อนค.พาลขอเลือกใหม่ แพ้ปชป.นครปฐม4คะแนน กกต.รับรายงานผลผิดพลาด


เพิ่มเพื่อน    

    “อนาคตใหม่” ฝันค้างชนะเลือกตั้ง ส.ส.เขต 1 นครปฐมไม่ถึง 24 ชั่วโมง ก่อนถูกปลุกให้ตื่นมารับความจริงพ่าย “ประชาธิปัตย์” 4 คะแนน เหตุใบรายงานผล ส.ส.5/18 ผิดพลาดยก 66 คะแนนไปรวมประชาภิวัฒน์แทน ปชป. “ช่อส้มหวาน” งอแงลั่นต้องเลือกตั้งใหม่เพราะไม่สุจริตและเที่ยงธรรม!  เนื่องจากนับคะแนน 5 ครั้งไม่ตรงกัน ซ้ำมีไฟดับ 20 วินาทีด้วย
    เมื่อวันจันทร์ยังคงมีความต่อเนื่องในกรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จัดให้มีการนับคะแนนใหม่ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) เขต 1 จังหวัดนครปฐม ตามคำร้องของ น.ส.สาวิกา  ลิมปะสุวัณณะ ผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 จ.นครปฐม พรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ที่ยื่นร้องต่อ กกต.ตั้งแต่วันที่ 9  เม.ย. เนื่องจากพบว่าผลการเลือกตั้งเขตอย่างไม่เป็นทางการที่ กกต.ประกาศเมื่อวันที่ 24 มี.ค.ไม่ตรงกับคะแนนหน้าหน่วย โดย พ.ท.สินธพ แก้วพิจิตร พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ได้คะแนนอันดับ 1 ที่  36,762 คะแนน ส่วน น.ส.สาวิกามาเป็นลำดับที่ 2 ที่ 35,615 คะแนน ห่างกัน 147 คะแนน แต่เมื่อ อนค.นำคะแนนดิบรายหน่วยมารวมเอง น.ส.สาวิกากลับชนะ 4 คะแนน 
โดยเมื่อวันที่ 28 เม.ย. หลังจัดนับคะแนนใหม่ที่อาคารศูนย์ศิลปวัฒนธรรมเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบพระชนมพรรษา มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตสนามจันทร์ ในช่วงค่ำนายฉัตรไชย จันทร์พรายศรี กกต.ได้ออกมาระบุถึงผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการว่าผู้ได้คะแนนอันดับ 1 คือ น.ส.สาวิกา ได้  35,707 คะแนน อันดับ 2 พ.ท.สินธพได้ 35,645 คะแนน โดยชนะไป 62 คะแนน ซึ่งพรรค ปชป.คัดค้านว่ามีการรวมคะแนนผิดพลาด เพราะเท่าที่ติดตามการนับคะแนนพบว่าผู้สมัครของ ปชป.ชนะ อนค.อยู่ 4 คะแนน
    ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ กกต.จึงได้รวบรวมคะแนนและตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง จนถึงเวลาประมาณ  03.00 น.ของวันที่ 29 เม.ย.ก็พบสิ่งผิดปกติในหน่วยเลือกตั้งที่ 25 ที่ไม่ปรากฏคะแนนในช่องของผู้สมัคร ปชป. แต่บันทึกผลคะแนนในช่องของพรรคประชาภิวัฒน์แทน 66 คะแนน ทำให้การรวบรวมคะแนนผิดพลาด ซึ่งทำให้ พ.ท.สินธพกลับมามีคะแนน 35,711 คะแนน เป็นอันดับ 1 ชนะ น.ส.สาวิกาที่ได้  35,707 คะแนนอยู่ 4 คะแนน ซึ่ง พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต.ยืนยันว่า ผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการพรรค ปชป.ชนะ อนค.เพียง 4 คะแนนเท่านั้น
