สำนักงานศาลจี้‘เพื่อนโชค’ รายงานข้อเท็จจริงเบ่งขับ


เพิ่มเพื่อน    

 "เพื่อนโชค" โดนแล้ว สำนักงานศาลยุติธรรมมีหนังสือแจ้งอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 8 รายงานข้อเท็จจริง ขับแล้วเบ่ง จับตา 13 พ.ค.ประชุม ก.ต. ฟันหรือไม่

    จากกรณีที่ปรากฏข่าวเกี่ยวกับการเผยแพร่คลิปในสื่อโซเชียล เหตุการณ์มีบุคคลอ้างเป็นข้าราชการระดับสูงคนหนึ่งในศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 8 พูดคุยโต้ตอบกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเมื่อเรียกตรวจรถและขอตรวจดูใบขับขี่บริเวณด่านตรวจ ทั้งมีการกล่าวอ้างความรู้จักกับ พ.ต.อ.โชคดี รักษ์วัฒนพงษ์ ผู้กำกับการ สภ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 2 พ.ค.ที่ผ่านมา 
    และยังมีรายงานเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับปฏิบัติการนั้นถูกย้ายเข้ามาทำงานใน สภ.อ.ทุ่งใหญ่ จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากในสื่อออนไลน์ กระทั่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องนี้เพื่อความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายนั้น
    ในส่วนที่มีอ้างอิงถึงชายในคลิปที่ถูกเรียกตรวจว่า อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 8 นั้น หลังจากทางศาลรับทราบเรื่องแล้วตามที่ปรากฏทางสื่อ มีรายงานว่า เมื่อวันศุกร์ที่ 10 พ.ค.ที่ผ่านมา สำนักงานศาลยุติธรรม โดย เลขาธิการฯ และเลขานุการคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) ได้มีหนังสือแจ้งอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 8 รายงานข้อเท็จจริงประเด็นดังกล่าวเพื่อเป็นการรวบรวมข้อมูลให้ชัดเจนนอกเหนือจากข้อมูลที่ปรากฏเป็นประเด็นข่าวและในโซเชียลฯ โดยหากได้รับรายงานข้อเท็จจริงจากอธิบดีพิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 8 แล้ว จะตรวจพิจารณาว่าเหตุการณ์ที่เกี่ยวพันนั้นเป็นจริงหรือไม่ อย่างไรบ้าง
    โดยขั้นตอนนี้จะเป็นการรวบรวมข้อมูล ข้อเท็จจริงจากผู้ถูกพาดพิงโดยตรงในส่วนของการตรวจสอบภายในองค์กรศาล เสนอประธานศาลฎีกาและที่ประชุมคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) ซึ่งประธานศาลฎีกาเป็นประธาน ก.ต.ด้วย
    อย่างไรก็ดี ในการกำหนดประชุม ก.ต.นัดวาระปกติอยู่แล้ว ในเช้าวันจันทร์ที่ 13 พ.ค.นี้ ต้องติดตามว่าจะมีการนำประเด็นดังกล่าวเสนอสู่วาระการประชุม ให้ ก.ต.ทราบเรื่อง เพื่อพิจารณาตรวจสอบข้อเท็จจริงตามขั้นตอนอย่างไรบ้าง
    ทั้งนี้ ขั้นตอนปฏิบัติ เมื่อมีเหตุการณ์ใดกล่าวอ้างถึงบุคคลในองค์กร ก็จะดำเนินการได้ใน 2 แนวทาง คือ 
    1.ผู้ที่มีชื่อถูกอ้างถึง รายงานชี้แจงข้อเท็จจริงตามลำดับชั้นบังคับบัญชาได้เองก่อน ซึ่งระดับอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 8 การรายงานเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงสามารถดำเนินการผ่านสำนักงานศาลยุติธรรม เสนอถึงประธานศาลฎีกาได้เลย 
    2.กรณีที่สำนักงานศาลยุติธรรม โดยเลขาธิการฯ มีหนังสือแจ้งผู้ที่ถูกพาดพิง ขอให้รายงานข้อเท็จจริงเพื่อเป็นการรวบรวมข้อมูลให้ชัดเจนเสนอประธานศาลฎีกา และที่ประชุม ก.ต.กรณีรายงานเหตุการณ์สำคัญเกี่ยวกับองค์กรและผู้พิพากษา ซึ่งการรายงานข้อเท็จจริงนั้นก็ถือเป็นการให้โอกาสแสดงความชัดเจนที่เกิดขึ้น อย่างไรก็ดี หากเป็นเรื่องที่ต้องให้คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อพิจารณาว่าเข้าข่ายเป็นความผิดประมวลจริยธรรมข้าราชการตุลาการ หรือทางวินัยหรือไม่ ก็จะดำเนินการตามลำดับขั้นตอนที่ ก.ต.กำหนดต่อไป 
    เมื่อวันที่ 10 พ.ค.ที่ผ่านมา เมื่อได้มีการติดต่อไปยังศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 8 เพื่อจะขอสัมภาษณ์ข้อเท็จจริงจากอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตฯ ภาค 8 เกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าว ก็ได้รับแจ้งจากอธิบดีฯ ผ่านทางเจ้าหน้าที่ว่า การให้ข้อมูลข่าวต่อสื่อมวลชน สำนักงานศาลยุติธรรมจะเป็นผู้ดำเนินการทางข่าวเองต่อไป
    ขณะที่ พ.ต.อ.โชคดี รักษ์วัฒนพงษ์ ผกก.สภ.ทุ่งใหญ่ โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า กฎหมายที่ควรรู้ ถ้าท่านอ่านฎีกานี้เข้าใจแล้วทุกคนจะรู้ว่าทำไมผมจึงแก้ปัญหาให้ลูกน้องแบบนั้น เพราะไม่ต้องการให้เขามาฟ้องร้องตำรวจของตัวเองในภายหลัง โดยเฉพาะผู้ที่ถูกตรวจค้นเป็นนักกฎหมาย 
    แม้ พ.ร.บ.รถยนต์ มาตรา 42 บัญญัติไว้ว่า ผู้ขับรถต้องมีใบอนุญาตขับรถในขณะขับ เพื่อแสดงต่อเจ้าพนักงานได้ทันที แต่นั่นมิได้หมายความว่าให้อำนาจเจ้าพนักงานมีอำนาจเรียกตรวจสอบได้ทุกกรณี เจ้าหน้าที่จะเรียกตรวจสอบได้เฉพาะมีเหตุสงสัยเท่านั้น ตามสิทธิที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้
    นายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม รองอธิบดีอัยการ สำนักงานชี้ขาดคดี สำนักงานอัยการสูงสุด โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า "ข้าราชการอย่างเราท่าน ถ้ารู้จักถอดหัวโขนไว้ที่ทำงานบ้าง ก็ทำให้ชีวิตเป็นสุขและสงบครับ".


 


วานซืน....... ๑๒๐ คณาจารย์ โผลหัวจากง่ามตูดเพนกวิน ออกมาหนุน ๑๐ ข้อเสนอ "ล้มสถาบันกษัตริย์" ที่เวทีธรรมศาสตร์ ของฮองเฮาเกศินี ที่นายปริญญาเป็นโปรโมเตอร์ เมื่อ ๑๐ สิงหา.

'๒๕๖๓ คณาจารย์ร่านเมือง'
ใครทน 'ธรรมศาสตร์ไม่ทน'?
สารพันวันประเทศ 'ฝีแตก'
ชนชั้น 'นิสิต-นักศึกษา'
เดิมพัน 'สุดท้าย' ของไอ้สัส
"ตำรวจ-อัยการ" ใครคุกก่อน?