เมสซี่ไว้ก่อน"คล็อปป์"ขอโฟกัสพรีเมียร์ลีก


   


เจอร์เกน คล็อปป์ เป็นปลื้ม ลิเวอร์พูล ผ่าน ปอร์โต้ เข้าสู่รอบเซมิไฟนอล ได้อย่างง่ายดายเกินคาด หลังบุกไปถล่มชนะ ที่ เอสตาดิโอ โด ดราเกา ถึง 4-1 เมื่อคืนวันพุธ ขอแต่การจะได้เจอกับ บาร์เซโลน่า ในรอบต่อไป จะไม่ทำให้ นักเตะเสียสมาธิในการลงทำศึกพรีเมียร์ลีกในอีก 4 นัดที่เหลือ รับตอนนี้ยังไม่คิดเรื่องแผนที่จะใช้ในการจัดการกับ ลิโอเนล เมสซี่
        ซาดิโอ มาเน่, โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ กับ เฟอร์จิล ฟาน ไดจ์ค ที่เป็นตัวทำประตูให้กับทีม ต่างมีชื่อขึ้นสกอร์บอร์ดกันถ้วนหน้า ในเกมที่บุกไปถล่มย้ำแค้น ปอร์โต้ 4-1 เมื่อคืนวันพุธ และ ผ่านเข้ารอบสบายๆด้วยสกอร์รวมชนะถึง 6-1
        อย่างไรก็ตาม เกมที่เหลือในพรีเมียร์ลีก ของ ลิเวอร์พูล ไม่ได้หนักอะไร แต่ก็จะประมาทไม่ได้ เพราะช่วงโค้งสุดท้ายนี้ จะลิเวอร์พูล หรือ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ใครสะดุดไปซักนัด ก็มีหวังหลุดแชมป์ได้ทันที
        ถามว่าทีมของเขาจะหยุด ลิโอเนล เมสซี่ กับ บาร์เซโลน่า ได้อย่างไร กุนซือชาวเยอรมัน ยิ้ม
        "ขอบคุณพระเจ้า ผมยังไม่ต้องคิดถึงเรื่องนั้นในตอนนี้ และผมมีเวลาอีกหลายคืนกว่าจะถึงวันนั้น"
        "ทุกคนพยายามที่จะทำแล้ว และไม่มีใครเคยทำได้ แต่เราจะพร้อมสำหรับเกมนั้น เราต้องทำการบ้านหลายอย่างก่อนที่จะถึงเกมกับ บาร์เซโลน่า"
        "อันดับแรก เราต้องจัดการกับเกมลีกช่วงนี้ให้ได้หมด ก่อนจะถึงวันที่ต้องเจอกับ บาร์เซโลน่า แล้วเราค่อยมาดูกัน"
        "เรามีเกมกับ คาร์ดิฟฟ์ ในคืนวันอาทิตย์นี้ให้ต้องโฟกัส ไม่ใช่ไปคิดว่าจะต้องเล่นอย่างไรกับ บาร์เซโลน่า เอาเป็นว่าเรามีเวลามากพอสำหรับเกมนั้น"
        คล็อปป์ ให้สัญญาหลังเกมยุโรป เช้ารุ่งขึ้นตื่นมา จะมีแต่เกมกับ คาร์ดิฟฟ์ เท่านั้นที่อยู่ในความคิด
        "เรามีเวลาพักฟื้นร่างกาย 3 วัน เราต้องพร้อมสำหรับเกมหนักที่รออยู่อีกนัด"
        "คาร์ดิฟฟ์ ตอนนี้กลับมาสู่เส้นทางการแข่งขันของตัวเองได้แล้วด้วยผลการแข่งขันในเกมกับ ไบรท์ตัน ดังนั้นผมไม่คิดว่ามันจะหนักน้อยไปกว่าเกมในค่ำคืนนี้ ดังนันนั่นคืองานต่อไปของเรา"
        ลิเวอร์พูล เสร็จศึกจากที่สนาม เอสตาดิโอ โด ดราเกา โดยไม่มีผู้เล่นคนไหนได้รับบาดเจ็บกลับมา นอกจากนั้นแล้วยังมีข่าวดีตรงที่ โจ โกเมซ ได้กลับมาลงสนามให้ทีมได้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือน ธันวาคม หลังกระดูกแตกที่ขา
