"วิญญูชนกับวิญญูโจร"


   

    อาจารย์ "สอนกฎหมาย"
    เมื่อใกล้จนตา.....
    จะตายด้วยข้อเท็จจริงทางกฎหมาย ก็ใช้ "ตลบตะแลงศาสตร์" เปิดทางหนีตาย
    เราจึงเห็น เรื่องหุ้นสื่อธนาธร มีการช่วยกัน "เบี่ยงประเด็น" ขนานใหญ่!
    ตอนนี้ ชูประเด็น "ธนาธร-อนาคตใหม่" ถูกกลั่นแกล้ง ถูกเตะตัดขา 
    "ธนาธร-อนาคตใหม่" กำลังเป็นเหยื่อบริคณห์สนธิที่ถูกใช้ โดยไม่คำนึงถึงเจตนารมณ์
    "ธนาธร-อนาคตใหม่" กำลังถูกกฎ-กติกาเลือกตั้ง และรัฐธรรมนูญ ไล่เก็บ-ไล่บี้
    ไม่มีการกล่าวถึงหุ้นสื่ออันต้องห้ามมิให้ผู้ถือ เป็นผู้มีสิทธิ์รับเลือกตั้งเป็น ส.ส.ที่กำลังเป็นปัญหาด้านข้อกฎหมายอยู่ขณะนี้
    เพราะอะไร?
    เพราะที่ปิยบุตรช่วยแก้ต่างให้ธนาธรไป ๓-๔ วันก่อน ถูกสำนักข่าวอิศรานำวัน-เวลาที่อ้างถึงการเซ็นโอนหุ้นเข้ากรรมวิธีจับเท็จ
    ปรากฏว่า "ดอกเตอร์ตูลูส" เสร็จดอกเตอร์เก๊ "สำนักข่าวอิศรา"!
    คุณมีสิทธิ์ไม่พูด แต่เมื่อพูด ทุกคำที่คุณพูดคือหลักฐาน เพราะเหตุนี้ ตอนนี้.......
    ปิยบุตรจึงเบี่ยงประเด็นตามข้อกฎหมาย ไปเป็นถามหา "เจตนารมณ์"
    เป็นภาควิชา "ฟอกถ่าน" ประมาณนั้น.......
    "เรื่องลักษณะต้องห้ามของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองนั้น จะดูแค่จากหนังสือบริคณห์สนธิไม่ได้ 
    แต่ผู้นั้นต้องถือหุ้นกิจการที่ประกอบธุรกิจสื่อมวลชนจริงๆ 
    ไม่ใช่ไปเปิดหนังสือ "บริคณห์สนธิ" ที่เป็นแบบฟอร์มจากกระทรวงพาณิชย์ ที่เขียนวัตถุประสงค์ครอบจักรวาล หากจะนำเรื่องนี้มาระบุว่า ใครถือหุ้นสื่อหรือไม่ คำถาม คือ....
     เรื่องนี้ ใช้สมเจตนารมณ์ของกฎหมายหรือไม่? 
    หากมีคนบังเอิญไปถือหุ้นในบริษัทที่หนังสือบริคณห์สนธิ ที่มีวงเล็บนึงระบุว่า "ทำสื่อ"
    แต่บริษัทนั้นประกอบกิจการอาหารสัตว์ แล้วมันเป็นการครอบงำสื่อตรงไหน?"
    นี่....ตรงนี้ไง อาจารย์ อ่านซะ 
    อย่าพยายามพา "ฟ้าของพ่อ" จมปลักควายตามกันไปให้เสียความเป็น "คนรุ่นใหม่" ให้มากกว่านี้เลย
    นี่คือบรรทัดฐานจากคำพิพากษาใน "ความคดีเลือกตั้ง"
    ในพระปรมาภิไธยพระมหากษัตริย์
    ที่ ๑๗๐๖/๒๕๖๒        ศาลฎีกา
    วันที่ ๑๙ เดือนมีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๒
    ความคดีเลือกตั้ง
    ระหว่าง.............
    ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งที่ ๒ จังหวัดสกลนคร ผู้ร้อง
    นายภูเบศวร์ เห็นหลอด ผู้คัดค้าน
    เรื่อง พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
    (ขอให้ถอนชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบแบ่งเขต)
    ผู้ร้องยืนยันคำร้องว่า ผู้ร้องประกาศรายชื่อผู้คัดค้านเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง เขตเลือกตั้งที่ ๒ จังหวัดสกลนคร พรรคอนาคตใหม่
    ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งตรวจพยานหลักฐานของคู่ความทั้งสองฝ่ายที่เสนอต่อศาลแล้ว เห็นว่าคดีไม่จำเป็นต้องไต่สวนพยานหลักฐาน จึงให้งดการไต่สวน
    ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่ได้โต้แย้งกันรับฟังเป็นยุติว่า
    ผู้ร้องประกาศรายชื่อผู้คัดค้านเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง เขตเลือกตั้งที่ ๒ จังหวัดสกลนคร พรรคอนาคตใหม่ 
    โดยที่ผู้คัดค้าน เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของห้างหุ้นส่วนจำกัด มาร์ส เอนจิเนียริ่ง แอนด์ เซอร์วิส ซึ่งมีวัตถุประสงค์ในการประกอบกิจการสถานีวิทยุกระจายเสียงและโทรทัศน์ และออกหนังสือพิมพ์
    ต่อมา เมื่อวันที่ ๖ มีนาคม ๒๕๖๒ ผู้คัดค้านจดทะเบียนเลิกห้างหุ้นส่วนจำกัดมาร์ส เอนจิเนียริ่ง แอนด์ เซอร์วิส
    คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า ผู้คัดค้านเป็นผู้มีสิทธิ์สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือไม่
    เห็นว่า รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๙๘ บัญญัติว่า
    "บุคคลผู้มีลักษณะดังต่อไปนี้ เป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิ์สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร...(๓) เป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใดๆ...."
    และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.๒๕๖๑ มาตรา ๔๒ บัญญัติเช่นเดียวกันว่า
    "บุคคลผู้มีลักษณะดังต่อไปนี้ เป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิ์สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร...(๓) เป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใดๆ...."
    ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จึงเป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใดๆ มิได้
    เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า ผู้คัดค้านเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของห้างหุ้นส่วนจำกัด มาร์ส เอนจิเนียริ่ง แอนด์ เซอร์วิส ซึ่งมีวัตถุประสงค์ในการประกอบกิจการสถานีวิทยุกระจายเสียงและโทรทัศน์ และออกหนังสือพิมพ์
    ผู้คัดค้านจึงเป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิ์สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๙๘ (๓) และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.๒๕๖๑ มาตรา ๔๒ (๓)
    ที่ผู้ร้องอ้างว่า ห้างหุ้นส่วนจำกัด มาร์ส เอนจิเนียริ่ง แอนด์ เซอร์วิส มีจุดประสงค์ดังกล่าว แต่ไม่ได้ประกอบกิจการสถานีวิทยุกระจายเสียงและโทรทัศน์ และออกหนังสือพิมพ์ จึงฟังไม่ขึ้น
    แม้ต่อมาวันที่ ๖ มีนาคม ๒๕๖๒ ผู้คัดค้านจดทะเบียนเลิกห้างหุ้นส่วนจำกัด มาร์ส เอนจิเนียริ่ง แอนด์ เซอร์วิสแล้ว 
    แต่เป็นระยะเวลาหลังจากผู้คัดค้านยื่นใบสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งแล้ว จึงต้องถือว่า ในวันที่ผู้คัดค้านยื่นใบสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 
    ผู้คัดค้านยังเป็นหุ้นส่วน ผู้จัดการเป็นเจ้าของ หรือผู้ถือหุ้น ในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชน ผู้คัดค้านจึงเป็นบุคคลอันมีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิ์สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามบทบัญญัติดังกล่าว และไม่มีสิทธิ์สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
    คำร้องของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น
    จึงมีคำสั่งให้ถอนชื่อนายภูเบศวร์ เห็นหลอด ผู้คัดค้าน ออกจากประกาศรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งที่ ๒ จังหวัดสกลนคร ของพรรคอนาคตใหม่
    นายสุภัทร์ สุทธิมนัส
    นายชัยรัตน์ ศิลาลาย
    นายเรวัตร สกุลคล้อย
    อ่านแล้วใช่มั้ย ท่านดอกเตอร์ปิยบุตร?    
