รถเหาะ 'เจาะเวลา' ปิยบุตร


   

    เรื่อง "ธนาธร" กับการ "ถือหุ้นสื่อ" ลุ้นกันจัง!
    แต่ก็น่าลุ้น.......
    เพราะใครที่เป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใดๆ
    ตามรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน มาตรา ๙๘(๓) ประกอบ พ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส.มาตรา ๔๒(๓)
    ถือเป็น "บุคคลต้องห้าม" คือ สมัคร ส.ส.ไม่ได้!
    ถ้าจะสมัคร..........
    ต้องขายหรือโอนหุ้นในกิจการนั้นออกไปให้หมดก่อน จึงจะลงสมัครรับเลือกตั้งได้
    ไม่งั้น จะเข้าลักษณะต้องห้าม ถ้าถูกจับได้ภายหลัง นอกจากอดเป็น ส.ส.แล้ว
    ตามกฎหมายใหม่ ยังจะติดคุกด้วยซ้ำ!
    กรณีธนาธร......
    นายศรีสุวรรณ จรรยา ไปร้อง กกต.ว่าธนาธร "ขาดคุณสมบัติ" เพราะยังถือครองหุ้นสื่อ "บริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด" อยู่ ตอนลงสมัครรับเลือกตั้ง 
    นายธนาธรอ้าง......
    โอนหรือขายให้แม่ไปหมดแล้ว ตั้งแต่ ๘ มกรา ๖๒ คือโอนออกไป ก่อนที่จะไปยื่นสมัคร ส.ส.
    แต่ "สำนักข่าวอิศรา" ที่ทราบกันดีว่า ชำนาญตรวจสอบเชิงลึกด้านข้อมูลข่าวสาร 
    เขานำเอกสารมาเปิดเผย พบประเด็นที่เกิดเป็นคำถามตามมา ว่า
    โอนก่อนสมัคร หรือสมัครแล้ว จึงโอนกันภายหลัง เมื่อ ๒๑ มีนา ๖๒?
    นี่....สรุปประเด็นหลักอยู่ตรงนี้ 
    เมื่อมีคนร้อง ทาง กกต.ก็ต้องสอบสวนชี้ขาด มุ่งหวังกันว่า จะจบก่อน ๙ พ.ค.ที่ กกต.จะประกาศรับรองผลเลือกตั้ง ๙๕%
    เมื่อวาน (๒๒ เม.ย.) ลุ้นผลคืบหน้า ว่า กกต.จะสรุปผลการไต่สวนหุ้นธนาธร
    แต่...ลุ้นค้าง!
    นายศรีสุวรรณ บอก เมื่อวาน ไปให้ปากคำ กกต.ในฐานะผู้ร้องไม่ได้ เพราะติด ต้องไปขึ้นศาลปกครอง
    ต้องรอ กกต.นัดวันใหม่ 
    แต่ไม่รอแห้งซะทีเดียว นายศรีสุวรรณบอกว่า กกต.จะตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวน "ชุดใหญ่"
    รวบรวมคำร้องทั้งหมด มารวมพิจารณาเป็นเรื่องเดียวเลย!
    เพราะกรณี "พรรคอนาคตใหม่" 
    ไม่ได้มีธนาธรรายเดียว ตรวจสอบเอกสารที่ "กรมทะเบียนธุรกิจการค้า" แล้ว
    ยังมี "ว่าที่ ส.ส." อีก ๖-๗ คน จะถูกตรวจสอบประเด็น "ถือครองหุ้นสื่อ" ด้วย
    สรุป คือ ใจเย็นๆ จะได้ไม่ฮีตสโตรก
    สมมุติ ๙ พฤษภา กกต.ไม่มีคำชี้ขาดออกมาทางใด-ทางหนึ่ง ก็มี ๒ ทางปฏิบัติ คือ
    ในทางชี้ขาดว่า "ขาดคุณสมบัติ" ก่อน ๙ พ.ค.
