โครงสร้างกระทรวงอุดมฯ เน้นเล็ก"จิ๋วแต่แจ๋ว"


   


22เม.ย.62- หมออุดมเผยโครงสร้างกระทรวงอุดมฯ มีขนาดเล็ก บุคคลากร 1แสน ใช้งบฯปีละ 1แสนล้าน ส่วนงบฯวิจัย 1%จีดีพี หรือ 1.7หมื่นล้าน เผยจะขอเพิ่มเป็น 1.5% ของจีดีพี พร้อมกับเล็งตั้งกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ดูแลภาพรวมของการจัดสรรงบฯ วิจัยของทั้งประเทศ 

ที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง - นพ.อุดม คชินทร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) กล่าวบรรยายพิเศษเรื่อง "โครงสร้างและภารกิจใหม่ของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม" ในการประชุมสามัญที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ตอนหนึ่งว่า ตามที่กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการจัดตั้งกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้ผ่านการพิจารณาจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ไปเรียบร้อยแล้วนั้น ตนคาดว่าในเร็วๆ นี้น่าจะประกาศในราชกิจจานุเบกษา และเมื่อประกาศแล้วจะมีผลบังคับใช้ทันที ดังนั้นขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้งจะต้องเร่งจัดทำโครงสร้างกระทรวงการอุดมศึกษาฯ ซึ่งทุกอย่างได้เตรียมการแล้ว เพื่อให้กระทรวงใหม่พร้อมกับการทำงาน และไม่เกิดช่วงว่าง โดยกระทรวงใหม่ออกแบบให้เป็นกระทรวงที่มีขนาดเล็ก มีบุคลากรประมาณ 1 แสนคน มีงบประมาณ 1 แสนกว่าล้านบาท งบวิจัย 1.7 หมื่นล้านคิดเป็นร้อยละ 1 ของผลิตมวลรวมของประเทศ หรือ GDP โดยตั้งเป้าหมายจะขอให้เป็น ร้อยละ 1.5 ของ GDP ในปี 2563-2564 และหลังจากปี 2564 อยากได้ร้อยละ 2 ของ GDP

นพ.อุดม กล่าวต่อว่า ส่วนโครงสร้างกระทรวงใหม่นั้น จะมีทั้งหน่วยงานราชการ หน่วยงานในกำกับของรัฐ และองค์การมหาชน โดยมีเป้าหมายให้ สำนักงานปลัด เป็นหน่วยงานราชการเพียงหน่วยงานเดียว ส่วนหน่วยงานอื่น ๆ มีแผนในการปรับสถานะ เช่น มหาวิทยาลัยที่เป็นส่วนราชการจะพยายามผลักดันให้เป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ หรือ ออกนอกระบบ ซึ่งล่าสุดตนได้หารือกับมหาวิทยาลัยเดิม 9 แห่งเพื่อวางแผนเตรียมการออกนอกระบบ เพราะรัฐบาลนี้มีนโยบายให้ออกนอกระบบ แต่การออกนอกระบบก็ขึ้นกับมหาวิทยาลัยต้องมีความพร้อม มีความเข้มแข็ง และยืนอยู่ได้ด้วยตนเอง ขณะที่ มหาวิทยาลัยราชภัฏและมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล เท่าที่ดูมี 3-4 แห่ง อย่างไรก็ตาม แม้ออกนอกระบบแล้วรัฐบาลก็ยังสนับสนุนงบประมาณให้อยู่ แต่ก็จะทำให้มหาวิทยาลัยมีความคล่องตัวในการบริหารจัดการ ส่วนกรมวิทยาศาสตร์บริการ กำหนดให้ 3 ปีเป็นองค์การมหาชน สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ กำลังอยู่ระหว่างเจรจาว่าควรจะโอนไปอยู่กับกระทรวงพลังงานน่าจะเหมาะสมหรือไม่ เป็นต้น


รมช.ศธ.กล่าวอีกว่า กระทรวงใหม่จะมีกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ภายใต้การดูแลของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ที่ดูแลภาพรวมของการจัดสรรงบประมาณด้านการวิจัยของทั้งประเทศ รวมทั้งสนับสนุนงบวิจัยเอกชนได้ด้วย  ในระยะ 3 ปีแรก งบวิจัยที่อยู่ในมหาวิทยาลัย ส่วนใหญ่เป็นงบประมาณด้านวัสดุและครุภัณฑ์ ประมาณ 1 หมื่นล้านบาท ยังคงให้มหาวิทยาลัยเสนอขอรับการจัดสรรงบประมาณได้โดยตรงที่สำนักงานงบประมาณ แต่หลังจากนั้นงบประมาณทุกอย่างจะอยู่ที่กองทุนดังกล่าว  คาดว่ากองทุนนี้จะเป็นประโยชน์อย่างมาก เพราะรัฐบาลจะสนับสนุนงบประมาณเป็นก้อน ถือเป็นช่องทางพิเศษในการได้เงินเพื่อสร้างงานวิจัย