คล็อปป์ชี้ดวงหงส์ต้องลุ้นถึงนัดสุดท้าย


   


เจอร์เกน คล็อปป์ เชื่อเป็นโชคชะตาที่ ลิเวอร์พูล ต้องมาตัดสินแชมป์พรีเมียร์ลีกในแมทช์สุดท้ายของฤดูกาลนี้ หลังบุกไปเชือดทีมสาลิกาดง 3-2 เมื่อคืนวันเสาร์
    ลิเวอร์พูล ลงสนามนัดรองสุดท้ายของ ฤดูกาล เป้าหมายคือต้องเก็บ 3 คะแนนให้ได้ หากพลาดแม้แต่เสมอก็น่าจะหมดหวังในการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกในปีนี้ทันที แต่เกมนัดนี้ก็เป็นการเจอกับ นิวคาสเซิล ที่เจอกันทีไร ทีมหงส์แดงก็มักเป็นฝ่ายคว้าชัยได้เสมอ และ    เกมที่ เซนต์เจมส์ปาร์ค เจ้าสาลิกาดง ก็พังเร็ว แต่ก็ยังตามตีเสมอได้ทั้ง 2 ครั้ง และยังสามารถทำให้แฟนหงส์รู้สึกกระวนกระวายใจได้เมื่อเข้าสู่ช่วง 5 นาทีสุดท้าย เพราะสกอร์ยังเสมอกันอยู่ 2-2
    แต่ก่อนหมดเวลาเพียง 3 นาที  ลิเวอร์พูล มาได้ประตูขึ้นนำอีกครั้ง จากลูกโหม่งของ ดิว็อค โอริกี ก่อนที่ เจอร์เกน คล็อปป์ จะพาทีมบุกไปเก็บ 3 คะแนนเต็มพร้อมกลับขึ้นไปนำเป็นทีมจ่าฝูงของตารางได้อีกครั้ง ชั่วคราวก่อนหน้าที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จะเปิดบ้านรับการไปเยือนของ เลสเตอร์ ซิตี้ ในคืนวันจันทร์
    "มันไม่ง่ายที่จะรับมือกับการเล่นในแบบของ นิวคาสเซิล นัดนี้ ค่อนข้างยากที่จะป้องกันได้หมดทุกสถานการณ์ และเราก็ไม่สามารถกันไว้ได้ทั้งหมด มันเลยทำให้พวกเขายังอยู่ในเกม ไม่จบได้ง่ายๆ"
    "เรามีโอกาสที่ดีมากหลายครั้ง เราควรจะปิดเกมได้ก่อนที่พวกเขาได้ประตูที่สอง ฟุตบอลมันก็สุดยอดแบบนี้ แต่นั่นไม่สำคัญ สิ่งที่เด็กๆของเราทำมันเหลือเชื่อมาก"
    "มันเกมที่หนักในการเจอกับทีมที่มีผู้เล่นที่มีร่างกายแข็งแกร่งกว่าเรา เราต้องสู้ ผมภูมิใจเป็นที่สุดแล้ว"
    "สังเกตุได้ว่าเกมนี้ผมไม่ได้รู้สึกวิตกกังวลอะไรนัก ผมค่อนข้างนิ่ง เพราะคิดว่ามันเป็นโชคชะตา เด็กๆของเราพยายามทุกสิ่งทุกอย่าง เราบุกอย่างดุดัน พยายาที่จะกัดดันพวกเขาไม่ให้โต้ขึ้นมาได้ เปิดพื้นที่ให้ โม แล้วเขาจะทำที่เหลือให้เอง"
    "เกมนี้ต้องยกเครดิตให้นิวคาสเซิล พวกเขาพยายามเต็มที่ แต่เราเป็นฝ่ายที่เก็บ 3 คะแนนเต็มไว้ได้ และได้ผ่านเข้าสู่นัดชิงชนะเลิศของเรา"
