'อย.'ย้ำเส้นตาย จดแจ้งมี'กัญชา' 'สุวินัย'ชี้ฝันค้าง


เพิ่มเพื่อน    

    เลขาธิการ อย.แนะผู้ครอบครองกัญชารีบจดแจ้งก่อน 21 พ.ค. เอาใจสายเขียวเปิดเสาร์-อาทิตย์ให้ยื่น ย้ำยังไม่เปิดให้ปลูกเสรี “สุวินัย” เตือนระวังฝันค้างหวังรวย สหรัฐ-แคนาดาราคาตกวูบ “ลาว” ถูกตีกลับเพียบ เพราะสายพันธุ์ในอาเซียนสารพิษตกค้างตรึม
    เมื่อวันอาทิตย์ นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์  เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวถึงการแจ้งครอบครองกัญชา ว่ามีเกือบ 10,000 ราย โดยใกล้หมดเวลาแจ้งแล้วในวันที่ 21 พ.ค.นี้ ดังนั้นเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้มาแจ้งครอบครองได้ทันเวลา กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) จึงมีนโยบายให้ อย.และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) พิจารณาเพิ่มเวลาการรับแจ้งครอบครองในวันเสาร์หรืออาทิตย์ และเพิ่มสถานที่ในการรับแจ้งยังสถานที่ต่างๆ ด้วย เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ต้องการมาแจ้งครอบครอง 
    นพ.ธเรศแจงอีกว่า อย.ได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่เพื่อให้บริการรองรับการแจ้งครั้งนี้อย่างเต็มที่ จึงขอแจ้งไปยังผู้ที่ยังไม่ได้มาดำเนินการแจ้งครอบครอง ขอให้รีบมาดำเนินการโดยเร็วก่อนสิ้นสุดเวลาที่กฎหมายกำหนด ซึ่งการแจ้งครอบครองกัญชานั้นไม่ได้ยุ่งยาก ผู้ครอบครองกัญชามาก่อนที่อยู่ในกรุงเทพฯ แจ้งได้ที่ อย. ส่วนต่างจังหวัดแจ้งได้ที่ สสจ. โดยขอให้เตรียมเอกสารหลักฐานให้พร้อม ได้แก่ บัตรประชาชน เอกสารแจ้งการมีกัญชา เอกสารรับรองอาการเจ็บป่วยจากแพทย์ และนำกัญชาที่ใช้ในการรักษาไปด้วย หากมีปริมาณมาก สามารถใช้รูปถ่ายได้ กรณีหากกลุ่มผู้ป่วยมีจำนวนมาก สามารถติดต่อหรือโทรศัพท์ประสานกับ อย. หรือ สสจ. เพื่อแจ้งชื่อ นามสกุล กำหนดวัน เวลานัดที่จะเดินทางไปแจ้งการครอบครองได้ โดยกรอกแบบการแจ้งครอบครองเพื่อความสะดวกและรวดเร็ว และนำยากัญชาหรือน้ำมันสกัดกัญชาที่ใช้ในการรักษาโรคพร้อมเอกสารต่างๆ ไปแจ้งครอบครองตามที่ได้มีการนัดหมายไว้ 
    “ผู้ที่ยังไม่เคยใช้สารสกัดกัญชารักษาโรคมาก่อนไม่จำเป็นต้องรีบหาผลิตภัณฑ์กัญชาเพื่อมาแจ้งครอบครองในช่วงนี้ เพราะการใช้สารสกัดกัญชาในการรักษาอาการใดๆ ก็ตาม ควรได้รับการวินิจฉัยอย่างถี่ถ้วนจากแพทย์ ไม่ควรหาซื้อมาใช้เอง เพราะอาจได้รับอันตรายได้ และขณะนี้มีหลายหน่วยงานกำลังวิจัยเพื่อผลิตสารสกัดจากกัญชาที่มีคุณภาพมาตรฐาน เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับความปลอดภัยจากการใช้ยามากขึ้นด้วย” นพ.ธเรศกล่าว
