กองสลากฯ แจงมาตรการพิมพ์คละเลขได้ผล ไม่เจอหวยเกินราคา


   

 

29 เมษายน 2562 พ.ต.อ.บุญส่ง จันทรีศรี ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เปิดเผยว่า ขณะนี้สำนักงานสลากฯอยู่ระหว่างประเมินผลมาตรการพิมพ์สลากจำหน่ายผู้ค้าแบบคละเลขในสูตร 2-2-1 เพื่อแก้ไขปัญหาสลากเกินราคา โดยคาดว่าจะใช้เวลาดำเนินการ 3 เดือน คือตั้งแต่ 1 มี.ค.-30 พ.ค. 2562 ก่อนจะนำผลมาตรการเสนอเข้าที่ประชุมคณะกรรมการสลากฯ พิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป เบื้องต้นจากการพิมพ์แบบคละเลข พบว่าทุกแผงยังมีสลากแบบใบเดี่ยวขายในราคา 80 บาทและสลากรวมชุดแบบ 2 ใบขายที่ราคา 160 บาท สะท้อนว่ามาตรการที่ออกมาได้ผลในระดับหนึ่ง

ทั้งนี้ ยอมรับว่ายังไม่สามารถควบคุมราคาขายสลากไว้ที่ 80 บาทต่อใบ ได้แบบ 100% ในทุกแผง ซึ่งปัญหามาจากการที่มีผู้ค้าไปรับซื้อสลากต่อ ทั้งที่เป็นการซื้อจากกลุ่มที่ได้รับสิทธิจอง-ซื้อ และกลุ่มโควตา ทำให้ราคาต้นทุนสลากที่ออกไปจากสำนักงานที่ 70.40 บาทต่อใบเพิ่มขึ้น เมื่อถูกนำไปขายต่อราคาจึงปรับสูงขึ้นตามไปด้วย ขณะเดียวกันในส่วนของผู้ซื้อหากพบว่าเป็นเลขที่ต้องการก็ยินยอมที่จะจ่าย แม้ว่าจะเป็นสลากที่ขายเกินราคาก็ตาม

“ผมไม่เคยพูดว่ามาตรการขายแบบคละเลขไม่ได้ผล ขณะนี้ก็อยู่ระหว่างการติดตามผลมาตรการ ซึ่งจากการลงสำรวจแผงขายสลาก ก็พบว่า มีสลากแบบใบเดียวขายที่ 80 บาท และ แบบชุด 2 ใบที่สลากจัดให้ ก็ขายในราคา 160 บาททุกแผง อย่างเช่น ช่วงเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา ราคาสลากบางแผงก็ลงมาต่ำกว่า 80 บาทต่อใบด้วยซ้ำ จากก่อนหน้านี้ที่ไม่ได้พิมพ์แบบคละเลข ราคาสลากใบเดี่ยวขายกัน 100 บาท” พ.ต.อ.บุญส่ง กล่าว

พ.ต.อ.บุญส่ง กล่าวอีกว่า ขณะนี้สำนักงานสลากฯ อยู่ระหว่างพัฒนาแอพลิเคชั่น ซึ่งคาดว่าจะพร้อมใช้ในเดือน มิ.ย.นี้ เบื้องต้น แอพพลิเคชั่นจะสามารถระบุตัวผู้ค้าสลากในทุกจุดได้ ให้ผู้ซื้อสามารถตามตัวคล้ายกับ ระบบจีพีเอส และตรวจสอบได้ทันทีว่ามีการขายเกินราคาหรือไม่ หากขายเกินราคา ผู้ซื้อก็สามารถสแกนแอพลิเคชัน เพื่อแจ้งข้อมูลมายังสำนักงานสลากฯได้  ในฝั่งของผู้ค้าก็สามารถบันทึกข้อมูลได้ว่า มียอดจำหน่ายสลากเป็นจำนวนเท่าใดบ้าง

จากนั้นในระยะต่อไป สำนักงานสลากฯ จะแบ่งผู้ค้าสลากออกเป็น 3 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มใช้สิทธิซื้อ-จอง 2.กลุ่มโควตา 3.กลุ่มที่ไม่ได้สิทธิแต่มีการขายจริง โดยนำข้อมูลการบันทึกซื้อขาย และการแจ้งขายเกินราคา มาใช้พิจารณาสิทธิการให้สลากไปจำหน่าย เช่น กลุ่มที่ไม่ได้สิทธิอะไรเลย และมีการขายจริง เป็นหลักแหล่ง แต่ไม่สามารถเข้าถึงสิทธิซื้อ-จอง สลากได้ ก็จะได้รับสิทธิในการกระจายสลากเป็นลำดับแรกๆ ขณะที่กลุ่มที่ มีโควตา หรือได้รับสิทธิ-ซื้อจองอยู่เดิม หากตรวจสอบพบว่าในแต่ละงวด ไม่มียอดการจำหน่ายให้ประชาชนเลย หรือ ถูกแจ้งขายเกินราคา ก็จะถูกตัดสิทธิมาให้ผู้ค้าตัวจริงแทน


ขออาลัย.......... ต่อการสิ้นอายุขัยของ "นายชัย ชิดชอบ" อดีตประธานรัฐสภา ที่บ้านจังหวัดบุรีรัมย์ เมื่อวาน (๒๔ ม.ค.๖๓) ด้วยวัย ๙๒ ปี และขอแสดงความเสียใจกับ "ตระกูลชิดชอบ" ที่ต้องสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักเคารพและเป็นหลักชัยของตระกูลครั้งนี้ด้วย

ทำไมต้อง "กดบัตรแทนกัน"?
แรงจูงใจของอาชญากร
ที่ไม่ได้วินิจฉัย 'ใช่ว่าไม่ผิด'
'ศิษย์หนุ่มกับอาจารย์ทารก'
๒๑ มกรา 'มีใครจะลาบวช?'
ดิ้นกันไปเมื่อรู้ว่า 'ใกล้เมรุ'