'ทัพเรือ'แจงยิบ บ้านกลางทะเล ภัยคุกคามใหม่!


   

    ทัพเรือแจงยิบปฏิบัติตามขั้นตอน กม. ปัดไล่ล่าเอาชีวิต 2 สามีภรรยาสร้างบ้านลอยทะเลใกล้ภูเก็ต ชี้ภัยคุกคามมั่นคงรูปแบบใหม่ ตม.ถอนวีซ่าผัวมะกันแล้ว ตร.เร่งรวบรวมหลักฐานชงอัยการเอาผิด ม.119 พร้อมขยายผลอีกหลายข้อหา
    เมื่อวันที่ 19 เมษายน พล.ร.ท.สิทธิพร มาศเกษม ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ประสานการปฏิบัติในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลเขต 3 (ศร.ชล.เขต 3) กล่าวถึงความคืบหน้าการดำเนินการทางกฎหมายกับนายแชด แอนดริว เอลวอทอวสกี ชาวอเมริกัน และนาเดีย หรือนางสุปราณี เทพเดช ภรรยาชาวไทย ประกาศความสำเร็จในการตั้งเขตปกครองตนเองกลางทะเลสากลใกล้ จ.ภูเก็ต ว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวน สภ.วิชิต จ.ภูเก็ต กำลังรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อส่งเรื่องต่ออัยการตามกระบวนการยุติธรรม เพื่อดำเนินการกับสองสามีภรรยาดังกล่าว ตามพยานหลักฐานที่ปรากฏตามความผิดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 119 เนื่องจากพบว่ามีการเชิญชวนคนมาสร้างสิ่งปลูกสร้างเพื่ออยู่ในทะเล ถือว่าเป็นการกระทำที่กระทบต่อความมั่นคงและอธิปไตยของชาติ อีกทั้งจังหวัดภูเก็ตจะดำเนินการขยายผลในข้อหาอื่นที่เกี่ยวข้องด้วย โดย ศร.ชล.เขต 3 จะร่วมมือกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องดำเนินการต่อไป
    พล.ร.ท.สิทธิพรกล่าวว่า ล่าสุดสิ่งปลูกสร้างยังคงอยู่ที่เดิม โดยมีเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบตลอดเวลา ซึ่งยังไม่มีการดำเนินการกลับมาใช้ประโยชน์ใดๆ เพิ่มเติมอีก ทั้งนี้ หากคดีดังกล่าวเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายแล้ว จะต้องมีการรื้อและยึดสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวไว้เป็นหลักฐาน ส่วนที่สองสามีภรรยาร้องเรียนสื่อต่างประเทศว่าถูกทหารไทยคุกคามตามล่าจนเกรงว่าจะเกิดความไม่ปลอดภัยในชีวิต และขอลี้ภัยไปอยู่ต่างประเทศนั้น ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่และพนักงานสอบสวนดำเนินการตามกฎหมายปกติทุกขั้นตอน ไม่เคยข่มขู่คุกคามหรือตามล่า ซึ่งจนถึงขณะนี้ยังไม่พบตัวสองสามีภรรยา เบื้องต้นทราบว่าสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ได้ยื่นถอนวีซ่าสามีที่เป็นคนต่างชาติเรียบร้อยแล้ว 
    อย่างไรก็ตาม จากนี้เจ้าหน้าที่ ศร.ชล. และทัพเรือภาคที่ 3 จะต้องดำเนินการเฝ้าระวังและป้องกัน เพราะถือว่าเป็นภัยคุกคามรูปแบบใหม่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และต้องขอร้องให้ชาวบ้านในทุกพื้นที่ช่วยกันตื่นตัว เฝ้าระวัง และร่วมมือกันป้องกันดูแลพื้นที่ของตนเองด้วย
