ร.10พระราชทาน เงิน2.4พันล.บาท แก่27โรงพยาบาล


   

 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานเงินกว่า 2.4 พันล้าน จัดซื้อเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์แก่ รพ. วิทยาลัยแพทย์และพยาบาล และสถานพยาบาล 27 แห่ง นายกฯ ขอบคุณทุกภาคส่วนร่วมงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกด้วยความเรียบร้อย 

    เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม เวลา 18.47 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จออก ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน   พระราชวังดุสิต พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ผู้อำนวยการโรงพยาบาล ผู้อำนวยการวิทยาลัยแพทย์  ผู้อำนวยการวิทยาลัยพยาบาล และผู้อำนวยการสถานพยาบาล จำนวน 27 แห่ง เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับพระราชทานเงินสำหรับจัดซื้อเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ ได้แก่ โรงพยาบาลศิริราช โรงพยาบาลกลาง โรงพยาบาลวชิระ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า วิทยาลัยแพทยศาสตร์พระมงกุฎเกล้า โรงพยาบาลทหารผ่านศึก โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช กรมแพทย์ทหารอากาศ โรงพยาบาลราชวิถี โรงพยาบาลสงฆ์ โรงพยาบาลตำรวจ สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า กรมแพทย์ทหารเรือ วิทยาลัยพยาบาลกองทัพบก   โรงพยาบาลรามาธิบดี โรงพยาบาลสัตว์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ โรงพยาบาลหัวหิน โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ โรงพยาบาลน่าน โรงพยาบาลศูนย์สกลนคร โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ โรงพยาบาลยะลา โรงพยาบาลปัตตานี โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ โรงพยาบาลสุไหงโก-ลก   และโรงพยาบาลท่าวังผา จังหวัดน่าน
    พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงห่วงใยและทรงคำนึงถึงการดูแลรักษาพยาบาล สุขภาพร่างกายของประชาชน ตลอดจนประสิทธิภาพด้านการให้บริการทางการแพทย์ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานเงินในการจัดซื้อเครื่องมือ ครุภัณฑ์ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้แก่โรงพยาบาล วิทยาลัยแพทย์ และพยาบาล และสถานพยาบาลต่างๆ จากทั่วประเทศ ที่ยังคงขาดแคลนและมีความจำเป็นในการให้บริการ ในการรักษาพยาบาลแก่ผู้ป่วย โดยทรงมีพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานเงินที่ประชาชนได้ร่วมกันทูลเกล้าฯ ถวายในการร่วมบำเพ็ญพระราชกุศล เนื่องในงานพระราชพิธีพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทั้งหมด และส่วนหนึ่งเป็นเงินรายได้จากการจัดงานอุ่นไอรัก คลายความหนาว “สายน้ำแห่งรัตนโกสินทร์” รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 2,407,144,487.59 บาท  
    ทั้งนี้ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการให้การรักษาทางการแพทย์ให้แก่โรงพยาบาล วิทยาลัยแพทย์และพยาบาล และสถานพยาบาลต่างๆ อันจะเป็นประโยชน์ในการให้การบริการทางการแพทย์แก่ผู้ป่วย  การรักษาพยาบาลที่ดีมีคุณภาพ เพื่อให้ผู้ได้รับการรักษามีคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น การได้รับพระราชทานพระมหากรุณาธิคุณในครั้งนี้ยังความปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแก่คณะผู้บริหาร บุคลากร และเจ้าหน้าที่ ตลอดจนประชาชน ทุกหมู่เหล่าอย่างหาที่สุดมิได้
    การนี้ พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เจ้ากรมแพทย์ทหารบก เจ้ากรมแพทย์ทหารเรือ  เจ้ากรมแพทย์ทหารอากาศ และปลัดกรุงเทพมหานคร ร่วมเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทด้วย
    ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า งานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกได้เสร็จสิ้นไปด้วยความเรียบร้อย ขอขอบคุณทุกคน ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคเอกชน ประชาชน จิตอาสาทั้งหมดและคนไทยทุกคน ทุกจังหวัด ไม่ใช่เฉพาะกรุงเทพมหานคร (กทม.) ถ้ารวมกันทั้งประเทศก็หลายสิบล้านคน ในส่วนของ กทม. น่าจะมีประมาณ 2-3 แสนคน ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเรายังคงมีความรัก ความสามัคคี และยึดมั่นในสถาบันหลักของชาติ  ศาสนา พระมหากษัตริย์ อย่างแน่นแฟ้น และสิ่งที่เราคาดหวัง สิ่งที่เราต้องทำและตั้งใจทำคือ การทำงานถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 และหลายพระองค์ที่ได้รับการสถาปนาทุกพระองค์ เพราะเป็นเรื่องที่น่าถวายความยินดีกับทุกพระองค์ ซึ่งรัฐบาลจะดำเนินการต่อไปตามขั้นตอน
    "หลายอย่างที่เราทำวันนี้ โดยเฉพาะพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ไม่มีที่ไหนในโลก ขอให้ทุกคนที่เป็นคนไทยภูมิใจ สิ่งเหล่านี้คือจารีต วัฒนธรรม ประเพณี ของคนไทยที่มีมาแต่โบราณกาล ถ้าเราไม่มีสิ่งเหล่านี้ ประเทศไทยจะถูกเลือนหายไปจากความทรงจำของโลกใบนี้ทันที นี้คือความเป็นคนไทยของเรา ดังนั้นเราจึงควรภาคภูมิใจ ตอนนี้ยังเป็นช่วงวาระแห่งความสุขอยู่ อย่าลืมความสุขในช่วงที่ผ่านมานี้ ผมคิดว่าทุกคนก็อยากให้เป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ ตลอดไป ถือเป็นช่วงชีวิตและประวัติศาสตร์ของเราที่ได้ร่วมกัน ทั้งสื่อ ประชาชนและตน รวมถึงรัฐบาล และทุกคนถือว่ามีส่วนในพระราชพิธีครั้งนี้ ถือว่าเป็นครั้งเดียวในชีวิตของพวกเรา ขอให้ทุกคนได้ภาคภูมิใจในความเป็นไทยของเรา" พล.อ.ประยุทธ์ระบุ
     ด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการทำจดหมายเหตุเรื่องงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกว่า กระทรวงวัฒนธรรมจะเป็นเจ้าภาพดำเนินการจดบันทึก รวบรวมข้อมูลของงานพระราชพิธี นำมาเรียบเรียงจัดทำเป็นรูปเล่ม เพื่อจำหน่ายหรือจ่ายแจกให้กับประชาชนต่อไป โดยภายหลังงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก จะมีการจัดงานต่อเนื่อง ทั้งงานสโมสรสันนิบาตในวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และในช่วงปลายเดือน ต.ค.นี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะเสด็จพระราชดำเนินโดยขบวนพยุหยาตราชลมารค รวมทั้งกิจกรรมจิตอาสา
    เมื่อถามถึงการประกาศวันสำคัญ เช่น วันฉัตรมงคล และวันแม่แห่งชาติ นายวิษณุกล่าวว่า หลังจากพระราชพิธีบรมราชาภิเษก รัฐบาลชุดใหม่จะต้องเตรียมการและประกาศให้วันที่ 4 พ.ค. เป็นวันฉัตรมงคลและเป็นวันหยุดราชการ ภายในปีนี้ เพื่อจัดทำเป็นปฏิทินวันหยุดของปี 2563 ต่อไป สำหรับวันสำคัญอื่นๆ เช่น วันแม่แห่งชาตินั้น ต้องรอการประสานงานและให้มีมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก่อนประกาศให้ทราบต่อไป เช่นเดียวกับที่มีคำถามว่าวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี จะต้องมีการจัดกิจกรรมใดบ้าง รวมทั้งการออกพระนามอย่างย่อในภาษาพูด ยกตัวอย่าง เคยออกพระนามสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จะเรียกใหม่ว่าสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า หรือกรมสมเด็จ ขอให้รอฟังต่อไป เพราะกำลังประสานกับผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อซักซ้อมความเข้าใจอยู่
    พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กล่าวก่อนเป็นประธานการประชุมปิดกองอำนวยการร่วมพระราชพิธีบรมราชาภิเษกว่า  ทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อยดี และมีความปลอดภัยทุกอย่าง โดยเฉพาะประชาชนก็มีความปลอดภัย อีกทั้งไม่มีปัญหาและอุปสรรคใดๆ เนื่องจากทุกภาคส่วนให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ในช่วงพระราชพิธีมีประชาชนมาเข้าร่วมกว่า 200,000 คน โดยเฉพาะช่วงกลางวัน ในวันที่ 5 พ.ค.ที่ผ่านมา ส่วนวันที่เสด็จออกสีหบัญชร มีประชาชนมาร่วมพิธีเกือบ 100,000 คน
    สำหรับการเตรียมความพร้อมในพิธีงานการจัดมหรสพสมโภชเนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 ในระหว่างวันที่ 22-28 พ.ค. ทางเจ้าหน้าที่จะดูแลความปลอดภัยเพื่อให้เกิดความเรียบร้อย.


 


ไม่รู้ใครพูด.......ฟังแล้ว เลือด "ชาตินิยม" ขึ้นหน้า อยากเถียง..แต่เถียงไม่ออก คือที่เขาพูดว่าประเทศไทยดีทุกอย่างเสีย "อย่างเดียว"........มีคนไทยประเภท "อาศัยแผ่นดินเกิด" มากไปหน่อย!

จุดตายของ 'ธนาธร'
กเฬวรากลี้ภัยใจคด
ผิดพลาดของการตรากฎหมาย?
วันนี้ "ตามใจแฟน" ซักวัน
'คนไทยหัวใจกระวีกระวาด'
เรื่องพานกับ 'คนนอกคอก'