    กกต.จะแจก "ใบส้ม" ให้นายธนาธร คือไม่มีการประกาศชื่อนายธนาธรเป็นผู้ได้รับการเลือกตั้งเป็น ส.ส. 
    พร้อมระงับสิทธิสมัครรับเลือกตั้งไว้ชั่วคราว เป็นเวลา ๑ ปี
    แต่ถ้า กกต.ยังตรวจสอบไม่เสร็จก่อน ๙ พ.ค. ก็จะรับรองผลเลือกตั้งให้นายธนาธรเป็น ส.ส.ไปก่อน 
    แต่ภายหลังพบว่า "ขาดคุณสมบัติ" กกต.ก็จะยื่นคำร้องต่อ "ศาลรัฐธรรมนูญ"
    วินิจฉัยให้ความเป็น ส.ส.ของนายธนาธรสิ้นสุดลง
    เข้าใจกันคร่าวๆ ตามนี้นะ!
    ทีนี้ มาดู "หลากลีลา" ของตัวละครในเรื่องนี้บ้าง ดูขำๆ เพราะเป็นเรื่องขำ ไม่ใช่เรื่องเครียด
    ตามกระบวนการไต่สวนเรื่องราว "ผู้ร้อง" กับ "ผู้ถูกร้อง" จะต้องออกฉากก่อน เรื่องราวถึงจะเดินไปได้
    นั่นคือ ขั้นแรก "นายศรีสุวรรณ" กับ "นายธนาธร" จะต้องเข้าให้ปากคำต่อ กกต.
    แต่ถึงขณะนี้ นายศรีสุวรรณก็บอกเองว่า ที่นัดเมื่อวาน เขาไม่ว่าง ต้องรอ กกต.นัดวันใหม่
    ส่วนผู้ถูกร้อง "นายธนาธร"...........
    โน่น เมื่อวาน โพสต์มาจากแถวยุหลบว่า...
    "...........มายุโรปเที่ยวนี้ ภารกิจหลักของผมคือการไปพบ UN และองค์กรระหว่างประเทศด้านส่งเสริมสิทธิมนุษยชน 2-3 องค์กร 
    แต่เพื่อไม่ให้เสียเที่ยว ผมเลยถือโอกาสมาดูการพัฒนาเมืองของหลายเมืองสำคัญในยุโรป 
    และยังได้มีโอกาสร่วมแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์ด้านการพัฒนาเมืองกับนักศึกษาไทยในยุโรป ที่ TU  Delft ซึ่งถูกเปรียบว่าเป็น MIT ของเนเธอร์แลนด์ 
    นักศึกษาที่นี่เชิญผมไปพูดเรื่องการมีส่วนร่วมในนโยบายพัฒนาประเทศของคนรุ่นใหม่ 
    ...................
    คนที่มาทำงาน มีครอบครัวที่นี่ เป็นเพราะหมดหวังกับประเทศไทยแล้ว ทั้งที่พวกเขาส่วนใหญ่มีความตั้งใจที่จะพัฒนาประเทศ......."     
    แล้วแบบนี้ ชาติไหนล่ะ คดีถึงจะเดิน ในเมื่อ ฯพณฯ ธนาธร ยังเดินสายเล่นยี่เก เอ็นยู-เอ็นไอ อยู่โน่น?
    ก็ดึงไป ให้ต้องประกาศรับรองไปก่อนแบบนั้นแหละ 
    ส่วนเรื่อง "สอย-ไม่สอย" ค่อยไปว่ากันทีหลัง 
    ฝ่ายยุทธการพรรค จะได้มีเวลากำหนดแผน ปลุกมวลชนสู้ ภาค ๒!