    ต่อมาเวลา 16.00 น. พล.ร.ท.กาญจน์ ดีอุบล เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารเรือ ในฐานะโฆษกกองทัพเรือ (ทร.) ชี้แจงกรณีดังกล่าวว่า สองสามีภรรยาดังกล่าว ได้ดำเนินการก่อสร้างที่พักอาศัยลอยน้ำ ตามแนวคิดการตั้งถิ่นฐานในทะเลนอกน่านน้ำทะเลอาณาเขต (Seasteading) ในนามของ Ocean Builders โดยมีหลักฐานที่เชื่อได้ว่า Seasteading ถูกสร้างขึ้นในพื้นที่ของบริษัท Phuket Premier Boatyard Co,Ltd. ตั้งอยู่ที่บ้านหยิด หมู่ 7 ต.ไม้ขาว อ.ถลาง จ.ภูเก็ต และถูกนำไปติดตั้งสำเร็จในพิกัด ละติจูด 7 องศา 29.37 ลิปดาเหนือ ลองจิจูด 98 องศา 34.81 ลิปดาตะวันออก หรือบริเวณทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะราชาใหญ่ ระยะห่างประมาณ 14 ไมล์ทะเล ซึ่งพิกัดดังกล่าวอยู่ในเขตต่อเนื่องของประเทศไทย 
    ทั้งนี้ ทร. โดยทัพเรือภาคที่ 3 ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องใน ศร.ชล.เขต 3 ดำเนินการตรวจสอบอย่างเร่งด่วน ตั้งแต่วันที่ 12 เม.ย.ที่ผ่านมา และหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องได้เร่งดำเนินการเอาผิดกับเจ้าของบ้านลอยน้ำแล้ว อาทิ ตม.ภูเก็ต ได้เพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวของนายเชด แอนดริว เอลวอทอวสกี และขอให้บันทึกรายชื่อลงระบบข้อมูล (ระบบ PIBICS) เป็นบุคคลต้องห้าม, สภ.วิชิต รับแจ้งความจากทัพเรือภาคที่ 3/ศร.ชล.เขต 3 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 119 พร้อมทั้งดำเนินการสอบปากคำนายทหารพระธรรมนูญ ทัพเรือภาคที่ 3 ซึ่งเป็นผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมหลักฐานเพื่อนำส่งให้อัยการสูงสุด ด้านจังหวัดภูเก็ตประสานกระทรวงการต่างประเทศในการเตรียมชี้แจงข้อเท็จจริงต่อสถานทูตสหรัฐอเมริกาให้รับทราบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
    นอกจากนี้ สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาภูเก็ตจะหารือกรมเจ้าท่า เพื่อพิจารณาสั่งการให้สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาภูเก็ตใช้อำนาจตามมาตรา 121 แห่งพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ.2456 ในการออกคำสั่งทางปกครอง ให้เจ้าของ Seasteading เคลื่อนย้ายวัตถุพยานออกไปภายใน 30 วัน สรุปแนวทางการดำเนินการต่อไป คือ ให้พนักงานสอบสวน สภ.วิชิต ส่งสำนวนการสอบสวนให้อัยการสูงสุดดำเนินการรับเป็นคดีแล้ว จึงจะดำเนินการยึดของกลาง (บ้านลอยน้ำ) ได้ 
    โดยการเคลื่อนย้ายบ้านลอยน้ำกลับเข้าสู่ฝั่ง ทัพเรือภาคที่ 3 เจ้าท่าภูมิภาคที่ 5 สาขาภูเก็ต สภ.วิชิต สภ.เมืองภูเก็ต และจังหวัดภูเก็ต ขั้นตอนการปฏิบัติงานดังนี้ ขั้นที่ 1 วางแผนเตรียมการตรวจสอบโครงสร้างบ้านลอยน้ำ, ขั้นที่ 2 ออกเรือนำทีมเจ้าหน้าที่จาก กองโรงงาน ฐานทัพเรือพังงา และชุดปฏิบัติการพิเศษ ทัพเรือภาคที่ 3 เข้าตรวจสอบโครงสร้าง, ขั้นที่ 3 ปรับแผนการปฏิบัติ และเตรียมอุปกรณ์ในการลากบ้านลอยน้ำ, ขั้นที่ 4 ดำเนินการเคลื่อนย้ายบ้านลอยน้ำกลับเข้าฝั่ง, ขั้นที่ 5 ดำเนินการเก็บรักษาบ้านลอยน้ำ ณ สถานที่เก็บ โดยทำการส่งมอบให้กับ สภ.วิชิต เพื่อดำเนินการเก็บรักษาเป็นของกลางในการดำเนินคดีต่อไป
