
ปกติไม่ค่อยได้ดูละเม็งละครกับใคร ถึงแม้มีเสียงลือเสียงเล่าอ้างว่า ละครในยุคทีวีดิจิตอลสนุกสนานถึงจิตถึงใจมาก ที่สำคัญไม่ต้องเสียเวลาดูโฆษณาแบบถล่มทลายอย่างในอดีตที่ผ่านมา
บทพูดที่ดุเด็ดเผ็ดมันจากฉากละคร มักจะมีคนนำมาวิพากษ์วิจารณ์กันว่า เดี๋ยวนี้ไม่มี กบว.คอยเซ็นเซอร์ไดอะล็อกที่ล่อแหลมแล้วกระมัง บางทีมันถึงได้โจ่งแจ้งแดงแจ๋
มนุษย์ป้าฟังแล้วก็ได้แต่ทำตัวเป็นพัดลมส่ายหัวไปส่ายหน้ามา ว่าเรามาถึงจุดแห่งเสรีภาพในการสื่อสารทุกทิศทางแล้วจริงๆ หรือป้านั้นล้าหลัง แก่แล้วแก่เลย
ที่น่าสะท้อนใจก็คือ บัดเดี๋ยวนี้ การใช้ภาษารุนแรง ละเมิดความเป็นส่วนตัว หรือสองแง่สองง่ามนั้น ไม่ได้มีแต่เฉพาะในละคร ในรายการวาไรตี้ หรือในรายการตลกโปกฮาเท่านั้น แม้กระทั่งรายการอ่านข่าว รายงานเหตุการณ์บ้านเมือง โฆษกและพิธีกรอ่านข่าวหลายคน ก็ใช้กิริยาส่อภาษา วาจาส่อสกุล กันอย่างโจ๋งครึ่ม
มันเป็นสำบัดสำนวนเพื่อจะอวดวาทะ และความสามารถในการใช้ภาษาไทยกระนั้นหรือ???
ฟังแล้วรู้สึกสะอิดสะเอียดเสียจริงๆ กับการเอาเรื่องราวของข่าวไปเปรียบเทียบกับอวัยวะส่วนตั๊วส่วนตัวของพิธีกรที่นั่งอ่านข่าวด้วยกัน ทั้งๆ ที่พิธีกรที่ถูกพาดพิงอ้างอิงหรือจับมาขึงพืดกลางอากาศนั้น พยายามสะกิดเตือนแบบสุภาพแล้ว
โลกมันเปลี่ยนไปแล้ว หรือช่องข่าวทีวีช่องนี้มันตกต่ำลง เพราะผู้บริหารใหม่ไม่ใส่ใจกับจรรยาบรรณและคุณภาพในการนำเสนอสาระของข่าว นอกจาก "เอามันส์" เอาความสะใจ หรือว่ามีสื่อไว้ในมือเพื่อเป็นอำนาจต่อรองทางธุรกิจบางอย่างเท่านั้น
ในฐานะของคนทำงานสื่อแล้ว ไม่ว่าโลกมันจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร จริยธรรมและความรับผิดชอบในฐานะสื่อก็ไม่น่าจะต้องเปลี่ยนไปด้วย
รูปแบบการนำเสนอ วิธีการจูงใจให้คนดูคนอ่านเชื่อในข่าวที่ตัวเองกำลังเล่า อาจจะปรับตามกลยุทธ์ทางการตลาดได้ แต่ไม่จำเป็นต้องเอาความหยาบโลนเข้าไปผสม หรือใช้ภาษาแสดงความต่ำตมของสมองที่ไม่ต่ำกว่าเข็มขัดเจือปนลงไปด้วยนี่นา
อย่างรายการเทยเที่ยวไทยนั้น มันคือการแสดงจริตของคนที่เรียกตัวเองว่า เพศที่สาม คนที่จะเปิดดูย่อมต้องรู้ว่าจะได้ยิน ได้ฟัง ได้เห็นจริตอะไรบ้าง จึงปฏิเสธไม่ได้ นอกจากกดเปลี่ยนช่องถ้าไม่ชอบ
แต่คนนั่งดูข่าวสารบ้านเมืองที่ต้องการข้อเท็จจริง และสาระ ...มันใช่หรือเปล่าที่คุณจะพูดจาสองแง่สองง่ามลงต่ำ
โอเค ไม่ใช่จริตป้า บ่นเสร็จแล้ว มนุษย์ป้าก็สัญญากับตัวเองว่าจะไม่ดูข่าวช่องนี้ที่มีนายคนนั้นเป็นคนอ่านข่าวอีกแน่นอนจ้ะ.
"ป้าเอง"
|
ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802 |
| นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร' |
| อนาคต 'คนนินทาเมีย' |
| 'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ' |
| ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ |
| วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง" |
| "การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา. |