ประธานบอร์ด พอช.ร่วมพิธียกเสาเอก ‘บ้านมั่นคงห้องสูง’ จ.อุตรดิตถ์ 40 ครัวเรือน


   

อุตรดิตถ์/ ‘ไมตรี  อินทุสุต’ ประธานบอร์ด พอช.และเครือข่ายขบวนองค์กรชุมชน  ร่วมพิธียกเสาเอก ‘บ้านมั่นคงห้องสูง’ อ.ลับแล  สร้างบ้านใหม่ 40 ครัวเรือนบนที่ดินกรมธนารักษ์  สัญญาเช่าระยะยาว 30 ปี  โดยหน่วยงานในท้องถิ่นให้การสนับสนุนด้านสาธารณูปโภค เช่น ประปา  ไฟฟ้า  ขณะที่ พอช.สนับสนุนงบประมาณและสินเชื่อ 11 ล้านบาทเศษ

           

ตามที่รัฐบาลมอบหมายให้สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) จัดทำแผนแม่บทการพัฒนาที่อยู่อาศัยระยะ 20 ปี (พ.ศ.2560-2579)  มีเป้าหมายเพื่อให้คนไทยทุกครอบครัวมีที่อยู่อาศัยที่มั่นคงภายในปี 2579  โดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ หรือ ‘พอช.’ สนับสนุนการพัฒนาที่อยู่อาศัยของประชาชนประมาณ 1 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ  โดยดำเนินงานตามแผนงานบ้านมั่นคงเมืองและชนบท  โครงการบ้านพอเพียงชนบท  การพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลอง  คนไร้บ้าน  ฯลฯ  ซึ่งขณะนี้การดำเนินงานมีความคืบหน้าเป็นลำดับ

             

ล่าสุดวันที่ 10 พฤษภาคม  ที่บ้านห้องสูง  ต.ชัยจุมพล  อ.ลับแล  จ.อุตรดิตถ์   สหกรณ์เคหสถานบ้านมั่นคงอุตรดิตถ์ จำกัด  เครือข่ายบ้านมั่นคงเมืองจังหวัดอุตรดิตถ์  สภาองค์กรชุมชนตำบลชัยจุมพล  ขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดอุตรดิตถ์  และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันจัดพิธียกเสาเอกเพื่อสร้างบ้านมั่นคง  ‘สหกรณ์เคหสถานบ้านมั่นคงอุตรดิตถ์ จำกัด’  จำนวน  40 ครัวเรือน  โดยมีนายไมตรี  อินทุสุต  ประธานกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) เป็นประธานในพิธี  มีนายพิภัช ประจันเขตต์  รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์  นายสมชาติ  ภาระสุวรรณ  ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  เช่น  กรมธนารักษ์  อำเภอลับแล  รวมทั้งเครือข่ายภาคประชาชนเข้าร่วมในพิธีประมาณ 300 คน

 นายไมตรี  อินทุสุต (ที่ 2 จากขวา)

 

นายไมตรี  อินทุสุต  ประธานกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ  กล่าวว่า  ความสำเร็จในการสร้างบ้านมั่นคงในวันนี้เกิดจากภาคีต่างๆ 4 ฝ่าย  คือ  ภาคีแรกที่สำคัญที่สุด  คือ  ชาวบ้าน  ซึ่งแต่เดิมนั้นพี่น้องสร้างบ้านอยู่ในที่สาธารณะที่ไม่ถูกกฎหมายและกระจัดกระจายไร้สถานภาพ  แต่วันนี้พี่น้องได้รวมตัวกันเพื่อสร้างบ้านใหม่  ส่วนภาคีที่ 2 คือ หน่วยราชการส่วนกลาง  ได้แก่ กรมธนารักษ์ส่วนกลางที่ให้เช่าพื้นที่ผ่านธนารักษ์จังหวัด โดยอนุญาตให้เช่า 30 ปี  ราคาตารางวาละ  38 สตางค์  และเมื่อถึงปีที่ 30 ธนารักษ์จะต่ออายุให้อีก 30 ปีอย่างแน่นอน

 

ส่วนภาคีที่ 3 คือ  สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน  ภาคีที่ 4  คือ  ขบวนองค์กรชุมชน  และภาคีที่ 5 คือ สภาองค์กรชุมชน  ซึ่งร่วมกันทำงาน  โดยเฉพาะขบวนองค์กรชุมชนที่ทำงานแบบจิตอาสา  ทำงานหนักโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน  จนประสบผลสำเร็จ 