    ทั้งนี้ ทร.มีหน้าที่ในการรักษาเอกราช อธิปไตยและความมั่นคงของชาติทางทะเล จากเหตุการณ์ดังกล่าว ผู้กระทำการเป็นกลุ่มบุคคลที่มีแนวความคิดจะสร้างถิ่นฐานถาวรกลางทะเลนอกเขตอำนาจอธิปไตยของรัฐต่างๆ โดยพยายามอาศัยช่องโหว่ของกฎหมายมาดำเนินการ โดยมิได้ดำเนินการขออนุญาตต่อทางการของประเทศไทย รวมทั้งยังเชิญชวนให้กลุ่มคนที่มีแนวความคิดเดียวกันเข้ามาพักอาศัยหรือสร้างเพิ่มเติม ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวแสดงออกถึงความมีเจตนาไม่เคารพต่อกฎหมายของประเทศไทยในฐานะรัฐชายฝั่ง และจะทำให้เกิดรัฐใหม่ในอาณาเขตทางทะเลของประเทศไทย ซึ่งหากไม่มีการดำเนินการแก้ไข ปัญหาดังกล่าวอาจจะขยายวงกว้างและยากที่จะแก้ไข อันจะก่อให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศไทย รวมทั้งจะส่งผลกระทบด้านเศรษฐกิจ สังคม และผลประโยชน์ของชาติทางทะเลอย่างมหาศาล
    "ขอยืนยันว่า ทร.ได้ปฏิบัติตามขั้นตอนของกฎหมาย ซึ่งเมื่อตรวจพบการกระทำผิด ก็ได้แจ้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการไปตามกระบวนการตามอำนาจหน้าที่ โดยปัจจุบันเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการรวบรวมพยานหลักฐาน ทั้งนี้ กองทัพเรือไม่ได้ส่งกำลังพลติดตามหรือคุกคามตามที่นายเชด แอนดริว เอลวอทอวสกี และภรรยา ให้ข่าวกับสื่อต่างประเทศทั้งสิ้น" โฆษก ทร.ระบุ
    ขณะที่ พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ได้สั่งการให้กองทัพเรือร่วมกับหน่วยงานความมั่นคง ร่วมกันตรวจสอบกรณีดังกล่าว เพื่อป้องกันการฝ่าฝืนกฎหมายในการแสวงประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ หรือการติดตั้งสิ่งก่อสร้าง อันอาจเป็นอุปสรรคต่อการใช้สิทธิ์ของไทยที่เป็นรัฐชายฝั่งในเขตเศรษฐกิจจำเพาะ และผลกระทบอื่นที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต 
    ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า คดีนี้มีการแบ่งการดำเนินการเป็น 2 ส่วน ได้แก่ 1.ส่วนที่เกิดขึ้นในทะเล คือ ส่วนของบ้านพัก ในขณะนี้พนักงานสอบสวนได้รับคำร้องทุกข์จากนายทหารรัฐธรรมนูญเรียบร้อยแล้ว ซึ่งเป็นคดีที่เกิดขึ้นนอกราชอาณาจักร ดังนั้นอัยการสูงสุดจะเป็นผู้รับผิดชอบในคดีนี้ 2.ส่วนเป็นความผิดบนบก ซึ่งเกิดขึ้นในราชอาณาจักร คือ ความผิดตาม พ.ร.บ.เดินเรือทะเล เนื่องจากมีสิ่งปลูกสร้างที่กีดขวางการเดินเรือในทะเล ต้องรอเจ้าหน้าที่ของกรมเจ้าท่ามาร้องทุกข์กล่าวโทษดำเนินคดี สำหรับโรงงานที่ก่อสร้างสิ่งปลูกสร้าง ต้องดูว่ามีการขออนุญาตหรือไม่ หากมีการขออนุญาต การที่สร้างสิ่งปลูกสร้างในทะเลจะมีความผิดเกี่ยวข้องหรือไม่อย่างไร ทั้งนี้ พบว่าชาวต่างชาติดังกล่าวอยู่ในราชอาณาจักรในลักษณะนักท่องเที่ยว ซึ่ง ตม.ได้ดำเนินการในบางส่วนแล้ว.


"พรรคประชาธิปัตย์" ปีนี้ อายุ ๗๓ ปีเต็ม ย่างเข้า ๗๔ ถ้าเป็นคน ก็ต้องบอกว่าเป็น "รุ่นแรก" ในถนน "ประชาชนเป็นใหญ่ ประชาธิปไตยสุจริต"

ปัญหาพรรคหรือปัญหาประเทศ?
'พระอุปคุต' ผู้ขจัดมารประเทศ
ระบอบทักษิณแพ้อีกยก
เหตุที่ไม่มีรัฐบาลเพื่อไทย
ประชาธิปัตย์ในวันพรุ่งนี้
ต้นแบบ 'วุฒิสภา' มาจากไหน?