    แมทช์นี้ ลิเวอร์พูล ขึ้นนำเร็วหลังเริ่มเกมไปได้แค่ 13 นาที จาก ลูกโหม่งของ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ ได้โหม่งเข้ากลางตาข่าย หลังได้เทคตัวกดหัวโขกโล่งๆแบบไร้ตัวประกบ แต่ 7 นาทีต่อมา เจ้าบ้นา ก็ตีเสมอได้จาก คริสเตียน อัทซู เติมขึ้นซัดในเขตโทษ น.20 ทีมเยือนขึ้นนำอีกครั้งจาก โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ที่ยืนตวัดยิงแบบไร้ตัวประกบกลางเขตโทษ เสียบมุมเข้าไป น.28
    ครึ่งหลัง เจ้าบ้าน ตามตีเสมอได้อีกจากการหวดวอลเล่ย์ระยะ 20 หลาหนีมือ อลิสซอน เสียบตาข่ายเสาไกลอย่างสุดสวย น.54 ก่อนที่ ลิเวอร์พูล จะมาได้ประตูชัยก่อนหมดเวลา 3 นาทีจากลูกโหม่งของ โอริกี้
    อย่างไรก็ตาม ชัยชนะนัดนี้ของ ลิเวอร์พูล ก็ต้องแลกมาด้วยอาการเจ็บของ ซาลาห์ ที่ปะทะกับ มาร์ติน ดูบราฟก้า ผู้รักษาประตูของนิวคาสเซิล จังหวะขึ้นเล่นลูกกลางอากาศ ผลคือนอนฟุบอยู่กลางเขตโทษ หลังดูอาการแล้วซึ่งเป็นการเจ็บที่ศรีษะทาง ลิเวอร์พูล ตัดสินใจ ถอด ซาลาห์ ออกทันที ขณะที่สกอร์อยู่ที่ 2-2 และคนที่ลงไปแทนคือ โอริกี ที่ทำประตูชัยให้ทีมได้ ข่าวดีคือ ซาลาห์ ดูจะไม่ได้เป็นอะไรนัก ระหว่างนั้นสามารถเดินไปเดินมาในเซนต์เจมส์ปาร์คและนั่งชมเกมต่อ และไม่น่าจะมีปัญหาในการจะลงช่วยทีมในนัดต่อไปที่จะเจอกับ บาร์เซโลน่า ในเกมเลกสอง ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก คืนวันอังคารนี้ รวมถึงนัดปิดฤดูกาลพรีเมียร์ลีกกับ วูล์ฟส สุดสัปดาห์หน้า
    สำหรับ 3 ทีมตกชั้นจากพรีเมียร์ลีก ในฤดูกาลนี้ ได้ครบ 3 ทีมเป็นที่เรียบร้อย เมื่อคืนวันเสาร์ หลังจาก ที่ คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ แพ้ คริสตัล พาเลซ คาบ้าน 2-3
    เกมนี้ คาร์ดิฟฟ์ ต้องชนะให้ได้เพื่อยังมีโอกาสที่จะแซง ไบรท์ตัน และต่อลมหายใจในการหนีตกชั้นต่อ แต่การพ่ายแพ้นัดนี้ทำให้แต้มขาด ต้องกลับลงไปอยู่ในลีกแชมเปี้ยนชิพหลังเพิ่งขึ้นมาได้แค่ฤดูกาลเดียว

 


อย่าว่าโง้น-งี้เลยนะ วันนี้..... ขอฉลองศรัทธา "คุณไพศาล พืชมงคล" เจ้าสำนักบางโพที่ไม่ต้องขยายความสักสอง-สามคำเถอะ

วันนี้ "ตามใจแฟน" ซักวัน
'คนไทยหัวใจกระวีกระวาด'
เรื่องพานกับ 'คนนอกคอก'
ประชาธิปไตย 'พานไหว้ครู'
โลกจะสวยด้วย "จิตให้"
'แม่มด' หรือคน 'คดแผ่นดิน'