 

“เพราะฉะนั้นจากที่ไม่มีหลักแหล่งที่ถูกต้อง  ถูกกฎหมาย วันนี้พวกท่านจะได้อยู่ในที่ที่ถูกกฎหมาย  มีกฎกติกาถูกต้องทุกประการ จะอยู่อาศัยในที่สมสง่าและภาคภูมิ  และหน่วยงานต่างๆ จะร่วมกันสนับสนุนให้พี่น้องได้พัฒนาคุณภาพชีวิต  และสิ่งแวดล้อมให้ดีขึ้นต่อไป”  นายไมตรีกล่าว 

นางสาวธีรยา มาบุญลือ  ประธานคณะกรรมการสหกรณ์เคหสถานบ้านมั่นคงอุตรดิตถ์ จำกัด  กล่าวว่า  โครงการบ้านมั่นคงที่บ้านห้องสูง  ตำบลชัยชุมพล  เกิดจากการรวมตัวกันของประชาชนที่มีความเดือดร้อนเรื่องที่อยู่อาศัย  เนื่องจากไม่มีความมั่นคงในที่ดิน  เช่น  อาศัยอยู่ในที่ดินวัด  ที่ดินกรมธนารักษ์  การรถไฟแห่งประเทศไทย  กรมชลประทาน  นอกจากนี้ชุมชนยังมีสภาพแออัด  บ้านเรือนทรุดโทรม  ไม่มั่นคงแข็งแรง  ส่วนใหญ่มีฐานะยากจน  อาชีพรับจ้างทั่วไป และค้าขายเล็กๆ น้อยๆ ชาวบ้านที่เดือดร้อนจึงรวมตัวกันเป็น ‘สหกรณ์เคหสถานบ้านมั่นคงอุตรดิตถ์ จำกัด’  เพื่อต้องการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยและพัฒนาชีวิตให้ดีขึ้น  โดยมีหน่วยงานต่างๆ ร่วมให้การสนับสนุน  

 

เช่น  จังหวัดอุตรดิตถ์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ประสานงานเพื่อขอเช่าที่ดินราชพัสดุจากกรมธนารักษ์  บริเวณบ้านห้องสูง  หมู่ 3  ต.ชัยจุมพล  อ.ลับแล  เนื้อที่ 4 ไร่ 2 งาน 48 ตารางวา  เป็นที่ก่อสร้างบ้านใหม่  จำนวน 40  ครัวเรือน  ระยะเวลาเช่า  30 ปี  (1 มกราคม 2562 - 31 ธันวาคม 2591) สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ  สนับสนุนงบประมาณในการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยภายใต้โครงการบ้านมั่นคงเมือง จำนวน 11,644,820 บาท  (งบสนับสนุนรวม 3.1 ล้านบาท และสินเชื่อรวม 8,544,820 บาท  ระยะเวลาผ่อนชำระคืนภายใน 15 ปี)  

 

นอกจากนี้สหกรณ์ฯ ยังได้ประสานขอรับการสนับสนุนการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคจากหน่วยงานรัฐในพื้นที่ด้วย  เช่น  การประปา  การไฟฟ้า  ฯลฯ  ส่วนแบบบ้านที่จะก่อสร้างใหม่  มี 3 แบบ คือ 1.บ้านแฝดชั้นเดียวขนาด 4X7 เมตร  2.บ้านแฝดชั้นเดียวขนาด 5X8 เมตร   และ 3.บ้านแฝดสองชั้นขนาด 5X8 เมตร   ขนาดที่ดิน 24 ตารางวาต่อครอบครัว   ส่วนแผนงานการก่อสร้างบ้านคาดว่าจะเสร็จภายใน 1 ปี

 

นายสุพัฒน์  จันทนา  ผู้อำนวยการสำนักงานภาคเหนือ  สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ  กล่าวว่า  การพัฒนาที่อยู่อาศัยในจังหวัดอุตรดิตถ์เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2538-2543 โดยสำนักงานพัฒนาชุมชนเมือง (ปัจจุบันคือ พอช.) ได้ร่วมกับภาคีเครือข่ายในจังหวัดอุตรดิตถ์สนับสนุนการสร้างบ้านใหม่ของชาวชุมชน 8 ครอบครัวที่อาศัยอยู่ริมคลองโพ      อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์  โดยชาวบ้านได้ร่วมกันออมทรัพย์วันละ 15 บาท  และเช่าที่ดินจากวัดเพื่อสร้างบ้านใหม่ในราคาหลังละ 40,00 บาท  จนกลายเป็นต้นแบบในการพัฒนาที่อยู่อาศัยในจังหวัดอุตรดิตถ์