    และเมื่อเวลา 14.30 น. นายแสวง บุญมี รองเลขาธิการ กกต.ได้แถลงถึงปัญหาความผิดพลาดดังกล่าวว่า เกิดปัญหาในการรวมคะแนนโดยพบว่าหน่วยเลือกตั้งที่ 25 ใบรายงานผลคะแนนเลือกตั้ง  (ส.ส.5/18) ที่มีทั้งสิ้น 3 ชุดไม่ตรงกัน สำนักงาน กกต.จังหวัดนครปฐมจึงได้เชิญตัวแทนผู้สมัครทั้งพรรค ปชป.และ อนค.ซึ่งได้คะแนนมาเป็นลำดับที่ 1 และ 2 มาเพื่อเปิดหีบของหน่วยเลือกตั้งที่ 25 ดูใบขีดคะแนน (ส.ส.5/11) ว่าสรุปแล้วผลการนับคะแนนของหน่วยดังกล่าวเป็นอย่างไร
      “ในชั้นนับคะแนนไม่มีปัญหาเป็นที่ยุติ เพราะผู้สังเกตการณ์ของทั้งสองฝ่ายต่างก็ยอมรับผลการขีดคะแนนของกรรมการนับคะแนน ซึ่งใบขีดคะแนนนี้จะอยู่ในหีบ แต่มามีปัญหาตอนเอาคะแนนจากใบขีดคะแนนมากรอกในใบรายงานผล (ส.ส.5/18) ซึ่งมี 3 ชุด คือ ติดอยู่ที่หน้าหน่วย ส่ง กกต.เขต และส่ง กกต.จังหวัด ซึ่งขณะนี้พบว่าใบ ส.ส.5/18 สองชุดตรงกัน แต่อีกหนึ่งชุดมีคะแนนแตกต่างไป จึงเชิญผู้แทนของทั้งสองพรรคมาเพื่อตรวจสอบโดยไม่ต้องนับคะแนนใหม่” นายแสวงกล่าว
รับมีเหตุผิดพลาด
    นายแสวงกล่าวยอมรับว่า ความผิดพลาดในการนับคะแนนกรณีดังกล่าวทั้งวันที่ 24 มี.ค.และการนับคะแนนใหม่ก่อให้เกิดปัญหาความน่าเชื่อถือขององค์กร แต่ต้องบอกว่าความผิดพลาดที่เกิดขึ้นเกิดจากตัวบุคคล เพราะกรรมการนับคะแนนหนึ่งชุดต้องนับคะแนนถึง 4 หน่วยถือว่างานหนักพอสมควร  และในอดีตใบ ส.ส.5/18 ทั้ง 3 ชุดจะใช้การก๊อบปี้ด้วยกระดาษคาร์บอนเขียนครั้งเดียว แต่มีปัญหาว่าไม่ชัด ตัวหนังสือเลือนหายได้ง่าย จึงเปลี่ยนมาใช้การเขียนทั้ง 3 ใบ ทำให้บางครั้งเกิดปัญหาการกรอกข้อมูลคลาดเคลื่อน แต่ทั้งนี้ยืนยันว่าระบบการเลือกตั้งหรือการนับคะแนนของ กกต.มีความปลอดภัยระหว่างการนับและการลงคะแนน รวมถึงการเก็บรักษา ซึ่งแต่ละขั้นตอนสามารถตรวจสอบได้
