การเมืองไซด์ไลน์


   

      ถึงกับสะดุ้งเฮือก!

      "เสี่ยเพ้ง" พงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล จะมาเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทยขัดตาทัพ

      พรรคนี้อาการไม่ค่อยดี เหยียบหัวแม่ตีนกันเป็นว่าเล่น

      มุ้งเจ๊ๆ ก๊วนคุณหญิงคุณนายทะเลาะกัน คงเดือดร้อนนายใหญ่ต้องตัดสินใจซินะ

      ตามข่าวบอกไว้อย่างนี้...

      หลังนายทักษิณได้รับเสียงสะท้อนความไม่สบายใจหลายฝ่ายที่หนาหูขึ้นเรื่อยๆ จึงตัดสินใจผ่องถ่ายงานด้านต่างๆ มาให้เสี่ยเพ้ง

      ให้เข้ามามีบทบาทบริหารจัดการในพรรคมากขึ้น เพราะเสี่ยเพ้ง เป็นผู้ใหญ่ คอยช่วยเหลืองานมาตลอดตั้งแต่ก่อตั้งพรรคไทยรักไทยจนมาถึงพรรคเพื่อไทย

      ในอดีต ส.ส.มีเรื่องกระทบกระทั่งกัน นายใหญ่ก็ได้เสี่ยเพ้งนี่แหละ คอยเป็นมือประสานสิบทิศ

      นั่นทำให้ ส.ส.ทุกกลุ่มก็ให้ความเกรงใจ ให้ความเคารพนับถือ มีคอนเนกชันจากสังคมภายนอก...

      สรุปรวบรัด เสี่ยเพ้งคือ สายตรง คนสำคัญที่สุดในเวลานี้

      นั่นเป็นเรื่องภายในของพรรคเพื่อไทย ไปสุมหัวกันที่เมืองจีน ฮ่องกง ช่วงตรุษจีน ที่ผ่านมา

      ชิงเก้าอี้หัวหน้าพรรคกัน!      

      ก็อย่างที่สงสัยกันแต่แรกว่า "ทักษิณ" พา "ยิ่งลักษณ์" มาเปิดตัวแถวนี้ ไม่ใช่มาไหว้ตรุษจีน

      มาเพราะมีงานการเมืองต้องทำ

      เปิดตัว "ยิ่งลักษณ์" หนีคุก หนีศาล เป็นแค่ผลพลอยได้

      ให้น้องมันชิน

      คราวหน้าจะได้บินเดี่ยวได้

      ก่อนดูจ๊อบของเสี่ยเพ้ง ไปสำรวจพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.๒๕๖๐ กันหน่อย

      มาตรา ๒๘ ห้ามมิให้พรรคการเมืองยินยอมหรือกระทำการใดอันทำให้บุคคลอื่นซึ่งมิใช่สมาชิกกระทำการอันเป็นการควบคุม ครอบงำ หรือชี้นำ กิจกรรมของพรรคการเมืองในลักษณะที่ทำให้พรรคการเมืองหรือสมาชิกขาดความอิสระ ทั้งนี้ ไม่ว่าโดยทางตรงหรือโดยทางอ้อม

      มาตรา ๒๙ ห้ามมิให้ผู้ใดซึ่งมิใช่สมาชิกกระทำการใดอันเป็นการควบคุม ครอบงำ หรือชี้นำกิจกรรมของพรรคการเมืองในลักษณะที่ทำให้พรรคการเมืองหรือสมาชิกขาดความอิสระ ทั้งนี้ ไม่ว่าโดยทางตรงหรือโดยทางอ้อม

      มาตรา ๑๐๘ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๒๙ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่

หนึ่งแสนบาทถึงสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้นั้น

      ๓ มาตรานี้ ชัดเจนไม่ต้องตีความ

      เข้าองค์ประกอบหมด

      ควบคุม ครอบงำ ชี้นำ

      ผิดตั้งแต่ยังไม่เกิด 

      แต่...นักการเมืองลิ้น ๑๐ เฉก ถ้าไม่มีหลักฐานคาตา จับไม่ได้คาหนังคาเขา ก็ยากที่จะเอาผิดตามกฎหมาย

      กระนั้นก็ตาม....มันเห็นถึงทิศทางเดิมๆ ของพรรคเพื่อไทย ที่ยังมีการชี้นิ้วสั่งกันอยู่

      และนั่นนำไปสู่วิกฤติการเมืองซ้ำซาก

      การมาของ "เสี่ยเพ้ง" สะท้อนให้เห็นถึงความไร้เอกภาพในพรรคเพื่อไทย

      พูดง่ายๆ นี่คืออาการก่อนฝีแตก!