    เมื่อวาน จึงเห็น "ผู้ช่วยพระเอก" ออกขัดฉาก
    คนแรก "นายปิยบุตร"
    ปิยบุตรนี่แปลก ชอบเอาเรื่องคนอื่นเป็นเรื่องของตนเป็นพิเศษ อย่างกรณีพรรค "ไทยรักษาชาติ" ถูกยุบพรรค
    แทนที่คนพรรคไทยรักษาชาติเขาจะแสดงบทบาทเพื่อพรรคเขาเอง กลับเป็นนายปิยบุตร "คนต่างพรรค" ที่กำลังลงแข่งกันในสนามเลือกตั้ง 
    "เป็นเดือด-เป็นร้อน" แทน..........
    ถึงขั้นออกแถลงการณ์ด้วยถ้อยคำรุนแรง อันอาจเข้าข่ายละเมิดหมิ่นอำนาจศาล
    เมื่อวาน นายธนาธร แทนที่จะมาให้ปากคำ กกต.เอง กลับไปขลุกอยู่กับคุณพ่อยูเอ็นอย่างที่บอก
    "นายปิยบุตร" ซึ่งไม่เกี่ยวคดีเลย มาแอกชั่นแทน "พรรคกังวลใจ การพิจารณาของ กกต.อาจขัดกฎหมายที่การพิจารณาจะต้องรับฟังทุกฝ่าย ไม่ใช่การพิจารณาเพียงเอกสารคำร้องที่สื่อรายงานเพียงอย่างเดียว คงไม่เกิดความเป็นธรรม 
    นอกจากนี้ ก่อนนายธนาธรจะเดินทางไปยุโรปได้เตรียมเอกสารและได้มอบอำนาจให้ตัวแทนทีมกฎหมายของพรรคไปยื่นเอกสารที่ กกต.และขอโอกาสเข้าไปชี้แจงแล้ว 
    แต่จนถึงตอนนี้ยังไม่ได้รับการประสานจาก กกต."
    .....................
    ".....การโอนหุ้นบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด ของนายธนาธร และนางรวิพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ ภรรยา  ให้นางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ มารดาของนายธนาธรเสร็จสิ้นเสร็จตั้งแต่วันที่ 8 ม.ค.2562     
    ซึ่งมีเอกสาร เช็คขีดคร่อมการชำระค่าหุ้น ใบหุ้น และตราสารโอนหุ้น ที่แสดงว่ามีการโอนหุ้นจริง ........."
    "..........กรณีสื่อบางสำนักยังพยายามขุดคุ้ยและระบุว่า ในวันที่ 8 ม.ค. นายธนาธรไม่ได้ร่วมประชุมผู้ถือหุ้นนั้น 
    ข้อเท็จจริงคือ.......
    ในช่วงเช้านายธนาธรยังคงลงพื้นที่ในจังหวัดบุรีรัมย์ และเดินทางกลับมากรุงเทพฯ ด้วยรถตู้ในช่วงบ่าย 
    มีหลักฐานใบเสร็จ easy pass ในการเดินทางในช่วงเวลา 15.00 น. 
    และนายธนาธรมีภารกิจเดินทางสนามบินดอนเมืองต่อไปยังนครศรีธรรมราช ในวันที่ 9 มกราคม 
    ดังนั้น หลักฐานทั้งหมดนี้ แสดงว่า ช่วงเช้าปราศรัยและช่วงบ่ายเดินทางกลับมาร่วมประชุม 
    ข้อเท็จจริงนี้ หวังว่าสื่อคงมีใจที่เป็นธรรมและกระจ่างชัด ไม่ควรที่จะตั้งข้อสงสัยอีก
    เรื่องนี้ควรจบตั้งแต่ 8 มกราคม ไม่เกี่ยวอะไรกับคุณธนาธรอีกแล้ว  
    แต่ในเมื่อยังสืบสาวราวเรื่อง พรรคก็ต้องชี้แจงต่อ และในการตามสืบเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลของเอกชนไปได้ แต่ในเมื่ออยากจะตรวจสอบก็เอาไปดูกัน พยานหลักฐานก็ชัดเจนทั้งหมด 
    มีข้อสงสัยของสื่อบางสำนักและผู้สนใจ ว่าโอนหุ้นเสร็จในวันที่ 8 มกราคม แต่ไปยื่นวันที่ 21  มีนาคม ซึ่งสมัคร ส.ส.ไปแล้ว 
    ขอบอกว่า การโอนหุ้นมีผลทางกฎหมายไปหมดแล้ว เป็นเพียงขั้นตอนการแจ้ง ไม่เกี่ยวกับการถือหุ้นของนายธนาธรเลย ประเด็นปัญหาเรื่องนี้ไม่ควรจะบานปลายขนาดนี้" 
    นี่ผมยกจากคำให้สัมภาษณ์ของนายปิยบุตรบางตอนมาให้ดู เพื่อขอพูดคำเดียว
    ยิ่งดิ้น-ยิ่งตกเตียง!