    เมื่อถามว่าเมื่อผลคะแนนยังไม่เป็นทางการ เหตุใดนายฉัตรไชยจึงออกมาให้สัมภาษณ์ นายแสวงกล่าวว่า ท่านน่าจะได้รับทราบข้อมูลในขณะนั้น ซึ่งยังไม่ครบถ้วนและยังมีปัญหาเรื่องกรอกข้อมูลอยู่  และเมื่อถามต่อว่านายฉัตรไชยใช้คำว่าพรรคอนาคตใหม่ชนะ ไม่ได้ใช้คำว่าผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ นายแสวงสวนว่า “ก็ชนะเบื้องต้นไง” ผู้สื่อข่าวถามว่าความผิดพลาดที่เกิดขึ้นผู้อำนวยการเลือกตั้งประจำ จ.นครปฐมต้องรับผิดชอบหรือไม่ นายแสวงกล่าวว่าไม่อยากจะโทษ เพราะการนับคะแนนใหม่ เป็นเรื่องของ กกต.เขต ซึ่ง ผอ.กกต.จังหวัดมีหน้าที่เพียงอำนวยความสะดวกและให้คำปรึกษาเท่านั้น
    และเมื่อเวลา 15.00 น. ที่ห้องประชุมสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งจังหวัดนครปฐม นายสามารถ นาคสกุล ผู้อำนวยการสำนักงาน กกต.จังหวัดนครปฐม เป็นประธานแถลงเหตุความผิดพลาดของการประกาศผลการนับคะแนน โดยมีผู้แทนจาก กกต.ส่วนกลาง 2 คนร่วมสังเกตการณ์ ผู้แทนจากผู้สมัคร ปชป. และนางอมรรัตน์ โชคปมิตต์กุล กรรมการสรรหาพรรคอนาคตใหม่และว่าที่ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ และสื่อมวลชนจำนวนมากเข้าร่วมสังเกตการณ์
    นายสามารถยอมรับว่ามีเหตุความผิดพลาดเกิดขึ้นจริง เนื่องจากผลที่ส่งไปรวมคะแนนไม่ตรงกับหมายเลขของผู้ที่ได้คะแนนจริง โดยเหตุเกิดขึ้นที่หน่วยเลือกตั้งที่ 25 หลังนับคะแนนจากบัตรเลือกตั้ง  คณะกรรมการต้องบันทึกเป็น 3 ส่วน ส่งเข้าเก็บในหีบบัตร ส่งไปติดประกาศ และส่งไปรวมคะแนนเพื่อประกาศต่อสาธารณชน ปรากฏว่าในส่วนที่ส่งไปรวมคะแนนมีการบันทึกผิดหมายเลขของผู้สมัคร จากผู้สมัครหมายเลข 2 พรรค ปชป.ได้ 66 คะแนนกลับส่งคะแนนไปรวมในผู้สมัครหมายเลข 1 พรรคประชาภิวัฒน์ จึงทำให้คะแนนของผู้สมัครหมายเลข 2 พรรค ปชป.หายไป 66 คะแนน ทำให้คะแนนของผู้สมัครหมายหมายเลข 9 พรรค อนค.ชนะไป 62 คะแนน แต่เมื่อนำคะแนนของหมายเลข 2 กลับมารวมทั้งหมด ปรากฏว่า พ.ท.สินธพชนะ น.ส.สาวิกา 4 คะแนน 
    สรุปคะแนนรวมทั้งหมดเขตเลือกตั้งที่ 1 จ.นครปฐม พ.ท.สินธพ แก้วพิจิตร ผู้สมัครหมายเลข 2  พรรค ปชป.ได้ 35,711 คะแนน น.ส.สาวิกา ผู้สมัครหมายเลข 9 จากพรรค อนค.ได้ 35,707 คะแนน ซึ่ง หลัง กกต.ชี้แจงเหตุความผิดพลาด กองเชียร์ได้ลงมาจากห้องส่งเสียงเฮร้องไชโยด้วยความยินดี พร้อมส่งเสียงว่าเบอร์ 2ๆ เสธ.แก้ว ซึ่งเป็นชื่อของ พ.ท.สินธพ
ก่อนหน้านี้ที่พรรค ปชป.ได้มีการแถลงถึงความผิดพลาดดังกล่าว ก่อนที่นายสาธิต ปิตุเตชะ  รักษาการรองหัวหน้าพรรคจะเรียกร้อง กกต.ให้ประกาศรับรองผลโดยเร็วเพื่อป้องกันความสับสน 