      "เจ๊หน่อย" หวังไว้เยอะ

      จะเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทยหญิงคนแรก

      จะเป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนที่ ๒ 

      อยากมีชื่อจารึกในประวัติศาสตร์

      ไม่ง่าย

      เพราะค่ายเจ๊ทางเหนือ กับอีสาน เขาไม่เอา

      เจ๊เตะตัดขาเจ๊ เอาเสียงจากทางเหนือ อีสาน ข่มเสียง กทม. เป็นประเพณีเขา พรรคนี้ชอบเอาเสียงส่วนใหญ่ข่มกัน

      เหมือนที่ชอบอ้างในสภา ประชาธิปไตยเป็นเรื่องของเสียงส่วนใหญ่

      มีคนถามว่า ทักษิณ จะเลิกเล่นการเมืองจริงหรือ? 

      พี่ชายคุก ๒ ปี น้องสาว ๕ ปี ความอยากคงไม่เหลือ

      แต่....ทักษิณให้คำตอบไว้นานแล้ว

        "ผมต้องแสวงหาความยุติธรรม ผมจะแสวงหาความยุติธรรมจนเจอไม่ว่าจะด้วยวิธีการใด แต่วิธีการที่ดีที่สุดคือสู้ด้วยความจริง สู้ในสิ่งที่สันติ แต่เมื่อยังไม่สามารถพบความยุติธรรมได้ ผมก็ปวารณาว่าถ้าตายไปก็อย่าเพิ่งไปเกิด ขอให้วิญญาณตามหาความยุติธรรมจนเจอนะครับ"

        "ผมต้องเอาความยุติธรรมกลับคืนมา ไม่ว่าในโลกนี้หรือโลกหน้า"

      ใครที่บอกว่าให้ก้าวข้ามทักษิณ ก็ลองไปพิจารณาดู

      อุตส่าห์ไม่ไปเกิดใหม่

      ขอเป็นวิญญาณพเนจรตามหาความยุติธรรม

      วันนี้ถึงยังชี้นิ้วสั่งพรรคเพื่อไทยอยู่

      ขืนข้ามไป....โดนแทงหลังแน่!

      อย่างที่บอก นี่คืออาการก่อนฝีแตก จับตาหลังจากนี้จะมีการเคลื่อนไหวถี่ขึ้น และ ทักษิณ จะมาแถวนี้บ่อยขึ้นเช่นกัน

      ไม่ฮ่องกง ก็สิงคโปร์ 

      ความเป็นพรรคเพื่อไทยมาถึงจุดที่สุกงอม มีอดีต ส.ส.จำนวนไม่น้อย อยู่ในภาวะตื่นตระหนกต่ออนาคตของพรรค

      และเสี่ยเพ้งถูกส่งมาเพื่อแก้ปัญหานี้ 

      ชะลอไม่ให้พรรคเพื่อไทยแตก

      แต่...จะมีบารมีพอหรือไม่

      ด้วยเงื่อนไขในรัฐธรรมนูญ ไม่เป็นใจกับพรรคการเมืองขนาดใหญ่มากนัก นี่อาจเป็นปัจจัยหลักในการตัดสินใจของอดีต ส.ส.บางกลุ่มว่า...

      จะอยู่หรือไปดี

      บวกกับการที่นายใหญ่ยังพยายามเข้ามามีบทบาท ซึ่งมุมหนึ่งไม่เป็นผลดีต่อพรรค พิสูจน์ให้เห็นแล้วในยุค ทักษิณคิดเพื่อไทยทำ....

      สุดท้าย.....ยิ่งลักษณ์ เจอคุก ๕ ปี

      มันคือทางตัน!

      การแสวงหาทางออกอื่น จึงอาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่า

      หลังจากนี้ถ้าพรรคเพื่อไทยปล่อยข่าวว่า อดีต ส.ส.ถูกซื้อตัวถี่ขึ้นก็อย่าแปลกใจ 

      มันคือเกมที่ต้องแก้!

      สรุปสถานการณ์ในภาพรวมของพรรคเพื่อไทยในขณะนี้ เรื่องใครจะมาเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทยมันเร็วไป

      ในทางการเมือง พรรคเพื่อไทยจะไม่ประกาศชื่อคนมาเป็นหัวหน้าพรรคก่อนที่จะรู้ว่าเลือกตั้งวันไหนอย่างแน่นอน    

      เป็นธรรมชาติของพรรคการเมืองที่พยายามควบคุม ส.ส.ในพรรคผ่านทางนอมินี ด้วยการใช้ความไม่ชัดเจนนี้ เพื่อรั้งทุกมุ้งในพรรคให้อยู่ต่อด้วยความหวังว่า....

      มุ้งตัวเองจะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษจากนายใหญ่

      ด้วยโจทย์นี้ ทักษิณ จึงเรียกใช้งาน เสี่ยเพ้ง

      แก้ปัญหาพรรคแตก!

      นั่นเป็นปัญหาของคนที่มองการเมืองเป็นอาชีพไซด์ไลน์ หาผลประโยชน์เป็นเรื่องหลัก ขนาดศาลตัดสิน มีโทษจำคุกแล้วก็ยังไม่เข็ด

      ผลประโยชน์จากการเมืองมันหอมหวานจริงๆ...

      ตายแล้วยังไม่ยอมไปเกิดใหม่...