    โวหารวัวพันหลักเหล่านี้ เก็บไปพูดกับนักศึกษาในห้องเรียนที่สอนโน่นเถอะ
    ถ้าอยากจะแก้ต่าง.....
    ให้นายธนาธรเขามาแก้เองกับ กกต. ไม่ใช่ให้นักสอนกฎหมายหน้าหอ มาเลกเชอร์หน้าไมค์
    ประเด็นที่เป็นปัญหาและสังคมอยากรู้ 
    โอน ๘ มกรา ตามที่ธนาธรอ้าง หรือโอนหลังจากนั้นตามเอกสารที่อิศรานำมาเปิดเผย?
    เพราะพิรุธตรงนี้เยอะเกิน ทั้งธนาธรก็ลิ้นพันกัน!
    ปิยบุตรก็จะตายน้ำตื้นอีกคน
    แก้ต่างให้ธนาธรเมื่อวานว่า "ข้อเท็จจริงคือ ในช่วงเช้านายธนาธรยังคงลงพื้นที่ในจังหวัดบุรีรัมย์  เดินทางกลับมากรุงเทพฯ ด้วยรถตู้ในช่วงบ่าย 
    มีหลักฐานใบเสร็จ easy pass ในการเดินทางในช่วงเวลา 15.00 น. 
    และนายธนาธรมีภารกิจเดินทางสนามบินดอนเมืองต่อไปยังนครศรีธรรมราช ในวันที่ 9 มกราคม" 
    ถามอีกคำนะ คุณปิยบุตร........
    ทราบมั้ย บุรีรัมย์ถึงกรุงเทพฯ ระยะทางกี่กิโลเมตร?
    กว่า ๔๐๐ กิโลเมตร ต้องใช้เวลาเดินทางประมาณ ๕-๖ ชั่วโมง
    แต่บอกนั่งรถตู้ บ่ายจากบุรีรัมย์ ถึงกรุงเทพฯ ๑๕.๐๐ น. มี easy  pass ยืนยัน
    รถเหาะกระมัง?
    อีกอย่าง อีซีพาส ยืนยันตัวตนนายธนาธรได้ตรงไหน หรือมีในกฎหมายฉบับปิยบุตร?
    แค่ข้ออ้างตรงนี้ ทำให้คำพูดอื่นทั้งหมดของปิยบุตรไม่ต่าง "เด็กเลี้ยงแกะ"
    พรุ่งนี้ "ตามรอย" ๘ มกราดูอีกทีก็ได้.


ทอนเอ้ย.... ที่ยื่นต่อ ป.ป.ช.และเขาแปะข้างฝาให้คนดูเมื่อวาน (๒๐ ก.ย.๖๒) นั่นน่ะ บัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของทอน

เฟกนิวส์ "อาวุธพิทักษ์ฐานคะแนน"
วาทกรรม 'ไพร่' เพื่อพ่ายสภา
นวัตกรรม 'กล่องข้าวน้อยให้แม่'
ร้อยล้าน ‘ศรัทธาบริการ’ บิณฑ์
'สารอันตรายกับสายน้ำท่วม'
'เส้นทาง ๒ มิติ' รอ.ธรรมนัส