พระครูกิตตินอนคุกยาว ศาลกลัวหนีค้านประกัน


   

        อดีตเจ้าคณะชนแดนนอนคุกยาว ศาลอุทธรณ์ยกคำร้องขอประกันตัวชั่วคราว เหตุถูกตัดสินลงโทษหนักจำคุก 26 ปี ปล่อยไปหนีแน่ “กลุ่มชาวพุทธพลังแผ่นดิน” ตามราวี “พงศ์พร” ฟ้องกองปราบฯ  ผิด ม.157
        เมื่อวันศุกร์ ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ศาลได้อ่านคำสั่งศาลอุทธรณ์เรื่อง การประกันตัวอดีตพระครูกิตติ พัชรคุณ หรือนายสมเกียรติ ขันทอง อายุ 55 ปี อดีตเจ้าคณะอำเภอชนแดน จังหวัดเพชรบูรณ์ และอดีตเจ้าอาวาสวัดลาดแค จำเลยคดีฟอกเงินทอนวัดกว่า 24 ล้านบาท ของวัด 12 แห่ง ที่ศาลอาญาคดีทุจริตฯ มีคำพิพากษาจำคุกเป็นเวลา 26 ปี เมื่อวันที่ 18 เม.ย. โดยมีทนายความของนายสมเกียรติมาฟังคำสั่ง ส่วนตัวนายสมเกียรติถูกคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ตั้งแต่เมื่อวันที่ 18 เม.ย. 
        โดยนายสุริยันต์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรมกล่าวถึงคำสั่งของศาลอุทธรณ์ว่า ศาลมีคำสั่งให้ยกคำร้องขอปล่อยชั่วคราวของจำเลย โดยศาลได้พิเคราะห์ความหนักเบาของข้อหาและพฤติการณ์แห่งคดีแล้ว เห็นว่าศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกเป็นเวลา 26 ปี มีเหตุอันควรเชื่อว่าจำเลยจะหลบหนี จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจำเลยในระหว่างอุทธรณ์
        “ในการปล่อยชั่วคราวนั้น ตามสิทธิและขั้นตอนตามกฎหมาย จำเลยยังสามารถยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวใหม่ได้ หรือจะอุทธรณ์คำสั่งการปล่อยชั่วคราวใหม่ต่อศาลฎีกาก็ได้ แต่การอุทธรณ์คำสั่งต่อศาลฎีกาต้องทำภายในระยะเวลา 1 เดือน” นายสุริยันต์กล่าว
        ทั้งนี้ คดีดังกล่าวเป็นการตัดสินคดีเงินทอนวัดสำนวนแรก โดยอดีตพระครูกิตติได้ร่วมกับนายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ อายุ 60 ปี อดีตผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ทุจริตเงินทอนวัดกว่า 24 ล้านบาท โดยการยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวในชั้นอุทธรณ์ ทนายความของนายสมเกียรติได้ยื่นหลักทรัพย์เป็นโฉนดที่ดิน พร้อมแสดงความประสงค์ขอติดกำไล EM 
        วันเดียวกัน ที่กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ดร.จรูญ วรรณกสิณานนท์ พร้อมคณะกลุ่มชาวพุทธพลังแผ่นดิน นำหลักฐานเดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.สมเกียรติ พิมพกันต์ รอง ผกก. (สอบสวน) กก.5 บก.ปปป. เพื่อแจ้งความดำเนินคดีต่อ พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการ พศ. กรณีกล่าวหาพระสงฆ์โดยมิชอบในคดีทุจริตเงินทอนวัด
        โดย ดร.จรูญกล่าวว่า ตามที่ พ.ต.ท.พงศ์พรได้แจ้งข้อกล่าวหาต่อพระสงฆ์ชั้นผู้ใหญ่หลายรูปในคดีร่วมกันฟอกเงินที่ได้รับจาก พศ.ปีงบประมาณ 2556-2557 จากโครงการสนับสนุนค่าใช้จ่ายจัดการศึกษาตั้งแต่ระดับอนุบาลจนจบการศึกษา โดยกล่าวหาว่าวัดไม่มีโรงเรียนอนุบาล ทั้งที่ตามจริงแล้วโครงการสนับสนุนที่ว่าเป็นเพียงชื่อแผนงานโครงการเท่านั้น เงินสนับสนุนดังกล่าวจึงเป็นงบอุดหนุนทั่วไป ทำให้การกระทำของผู้อำนวยการ พศ.เข้าข่ายแจ้งความเท็จ แต่เนื่องจากเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ จึงจะแจ้งข้อกล่าวหาประพฤติและปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามความผิดอาญา มาตรา 157 นอกจากนี้ในแผนเงินอุดหนุนงบประมาณดังกล่าว ยังมีรายชื่อวัดอื่นๆ ในพื้นที่กรุงเทพฯ และ จ.ลพบุรี ที่ได้รับเงินอีกรวมแล้ว 9 วัด เหตุใดมีเพียงพระของวัดสามพระยาที่ได้รับเงิน 5 ล้านบาท และวัดสัมพันธวงศาราม 2 ล้านบาท ที่ถูกดำเนินคดีเข้าข่ายการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบด้วยหรือไม่
         "พระสงฆ์ที่ถูกดำเนินคดีไปก่อนหน้าแล้ว เราได้ยื่นขอศาลอาญาคดีทุจริตฯ เพื่อปล่อยตัว เนื่องจากเป็นการจับกุมโดยมิชอบตาม ป.วิอาญา มาตรา 90 แต่ศาลให้ความเห็นว่ากระบวนการได้ผ่านมาแล้ว จึงยกคำร้องไป ทางเราจึงจะนำเรื่องยื่นคำร้องร้องใหม่ เนื่องจากเพิ่งได้รับหลักฐานชิ้นนี้มาประกอบการแจ้งความเพิ่มเติม" ดร.จรูญกล่าว
          เบื้องต้น พ.ต.ท.สมเกียรติรับเรื่องร้องทุกข์ของผู้แจ้งความไว้ พร้อมสอบปากคำและรวบรวมพยานหลักฐานพิจารณาเสนอผู้บังคับบัญชาประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.


สมัยก่อน......... เรือสำเภา มีหินเป็น "ตัวอับเฉา" ถ่วงท้องเรือ กันเรือโคลง สมัยนี้...... ประชาธิปไตยเลือกตั้ง มี ส.ส.เป็น "ตัวอับเฉา" ถ่วงประเทศ กันบ้านเมืองเจริญ!

แรงจูงใจของอาชญากร
ที่ไม่ได้วินิจฉัย 'ใช่ว่าไม่ผิด'
'ศิษย์หนุ่มกับอาจารย์ทารก'
๒๑ มกรา 'มีใครจะลาบวช?'
ดิ้นกันไปเมื่อรู้ว่า 'ใกล้เมรุ'
ปิยบุตร "ยังเป็นคนอยู่หรือ?"