น่าปลื้มใจ"โรงเรียนร่วมพัฒนา เดินตามเป้า "หมออุดม" เผยเตรียมประเมินเข้มข้น3ระดับเพื่อก้าวต่อ


   


25เม.ย.62-นพ.อุดม คชินทร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการโรงเรียนร่วมพัฒนา (Partnership School ) ว่า ที่ประชุมได้มีการรายงานผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (โอเน็ต) ของกลุ่มโรงเรียนร่วมพัฒนา ที่ขณะนี้มีโรงเรียนในโครงการ 164 โรง ว่า คะแนนเฉลี่ยโอเน็ตทั้ง 4 รายวิชา ได้แก่ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาไทย และภาษาอังกฤษ เพิ่มขึ้น ทั้งจากค่าเฉลี่ยกลางของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และค่าเฉลี่ยกลางระดับประเทศ ซึ่งในส่วนนี้ตนเชื่อว่าเกิดจากการปรับการเรียนการสอน ปรับมิติทางการเรียนรู้ใหม่ และการที่มีผู้เข้ามาร่วมสนับสนุนโรงเรียนกลุ่มให้มีการยกระดับคุณภาพ ทำให้สะท้อนออกมาเป็นภาพที่ชัดเจนผ่านผลคะแนนโอเน็ต 


โดยจากนี้จะมีการประเมินผลการดำเนินโครงการฯ ในรอบ 1 ปี แบ่งออกเป็น 3 ระดับ คือ 1.ให้โรงเรียนและบริษัทที่สนับสนุนโรงเรียน ร่วมกับประเมินผลการดำเนินการที่ผ่านมาว่า ทำได้มากน้อยอย่างไร 2.คณะกรรมการที่มาจากผู้เชี่ยวชาญของ สพฐ.และภาคเอกชน 3.ประเมินจากหน่วยงานภายนอก เช่น มหาวิทยาลัยต่างๆ เป็นต้น โดยจะเริ่มการประเมินในช่วงภาคเรียนที่ 1/2562 นี้

นพ.อุดม กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้เปิดโอกาสให้ภาคเอกชนได้รายงานผลการดำเนินการที่ได้ไปทำร่วมกับโรงเรียนด้วย ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีมาก เพราะทุกบริษัทมีความตั้งใจ มุ่งมั่น ใช้ความต้องการของชุมชนและบริบท ในพื้นที่เป็นตัวตั้งในการบริหารจัดการโรงเรียน ไม่ใช่การตัดเสื้อตัวเดียวให้ทุกโรงเรียนใส่เหมือนกัน แต่แนวคิดเรื่องการยกระดับคุณภาพการศึกษาเป็นไปในทิศทางเดียวกัน อย่างไรก็ตาม แต่ละโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการนี้ได้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับภาคเอกชนที่เข้ามาสนับสนุนเป็นระยะเวลา 5 ปี ดังนั้นแม้ว่าจะมีการเปลี่ยนรัฐบาลไปแล้ว โครงการนี้ก็ยังคงเดินหน้าต่อไปได้ อีกทั้งสภาหอการค้าไทยก็เข้ามาร่วมในการดูแลโครงการนี้ด้วย และตนเชื่อว่าจะมีหน่วยงานภาคเอกชนอีกหลายแห่งที่สนใจจะมาเข้าร่วมกับโครงการนี้
 


"๒๕-๒๖ กรกฎา" ไม่ใช่วัน "๗ พรรคค้าน" ปะทะ "รัฐบาลประยุทธ์" ในศึก "แถลงนโยบาย" อย่างเดียว

ปั่น 'ความยุติธรรม' หาพวก
'เลี้ยงลูกสไตล์อิสราเอล'
'ประยุทธ์-ธนาธร' หวยออกที่ใคร?
"ขายชาติ" ปรากฏว่า "ขาดทุน"
'ช่วยกันมองประเทศสักครั้ง'
เรื่อง 'แค้นกับค้าน' ในสภา