    ขณะที่พรรค อนค.ได้ออกแถลงการณ์ระบุ ผลคะแนนของเขตเลือกตั้งที่ 1 จ.นครปฐมถือเป็นกรณีที่มีปัญหาอย่างมาก โดยมีการแสดงคะแนนเปลี่ยนไปมาถึง 5 ครั้ง ได้แก่ 24 มี.ค. กกต.ประกาศให้พรรค อนค.ใหม่แพ้ ปชป. 147 คะแนน ด้วยคะแนน 35,615 ต่อ 35,762  แต่ 1 สัปดาห์หลังเลือกตั้ง ผู้สมัคร อนค.ขอคะแนนรายหน่วยจาก กกต.มาตรวจสอบเอง พบว่า อนค.ชนะพรรค ปชป. 4 คะแนน ด้วยคะแนน 35,766 ต่อ 35,762 คะแนน และในวันที่ 28 เม.ย.พรรค ปชป.ประกาศชัยชนะได้คะแนนมากกว่าพรรค อนค.ใหม่ 4 คะแนน ด้วยคะแนน 35,707 ต่อ 35,711 คะแนน ส่วนนายฉัตรไชย จันทร์พรายศรี กกต.ให้สัมภาษณ์ว่าพรรค อนค.ชนะพรรค ปชป. 62 คะแนน ด้วยคะแนน 35,707 ต่อ 35,645 คะแนน สุดท้าย 29 เม.ย. นายจรุงวิทย์แถลงว่าพรรค อนค.แพ้พรรค ปชป. 4 คะแนน 35,707 ต่อ  35,711 คะแนน
บี้ กกต.จัดเลือกตั้งใหม่
    “คะแนนที่เปลี่ยนไปมาเช่นนี้ ทำให้ไม่สามารถหาข้อยุติอันชอบธรรมได้เลยว่าผลการเลือกตั้งครั้งใดถือว่าเป็นครั้งที่ถูกต้อง นอกจากนี้ยังเกิดเหตุไฟดับนานถึง 20 วินาทีในระหว่างการนับคะแนน และผู้สังเกตการณ์ของพรรคอนาคตใหม่ได้ตรวจสอบพบเหตุผิดปกติหลายกรณีมากเกินกว่าจำนวนคะแนนที่พรรคอนาคตใหม่แพ้พรรคประชาธิปัตย์ ข้อเท็จจริงดังกล่าวเป็นกรณีปรากฏหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าการเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งที่ 1 ของจังหวัดนครปฐมมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม หรือนับคะแนนเป็นไปโดยไม่ถูกต้อง พรรคอนาคตใหม่จึงขอเรียกร้องให้ กกต.สั่งให้มีการจัดการเลือกตั้งใหม่ทั้งเขต ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2561 มาตรา  124 เพื่อให้ได้มาซึ่งผลการเลือกตั้งที่โปร่งใสเป็นธรรม สะท้อนเจตจำนงที่แท้จริงของประชาชนและเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย” 
    น.ส.พรรณิการ์ วาณิช โฆษกพรรค อนค.ระบุว่า ผลคะแนนของเขตการเลือกตั้งที่ 1 จ.นครปฐม ถือว่ามีปัญหาอย่างมาก มีการเปลี่ยนผลคะแนนไปมาถึง 5 ครั้ง ไม่มีครั้งไหนเลยที่คะแนนตรงกันเมื่อวันที่ 24 มี.ค. ซึ่งสรุปแล้วไม่ว่าจะยังไงก็ไม่สามารถหาข้อยุติได้จริงๆ ว่าผลคะแนนไหนเป็นผลคะแนนที่ถูกต้องและชอบธรรม เมื่อหลักฐานปรากฏตามนี้จึงเป็นเหตุให้พรรคขอให้ กกต.จัดการเลือกตั้งใหม่ในนครปฐมเขต 1 ทั้งเขต เพื่อให้ได้ผลการเลือกตั้งที่เป็นที่ยอมรับ โปร่งใส เป็นธรรม และแสดงเจตจำนงที่แท้จริงของประชาชน
