร-พรรณิการ์" เดินเร่ขายชาติไปทั่วยุโรป, สหรัฐแล้ว บอกตรงๆ.......... ทำให้นึกถึงคำว่า "ผัวหาบ-เมียคอน" ขึ้นมาติดหมัด!

'ช่วยกันมองประเทศสักครั้ง'
เรื่อง 'แค้นกับค้าน' ในสภา
ล้างมรดก คสช.=ดับอนาคตใหม่
จับ 'อุตตม' เป็นตัวประกัน?
ทำไม 'ธนาธร' เดินสายต่างประเทศ?
"ครม.ปู" ดีกว่า "ครม.ลุง" จริงหรือ?