 

ช่วงปี 2544–2556 พอช.และเครือข่ายองค์กรชุมชนเมืองอุตรดิตถ์ร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่นทำการสำรวจข้อมูลผู้เดือดร้อนด้านที่อยู่อาศัยในเทศบาลเมืองอุตรดิตถ์  พบว่ามีผู้เดือดร้อน 18 ชุมชน  จำนวน  1,036 ครัวเรือน  โดย พอช.และภาคีเครือข่ายได้สนับสนุนการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัย  แบ่งเป็น 1.การย้ายชุมชนไปสร้างบ้านในที่ดินใหม่  จำนวน 124 ครัวเรือน  2.ปรับปรุงที่อยู่อาศัยในที่ดินเดิม 13  ชุมชน  จำนวน  912  ครัวเรือน  

 

“จนถึงขณะนี้ พอช.และภาคีเครือข่ายได้สนับสนุนการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยตามโครงการบ้านมั่นคงเมืองอุตรดิตถ์ไปแล้ว  รวมทั้งหมด  4 เมือง 17 โครงการ  คือ ในเขตเทศบาลเมืองอุตรดิตถ์  1,036 ครัวเรือน   เทศบาลตำบลในเมือง อำเภอพิชัย  215 ครัวเรือน, อบต.หาดล้า อำเภอท่าปลา  33 ครัวเรือน และ อบต.ชัยจุมพล อำเภอลับแล 40 ครัวเรือน  รวมทั้งหมด  1,324 ครัวเรือน  ส่วนที่เหลือจะดำเนินการต่อไป  โดย พอช.จะประสานงานกับหน่วยงานรัฐที่ดูแลที่ดิน  เพื่อนำที่ดินรัฐที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์มาให้ชาวชุมชนเช่าเพื่อก่อสร้างบ้านมั่นคง”  นายสุพัฒน์กล่าว

 บ้านมั่นคงของสหกรณ์เคหสถานบ้านมั่นคงอุตรดิตถ์ จำกัด  กำลังก่อสร้าง

 

สำหรับความคืบหน้าในการดำเนินการโครงการบ้านมั่นคงทั่วประเทศของสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ ในปีงบประมาณ 2562 มีเป้าหมาย 5,500  ครัวเรือน  ขณะนี้ (ตุลาคม 2561-มีนาคม 2562)   ดำเนินการแล้ว 3,335 ครัวเรือน  โครงการบ้านพอเพียงชนบท  เป้าหมาย 11,500  ครัวเรือน  ขณะนี้ดำเนินการแล้ว 12,543 ครัวเรือน  โครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลอง  (ดำเนินงานต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2559 ในพื้นที่คลองลาดพร้าว)  เป้าหมาย 7,069  ครัวเรือน   ขณะนี้ดำเนินการแล้ว 3,084 ครัวเรือน  ฯลฯ

 

ส่วนผลการดำเนินโครงการบ้านมั่นคงตั้งแต่ปี 2546-2561  สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ ได้ดำเนินการในพื้นที่  76 จังหวัด   จำนวน 353 เมือง   รวม 931  โครงการ   ครอบคลุม 2,061 ชุมชน   ทำให้ประชาชนมีที่อยู่อาศัยที่มั่นคงรวม  100,216  ครัวเรือน 


และแล้ว........... งานลงรักปิดทองนายกฯ ประยุทธ์ของฝ่ายค้าน เมื่อวาน (๑๘ ก.ย.๖๒) ก็ผ่านไป พร้อมสภาปิดสมัยประชุม

นวัตกรรม 'กล่องข้าวน้อยให้แม่'
ร้อยล้าน ‘ศรัทธาบริการ’ บิณฑ์
'สารอันตรายกับสายน้ำท่วม'
'เส้นทาง ๒ มิติ' รอ.ธรรมนัส
เฉพาะกับ "พระมหากษัตริย์"
ว่าด้วย 'บุญคุณและเอื้ออาทร'