นักลงทุนกังวล รัฐบาลปริ่มน้ำ ฉุดดัชนีเชื่อมั่น


เพิ่มเพื่อน    

  เฟทโก้เผยดัชนีเชื่อมั่นนักลงทุน 3 เดือนข้างหน้าลด 2.83% เหตุกังวลการเมืองเสถียรภาพน้อย คาดรัฐบาลใหม่มีเสียงแค่ 260 เสียง แนะหาคนฝีมือดีเร่งทำงานทันที 
    เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม นายไพบูลย์ นลินทรางกูร   ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย เปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน (เฟทโก้) เดือน พ.ค.62 ว่า ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนอีก 3 เดือนข้างหน้าปรับตัวลดลง 2.83% มาอยู่ที่ระดับ 104.49 เป็นเดือนที่ 2 เนื่องจากนักลงทุนกังวลปัจจัยภายในประเทศจากสถานการณ์การเมืองภายหลังการเลือกตั้ง รวมทั้งเสถียรภาพรัฐบาลใหม่หลังเลือกตั้ง และผลการเจรจานโยบายการค้าระหว่างสหรัฐและจีน ถือว่ามีอิทธิพลต่อตลาดหุ้นไทยมากที่สุด แต่หากสถานการณ์ต่างๆ   คลี่คลายและมีความชัดเจนขึ้น เชื่อว่ากระแสเงินทุนต่างชาติจะไหลกลับเข้ามาในตลาดหุ้นไทย
    สำหรับทิศทางการลงทุนอีก 3 เดือนข้างหน้า ปัจจัยที่มีผลต่อความเชื่อมั่นนักลงทุนมากที่สุด ยังคงเป็นปัจจัยในประเทศจากสถานการณ์ทางการเมืองที่อยู่ระหว่างการประกาศผลเลือกตั้งและการจัดตั้งรัฐบาลในช่วงเดือน พ.ค.นี้ เบื้องต้นประเมินว่าโอกาสรัฐบาลใหม่จะมีเสียงข้างมากนั้นมีน้อย โดยคาดว่าจะอยู่ที่ 250-260 เสียง ถือว่าเก่งแล้ว และต้องยอมรับว่าเสียงที่มีอยู่ อาจทำให้เสถียรภาพลดลง เวลาการบริหารงานมีน้อย หากจะเข้ามาบริหารประเทศทันที ต้องเลือกคนที่มีความสามารถเข้ามาทำงานได้เลย
    "รัฐบาลใหม่ที่จะเข้ามาต้องทำงานได้ทันที เนื่องจากมีเวลาจำกัด และหมดเวลาฮันนีมูนแล้ว จึงต้องหาคนมีฝีมือเข้ามาบริหารงานทันที ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ทำให้เศรษฐกิจไทยได้รับผลกระทบ เนื่องจากยังคงพึ่งพาการส่งออกและการท่องเที่ยวอยู่ โดยต้องมีนโยบายการกระตุ้นบริโภคและการลงทุนของภาคเอกชนให้เกิดความต่อเนื่อง รวมถึงสานต่อนโยบายรัฐบาลเดิม เพื่อไม่ให้นักลงทุนเกิดความกังวล และหากมีความชัดเจนตลาดหุ้นไทยก็จะสามารถปรับตัวขึ้นได้ไม่ยาก" นายไพบูลย์ระบุ
    ขณะที่ปัจจัยทางเศรษฐกิจโลกที่ต้องติดตาม ได้แก่ ความเป็นไปได้กรณีปรับลดอัตรานโยบายดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และผลกระทบความคืบหน้าและการคาดหวังการบรรลุข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐและจีน, กรณีพิพาทระหว่างสหรัฐและสหภาพยุโรป เรื่องการให้เงินอุดหนุนอุตสาหกรรมการบินที่อาจส่งผลต่อการขึ้นภาษีนำเข้าระหว่างกัน ทำให้เศรษฐกิจโลกยังมีความเสี่ยงที่จะชะลอตัวลง และการคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายจนถึงสิ้นปี ทิศทางเบร็กซิต ภายหลังการเลื่อนเส้นตายข้อตกลงจนถึงวันที่ 31 ต.ค.นี้ ยังเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม
    ด้าน น.ส.อริยา ติรณะประกิจ รองกรรมการผู้จัดการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย กล่าวถึงดัชนีคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยเดือน พ.ค.62 ว่า ดัชนีคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เดือน พ.ค.นี้ อยู่ที่ระดับ 60 เพิ่มขึ้นจากครั้งที่แล้ว แต่ยังอยู่ในเกณฑ์ไม่เปลี่ยนแปลงไปจากปัจจุบัน สะท้อนมุมมองตลาดที่คาดว่าดอกเบี้ยนโยบายจะยังคงอยู่ที่ระดับ 1.75% ต่อไป โดยให้น้ำหนักกับอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ทิศทางดอกเบี้ยในตลาดโลก และอัตราเงินเฟ้อ เป็นปัจจัยหลัก.


เมื่อวานคุยเล่น  เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ  วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด

อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"