ประโยชน์ประชาชน


เพิ่มเพื่อน    

       เปลี่ยนบทบาทจากนักการเมือง กลายเป็นผู้สังเกตการณ์ทางการเมืองไปแล้ว สำหรับ โสภณ เพชรสว่าง นักการเมืองรุ่นลายคราม ในวัยเลข 7 นำหน้า แม้ที่ผ่านมาจะถูกทาบทามให้ไปร่วมงานกับพรรคพลังพลเมืองไทย ต่อมาก็มาอยู่กับพรรคเพื่อชาติ แต่ก็อยู่ได้เพียงระยะเวลาไม่นาน ยังไม่ทันลงสู้ศึกเลือกตั้ง เกิดความไม่เข้าใจกันบางประการ

       เลยขอถอยตัวเองออกมา จากนักการเมืองที่จะลงสู้ศึกเลือกตั้ง ปรับเปลี่ยนบทบาทกลายเป็นผู้สังเกตการณ์ ติดตามสถานการณ์ข้างนอกด้วยความเป็นห่วง ไปพร้อมกับการจัดรายการคลายทุกข์ประชาชน ร่วมกับทนายความที่คุ้นเคยกันดี ให้ความรู้ประชาชน ช่วยเหลือชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนทางคดีความ ไม่ว่าจะเป็นคดีผัวๆ เมียๆ คดีทั่วไป คดีเกี่ยวกับผู้จัดการมรดก คดีขายทอดตลาด

       นอกจากงานหลักผู้ให้คำปรึกษาด้านคดีความแล้ว อีกเรื่องที่เจ้าตัวว่างเว้นจากงานยามกลับไปบ้านบุรีรัมย์ ต้องคว้าจอบ หยิบเสียม ดายหญ้า รดน้ำ พรวนดิน ปลูกต้นไม้ พร้อมกับบรรยายเรื่องราวความสวยงามทางธรรมชาติให้ได้ฟังเสมอๆ ผ่านเฟซบุ๊กของเจ้าตัว

       ส่วนงานการเมืองยังคงติดตามอย่างต่อเนื่อง เสมอมา เห็นข่าวสองขั้วอำนาจแย่งชิงจัดตั้งรัฐบาล ก็บรรยายเชิงตัดพ้อเอาไว้ในเฟซบุ๊ก พร้อมกับแปะภาพยกคำสอนพุทธทาสภิกขุ ที่ระบุเอาไว้ตอนหนึ่งว่า

     ‘ประชาธิปไตยคือประโยชน์ประชาชนเป็นใหญ่ ไม่ใช่ประชาชนเป็นใหญ่ ต้องให้ประชาชนได้รับประโยชน์เต็ม อย่างนั้นจึงจะเป็นประชาธิปไตย….’

       งานการเมืองยังติดตามเหมือนเดิม แต่เหมือน โสภณ จะปลงตก เคยอยู่มาก็หลายพรรค ทำงานการเมืองก็หลายสิบปี เห็นความไม่ปกติ เลยขอตัดพ้อ บ่นดังๆ เอาไว้เสียหน่อย

ม้าไม้


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.