      พูดเรื่องไซด์ไลน์เห็นข่าวเงียบๆ ไปดู ตำรวจไซด์ไลน์กันซะหน่อย

      ผู้คนไม่สบายใจกันเยอะครับหลัง พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง บอกว่าอาชีพตำรวจเป็นแค่ไซด์ไลน์  งานหลักคือเล่นหุ้น

      แต่ควรจะขอบคุณอดีต ผบ.ตร.คนนี้ ที่พูดความจริง

      เพราะทำให้เห็นความจริงที่มากกว่านั้น

      ตำรวจไซด์ไลน์

      ทหารไซด์ไลน์

      นักการเมืองไซด์ไลน์

      ข้าราชการไซด์ไลน์

      มันสะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรมการใช้ตำแหน่ง หน้าที่ทางราชการ เพื่อตักตวงหาผลประโยชน์ เข้าพกเข้าห่อ

      ตำแหน่งคือทางผ่านไปหาผลประโยชน์

      หากมองในแง่ของการปฏิรูปจริยธรรม ถือว่ารัฐบาลสอบตกเรื่องนี้ 

      เพราะไม่มีปฏิกิริยาใดๆ ที่ดูแล้วแสดงให้เห็นว่าสามารถชี้นำเพื่อสร้างความมั่นใจเรื่องการปลูกฝังจริยธรรมในสังคมได้เลย

      แต่ในฐานะตำรวจด้วยกัน พล.ต.อ.ประทิน สันติประภพ อดีตอธิบดีกรมตำรวจ เห็นถึงความอัปยศที่เกิดขึ้น

        "คนที่พูดแบบนี้ไม่ควรเป็นตำรวจ เพราะการที่คุณเป็นตำรวจ คุณต้องปฏิบัติหน้าที่อย่างจริงจัง มีความตั้งใจทำงาน และมีความยุติธรรมในใจ บ้านเมืองถึงจะสงบเรียบร้อย หากแค่เอาเครื่องแบบตำรวจมาใส่แล้วไปทำมาหากินทางอื่น แม้จะมีความได้เปรียบ เนื่องจากสามารถไปหากินกับบ่อนก็ได้ กับซ่องก็ได้ หรือผู้ค้ายาเสพติดก็ได้

        การพูดแบบนี้ไม่ใช่การไม่ให้เกียรติ แต่ถือว่าเป็นคน...เลย ที่ทำลายสถาบันตำรวจ ทำให้ประชาชนขาดความเชื่อถือ ขนาดตำรวจชั้นผู้ใหญ่ยังมองอาชีพตำรวจแบบนี้ จะทำหรือไม่ทำก็ได้ ซึ่งตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาตินั้น ต้องได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง จึงต้องตั้งใจทำงานอย่างเคร่งครัด เข้มแข็ง และทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติ หากผมเป็นผู้มีอำนาจคงเสนอถอดยศไปแล้ว เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ แล้วยังหมิ่นเหม่กับมาตรา ๑๑๒ อีกด้วย ซึ่งเมื่อพูดไปแล้ว ผมไม่ได้ต้องการให้มีการขอโทษประชาชน เพราะก่อนจะพูดอะไรออกมาท่านต้องคิดก่อนอยู่แล้ว แต่ขอให้รู้ไว้ว่า คำพูดดังกล่าวนอกจากสร้างความเสื่อมเสียให้ตำรวจแล้ว ยังลามไปถึงผู้ที่เลือกท่านขึ้นมาดำรงตำแหน่ง และรัฐบาล"

      เป็นไงครับ...

      ถ้าไปถามรัฐบาลก็คงจะได้คำตอบว่า กลไกตรวจสอบทำงานอยู่แล้ว ปล่อยให้เป็นเรื่องของ ป.ป.ช.ไป

      มันไม่พอ ถ้าจะขุดรากถอนโคนมันต้องเล่นงานทุกทาง

      แต่อย่างว่า...."ป้อมนาฬิกาเพื่อน" ยังเอาตัวไม่รอด คงไม่มีใครในรัฐบาลกล้าออกมาชี้นำเรื่องจริยธรรมในแบบที่ประชาชนสัมผัสได้

      ก็อยู่กับวัฒนธรรมไซด์ไลน์กันต่อไป.

                                                ผักกาดหอม


ในส่วน "ราชอาณาจักร"...........คสช.ปักธงปฏิรูปตั้งแต่ พฤษภา ๕๗ มัวรุ่มร่ามอยู่กับการออกแบบ ๔ ปีผ่านไป "แกะแบบ" ลงมือเป็นเนื้อ-เป็นหนังได้ส่วนเดียว คือ EEC!

หัวหน้าพรรค 'เพื่อไทย' ตัวจริง
ถอดรหัสเลือกตั้ง "ต้นปี ๖๒"
'ใครหัวหน้า' สำคัญกว่าถูกดูด    
แอมเนสตี้ที่ 'สังคมไม่ต้องการ'
อีกก้าวของ 'นายกฯ เผด็จการ'
คสช.คือกบฏแผ่นดิน?