        ดิว็อค โอริกี ได้ลงสนามในยุโรปเป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปี โดย โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ ได้พักก่อนที่จะถูกส่งลงสนามตอนพักครึ่ง และลงไปก็ทำประตูได้
        ทางด้าน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ หมดหวังทำ 4 แชมป์เรียบร้อย หลังวืดประตูสำคัญในช่วงก่อนหมดเวลา และทำให้ชนะ ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ได้แค่ 4-3 เป็นอันต้องจบเส้นทาง ศึกลูกหนัง ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก แต่เพียงรอบควอร์เตอร์ไฟนอล หลังจากที่รวมสกอร์ 2 นัด เสมอ 4-4 ตกรอบไปด้วยอเวย์โกลคาถิ่นเอติฮัด
        "เราสมควรได้เข้ารอบเซมิไฟนอล" เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ บอสทีมไก่เดือยทอง กล่าว "ผู้เล่นของผมคือฮีโร่"
    "มันเหลือเชื่อ การปิดฉากรอบนี้ในแบบนี้ ผมมีความสุขมาก ในช่วงเวลานั้น มีหลายสิ่งหลายอย่างเกิดขึ้นในหัว ตอนนั้นความผิดหวังรุนแรงมาก เรานึกว่าตกรอบแล้ว แต่พวกเขาเปลี่ยนคำตัดสิน นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมผมถึงชอบกีฬาฟุตบอล วันนี้เราแสดงให้เห็นความมุ่งมั่นที่สุดยอด เกมนี้มันเหลือเชื่อมากจริงๆ"
        "ผมบอกคุณแล้วก่อนเกมว่า อะไรก็เกิดขึ้นได้ ผมจะรู้สึกภูมิใจมากๆ การพาทีมเข้าถึงรอบเซมิไฟนอล และสร้างประวัติศาสตร์ได้ ผมดีใจมากกว่าอะไร และผมภูมิใจมากยิ่งกว่าครั้งไหนๆ"
        ทางด้าน เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ให้สัมภาษณ์ชี้เป็นการตกรอบที่โหดร้ายสำหรับทีมของตน จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงก่อนหมดเวลาแค่ 2 นาที ที่แฟนบอลซิตี้ นักเตะและสตาฟทุกคน พากันดีใจเพราะนึกว่าได้ประตูสำคัญสำหรับการเข้ารอบแล้ว แต่ลูกยิงของ ราฮีม สเตอร์ลิง กลับไม่ได้ประตูหลัง VAR ชี้ว่า แซร์โจ้ อเกวโร่ ออฟไซด์
    "เราพลาดจุดโทษในเลกแรก เราสร้างโอกาสลุ้นประตูได้มากในการเจอกับทีมที่แข็งแกร่งทีมนี้ เราพลาดเองสำหรับ 2 ประตูแรกที่เสียไป เราซื่อสัตย์กับแนวทางที่เราเล่น เราพยายามแล้วจนถึงนาทีสุดท้าย แต่ไม่ว่าจะอย่างไร สิ่งที่เราทำมาตลอด 2 ฤดูกาลนี้ก็ถือว่าเหลือเชื่อแล้ว"


วันนี้ "ตามใจแฟน" ซักวัน คือ มีข้อความมา ว่า...... "อยากให้คุณเปลวพูดเรื่องหุ้นและการกู้ยืมเงินของ ทอนอีก ยื้อเวลาหนึ่งเดือนแล้ว ทาง กกต.จะฟ้องได้ไหม หรืออะไรยังไง?"

'คนไทยหัวใจกระวีกระวาด'
เรื่องพานกับ 'คนนอกคอก'
ประชาธิปไตย 'พานไหว้ครู'
โลกจะสวยด้วย "จิตให้"
'แม่มด' หรือคน 'คดแผ่นดิน'
'ด้วยยินดีและสิ่งที่ห่วงใย'