ยกฟ้อง'12ก.ต.' ละเมิด'ชำนาญ' ชี้ทำตามหน้าที่


เพิ่มเพื่อน    

    ศาลแพ่งสั่งยกฟ้องคดี "ชำนาญ" อดีต ก.ต.ยื่นฟ้อง 12 ก.ต.ละเมิดหมิ่นประมาทอภิปรายเบรกขึ้นเก้าอี้รอง ปธ.ศาลฎีกา ชี้เป็นอำนาจอิสระในการบริหารงานบุคคลอยู่ในขอบวัตถุประสงค์ของการดำเนินการ กต. การเผยแพร่รายงานก็เป็นการปฏิบัติงานตามหน้าที่จึงไม่มีอำนาจฟ้องตาม พรบ.ความผิดทางละเมิดฯ
    เมื่อวันที่ 29 เมษายน ที่ศาลแพ่ง ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดชี้สองสถาน (นัดพร้อมคู่ความ) เพื่อฟังคำสั่งวินิจฉัยข้อกฎหมายในคดีที่ชี้ขาดข้อกฎหมาย และชี้สองสถานและกำหนดแนวทางในการพิจารณาคดี  พ.7256/2561 ที่นายชำนาญ รวิวรรณพงษ์ ประธานแผนกคดีล้มละลายในศาลฎีกา อดีตกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายไสลเกษ วัฒนพันธุ์ รองประธานศาลฎีกา กับพวก  ซึ่งเป็นผู้พิพากษาในชั้นศาลฎีกา ศาลชั้นอุทธรณ์ และศาลชั้นต้นรวม 12 คน 
    ได้แก่ นายธงชัย เสนามนตรี ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา, นางนุจรินทร์ จันทร์พรายศรี,  นางวาสนา หงส์เจริญ, นายรังสรรค์ กุลาเลิศ, นายศิริชัย ศิริกุล, นายอนุรักษ์ สง่าอารีย์กูล, นายธนรัตน์  ทั่งทอง, นายสุวิชา สุขเกษมหทัย, นายกำพล รุ่งรัตน์, นางผานิต นิติทัณฑ์ประภาศ, นายปรีชา ชวลิตธำรง ทั้งหมดเป็น ก.ต. เป็นจำเลย ในความผิดละเมิดหมิ่นประมาท เรียกค่าเสียหาย 50 ล้านบาท จากกรณีการอภิปรายในที่ประชุม ก.ต.เมื่อช่วงเดือน ก.ค.61 ที่มีการพิจารณาเรื่องเสนอนายชำนาญขึ้นดำรงตำแหน่งรองประธานศาลฎีกา 
    โดย ก.ต.ทั้ง 12 คน จำเลย ได้ยื่นขอให้ศาลวินิจฉัยข้อกฎหมายชี้ขาดเบื้องต้นว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ ซึ่งศาลเห็นว่าเป็นปัญหาข้อกฎหมาย ที่สมควรวินิจฉัยชี้ขาดเบื้องต้นตามมาตรา 24 เสียก่อน จึงให้วินิจฉัยชี้ขาดข้อกฎหมาย งดชี้สองสถาน งดสืบพยานโจทก์จำเลย โดยวินิจฉัยในประเด็นสำคัญโดยสังเขป ดังนี้ 
    1.ก.ต.เป็นคณะกรรมการที่แต่งตั้งขึ้นตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 มาตรา  196 ประกอบ พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ.2543 มีสำนัก ก.ต. สำนักงานศาลยุติธรรมเป็นหน่วยงานธุรการในการดำเนินงานตามอำนาจหน้าที่ตาม พ.ร.บ.บริหารราชการศาลยุติธรรม พ.ศ.2543 สำนักงานศาลยุติธรรมจึงเป็นหน่วยงานของรัฐและ ก.ต.เป็นผู้ปฏิบัติงานในฐานะคณะกรรมการ จึงเป็นเจ้าหน้าที่ตาม พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539 มาตรา 3
    2.การอภิปรายของจำเลยทั้ง 12 ในที่ประชุม โดยนำข้อเท็จจริงมาจากเอกสารการพิจารณาของคณะอนุ ก.ต.ประกอบประสบการณ์ในการทำงานของจำเลยทั้ง 12 การอภิปรายเป็นอำนาจอิสระในการบริหารงานบุคคล การอภิปรายดังกล่าวเป็นการกระทำที่อยู่ในขอบวัตถุประสงค์ของการดำเนินการของ ก.ต.ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 และ พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ.2543
    3.การแผยแพร่รายงานการประชุม การงดการเผยแพร่รายงานการประชุม เป็นการกระทำในการปฏิบัติงานตามหน้าที่ของ ก.ต.
    ดังนั้นการที่โจทก์ฟ้องให้จำเลยทั้ง 12 รับผิดในความเสียหายที่เกิดจากการปฏิบัติหน้าที่ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องตาม พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539 มาตรา 5 วรรคหนึ่ง แม้จำเลยที่ 7 จะขาดนัด แต่ปัญหาเรื่องอำนาจฟ้องเป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย จึงมีผลถึงจำเลยที่ 7 ด้วย พิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมเป็นพับ.