    น.ส.เกศปรียา แก้วแสนเมือง โฆษกพรรคเพื่อชาติ กล่าวว่า กรณีเขต 1 จ.นครปฐม ทำให้มีคำถามจากประชาชนออกมาว่าแล้วเขตอื่นจังหวัดอื่นจะมีข้อผิดพลาดเช่นนี้หรือไม่ จึงถึงเวลาแล้วหรือยังที่การนับคะแนนผลการเลือกตั้งควรมีการรีเช็กหรือตรวจสอบซ้ำด้วยระบบกับการนับด้วยเจ้าหน้าที่ เมื่อ  Human Ware มีความผิดพลาด ดังนั้นจึงต้องมีการตรวจสอบด้วยระบบเพื่อให้ผลการเลือกตั้งน่าเชื่อถือและเป็นที่ยอมรับของสังคม 
    ดร.รยุศด์ บุญทัน รองโฆษกพรรคเพื่อชาติ กล่าวเช่นกันว่า การทำงานของ กกต.ในการจัดการเลือกตั้งครั้งนี้ ที่ทำให้เกิดความเคลือบแคลงสงสัยว่ามีความสุจริต เที่ยงธรรม โปร่งใสจริงหรือไม่ จนผ่านมาเดือนเศษแล้ว กกต.ก็ไม่สามารถทำลายความไม่เชื่อใจ สร้างความน่าเชื่อถือกลับมาได้ จนมาถึงกรณีล่าสุดที่เขต 1 จ.นครปฐม ที่มีการนับคะแนนเลือกตั้งใหม่ กรณีนี้ยิ่งสะท้อนถึงประสิทธิภาพการทำงานของ กกต. 
    นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวตอนหนึ่งในการประชุมใหญ่ประจำปีของพรรคว่า แม้ว่าผลการเลือกตั้งจะออกมาเป็นอย่างไร ที่ผ่านมาได้เจอกับลูกพรรคที่แพ้คะแนน 400-500 คะแนน ก็ถามว่าพอใจแล้วใช่หรือไม่ หลายคนก็บอกว่าพอใจแล้วและยอมรับความพ่ายแพ้ ดังนั้น เราต้องมีสปิริตเพื่อให้บ้านเมืองเดินหน้าไปได้ ขอให้พรรคการเมืองคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชน 
    ส่วนนายชุมสาย ศรียาภัย รองโฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกรณี กกต.แจกใบส้มนายสุรพล  เกียรติไชยากร ว่าที่ ส.ส.เขต 8 เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทยว่า กรณีดังกล่าวถือว่าเป็นข้อหาที่เบาบางมากจนแทบไม่น่ามีความผิด การให้เงินพระเป็นหน้าที่ทางสังคม เป็นหน้าที่ชาวพุทธ พระภิกษุก็ไม่มีสิทธิ์เลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ ส่วนจะฟ้องร้อง กกต.หรือไม่นั้นยังไม่ได้ฟันธง แต่สภาพตอนนี้คือเป็นความน่าเชื่อได้ว่า และสังคมก็เชื่อได้ว่าสามารถฟ้องได้ ซึ่งไม่ได้ข่มขู่ แต่ถึงเวลาเราอาจรักษาสิทธิ์ถ้ารู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม.  


เอาละครับ..... นับจากวันนี้ (๘ ส.ค.๖๓) เป็นต้นไป ถึงสิ้นปี และมีความเป็นไปได้ ที่จะติดพันไปถึงต้นปีหน้า

"ตำรวจ-อัยการ" ใครคุกก่อน?
ชังชาติโดยสันดาน
'ประยุทธ์' ชวนแก้รัฐธรรมนูญ
'คำสั่งไม่ฟ้องของอัยการ'
บันทึกช่วย 'อัยการ-ตำรวจ' จำ
นิมิตหมายจาก 'ไฟในเมือง'