    เมื่อมีคำพิพากษาเช่นนี้ เจ้าตัว คือนายภูเบศวร์เอง 
    ยังโพสต์ด้วยข้อความสมความเป็นวิญญูชน "คนรุ่นใหม่" ที่แท้จริง จะคัดจากข่าวอมรินทร์ทีวีมาให้ดู
     “ทุกท่านครับ
    ผม นายภูเบศวร์ เห็นหลอด อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ สกลนคร เขต 2 เบอร์ 11 ถูกคำสั่งศาลฎีกาคดีเลือกตั้ง สั่งให้ถอนชื่อออกจากผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สกลนคร เขต 2 เนื่องจากเป็นผู้ขาดคุณสมบัติลงสมัครรับเลือกตั้ง ตามมาตรา 98 กฎหมายรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ซึ่งบัญญัติว่า “บุคคลผู้มีลักษณะดังต่อไปนี้ เป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิ์สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร…(3) เป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใดๆ…” และ พ.ร.ป.ว่าด้วยว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. 2561 มาตรา 42 บัญญัติไว้เช่นเดียวกัน
    ศาลจึงสั่งให้ถอนชื่อผมออกจากผู้สมัคร ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ เขต 2 สกลนคร เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2562
___________________________________________
    ข้อเท็จจริง คือ ผมเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ หจก.มาร์ส เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ เซอร์วิส จดทะเบียนไว้เดือนสิงหาคม 2561 
    เพื่อประกอบกิจการรับเหมาก่อสร้างอาคารที่มิใช่ที่พักอาศัย รหัสธุรกิจ 41002 ตามแบบ สสช.1 ของกระทรวงพาณิชย์ 
    ในขั้นแรกของการจดจัดตั้งนั้น ผมได้มอบหมายให้สำนักบัญชีแห่งหนึ่ง ดำเนินการจดทะเบียนจัดตั้ง หจก.เพื่อประกอบสัมมาอาชีพ โดยการยื่นจดทะเบียนนั้น ได้ใช้แบบฟอร์มสำเร็จรูปในการจดทะเบียน ซึ่งเป็นแบบฟอร์มของกรมพัฒนาธุรกิจเอง 
    โดยในแบบฟอร์มสำเร็จรูป จะระบุมีวัตถุประสงค์ทั่วไปในการจดจัดตั้งห้างทั้งสิ้น 43 ข้อ ครอบคลุมกิจการเกือบทุกประเภทในประเทศนี้ 
    ตั้งแต่รับเหมาก่อสร้าง, ทำเหมืองแร่, ขายเครื่องสำอาง, ทำโรงเลื่อย ฯลฯ 
    และในข้อที่ 43 ระบุว่า “ประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง และโทรทัศน์ รับจัดทำสื่อโฆษณา สปอร์ตโฆษณา เผยแพร่ข้อมูล” 
    ซึ่งขัดกับมาตรา 98 ของกฎหมายรัฐธรรมนูญในข้างต้น จึงส่งผลให้ผมขาดคุณสมบัติการเป็นผู้สมัครฯ
    หจก.มาร์ส เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ เซอร์วิส ซึ่งผมเป็นเจ้าของนั้น ยังมิได้ดำเนินกิจการใดๆ ทั้งสิ้น ไม่เคยรับงานก่อสร้าง หรือรับงานใดๆ เลย รายรับเป็นศูนย์ ลูกจ้างเป็นศูนย์ 
    และผมขอยืนยันว่า ผมมิได้ประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง และโทรทัศน์ สื่อสิ่งพิมพ์ใดๆ ด้วยความบริสุทธิ์ใจ 
    และได้ปรึกษากับฝ่ายกฎหมายก่อนสมัครรับเลือกตั้งแล้วยืนยันว่า “ไม่เป็นไร” เนื่องจากผมมิใช่เจ้าของสื่อใดๆ จริงๆ 
    แต่เมื่อศาลตัดสินว่าขาดคุณสมบัติ ก็ต้องยอมรับ
    เห็นมั้ย...ดอกเตอร์ตูลูส
    "บริคณห์สนธิ" มันก็บอกได้ถึงความเป็นวิญญูชนหรือวิญญูโจร 
    ผ่านทาง "สำนึกใช้" กฎหมาย!.


จำกันไว้ง่ายๆ นะ...........ปี ๒๕๖๒ นี้วันที่ ๑๗ กรกฎาคม ตรงกับวันพุธ แรม ๑ ค่ำ เดือน ๘ ปีกุน เป็นวัน "เข้าพรรษา"และวัน/เดือน/ปี เดียวกันนี้

ล้างมรดก คสช.=ดับอนาคตใหม่
จับ 'อุตตม' เป็นตัวประกัน?
ทำไม 'ธนาธร' เดินสายต่างประเทศ?
"ครม.ปู" ดีกว่า "ครม.ลุง" จริงหรือ?
เศรษฐกิจ 'ชี้ขาด' รัฐบาลลุงตู่
ทักษิณ 'วางมือหรือวางเพลิง'