    เลขาธิการ อย.กล่าวอีกว่า อย.ยังพบว่ามีการแชร์เรื่องการให้ปลูกกัญชาในสื่อออนไลน์จำนวนมาก  โดย อย.ขอแจ้งให้ทราบว่า การรับแจ้งที่ อย. หรือ สสจ. ในขณะนี้เป็นการแจ้งครอบครองกัญชาเพื่อใช้ในวัตถุประสงค์ทางการแพทย์หรือใช้รักษาโรคเท่านั้น ไม่ใช่การอนุญาตให้ปลูกกัญชาแต่อย่างใด เกษตรกรรายย่อยไม่สามารถปลูกกัญชาได้ ต้องเป็นเกษตรกรที่รวมตัวเป็นวิสาหกิจชุมชน หรือวิสาหกิจเพื่อสังคม หรือสหกรณ์การเกษตร ซึ่งจดทะเบียนตามกฎหมาย และร่วมดำเนินการกับหน่วยงานของรัฐ หรือกรณีที่มีโครงการร่วมกับสถาบันอุดมศึกษาที่มีหน้าที่ศึกษาวิจัย หรือจัดการเรียนการสอนทางการแพทย์หรือเภสัชศาสตร์ และยังต้องดำเนินการร่วมกับหน่วยงานของรัฐด้วย จึงขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข่าวดังกล่าว หากมีข้อสงสัยใดๆ สามารถสอบถามได้ที่สายด่วน อย. 1556 
     ด้านนายสุวินัย ภรณวลัย อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อกัญชาล้นตลาดอเมริกา สัญญาณเตือนคนไทยหวังรวย ระบุว่า ในยุคกัญชาฟีเวอร์ คนไทยกลุ่มหนึ่งฝันหวานจะปลูกกัญชาส่งนอก โกยเงินมากกว่าข้าว แต่ตอนนี้ตลาดที่วาดหวังกำลังมีปัญหากัญชาล้น ราคาตกวูบ ซึ่งในแคนาดาที่ทั้งประเทศ 10 มณฑล ขณะนี้กำลังปวดหัวกับปัญหากัญชาล้นตลาด ขณะที่สหรัฐอเมริกาที่เปิดให้กัญชาถูกกฎหมาย 33 รัฐล่าสุด ขณะนี้ปัญหากัญชาล้นตลาดกำลังขยายตัวเช่นกัน จากรัฐออริกอนที่ผลิตเกินความต้องการตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว ขยายไปโคโลราโดและแคลิฟอร์เนียแล้ว โดยบรรดาเกษตรกรที่ได้รับใบอนุญาตปลูกกัญชา พากันเรียกร้องให้รัฐบาลประจำรัฐของพวกเขายุติการออกใบอนุญาตปลูกกัญชารายใหม่ และงดต่อใบอนุญาตสำหรับผู้ปลูกรายเก่าที่ขาดคุณสมบัติ
     “กัญชาเป็นอุตสาหกรรมมูลค่ามหาศาลที่มีอัตราเติบโตเร็วรุดที่สุดในสหรัฐ บริษัทผลิตกัญชาครบวงจรเฉพาะ 13 รายใหญ่ที่สุดในตลาดหุ้นวอลสตรีท มาร์เก็ตแคปรวมกว่า 16.9 พันล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 524,000 ล้านบาท คนไทยใจกัญชาได้ยินข่าวนี้แล้ว ย่อมจะหูผึ่งเอาไปฝันหวาน ว่าถ้าคนไทยปลูกกัญชาได้เสรี จะส่งออกไปขายตลาดเหล่านี้ โกยเงินเข้าประเทศมากกว่าสินค้าส่งออกทุกประเภทรวมกันนักการเมืองบางคนก็สร้างฝันต่อยอดให้อีกว่าจะสนับสนุนการปลูกจนกัญชาแทนที่ข้าวในฐานะสินค้าเกษตรส่งออกอันดับ 1 แต่ความเป็นจริงที่ยังมองข้ามกันอยู่ก็คือตลาดที่ไทยฝันว่าจะส่งกัญชาไปขายนั้นไม่ใช่จะไปกันได้ง่ายๆ” นายสุวินัยกล่าว
     นายสุวินัยโพสต์อีกว่า ประเทศลาวที่เรามักอ้างอิงเสมอว่าปลูกกัญชาเสรีทำเงินกันเป็นกอบเป็นกำจากการส่งออกนั้น แท้จริงแล้วคือตลาดประเทศไทย บช.ปส.จับได้แทบเดือนเว้นเดือน ครั้งละเป็นตันๆ ส่วนที่อ้างว่าส่งไปสหรัฐนั้น ตอนนี้ถูกตีกลับแล้ว เพราะกัญชาลาวปนเปื้อนสารเคมีอันตราย ซึ่งกัญชาพันธุ์พื้นเมืองในย่านนี้ ไม่ว่าจะพันธุ์หางกระรอกของไทย หรือของลาว เวียดนาม เมียนมา ล้วนเป็นพืชที่ดูดซึมโลหะหนักจากดินได้เก่ง โดยเฉพาะสารตะกั่ว แต่ที่ส่งออกไปญี่ปุ่นได้นั้น เป็นพันธุ์ที่นักลงทุนญี่ปุ่นนำมาให้เกษตรกรลาวปลูกและควบคุมการปลูก เพื่อให้ได้คุณภาพที่ดีตามต้องการ
    “พันธุ์กัญชาหากนำมาปลูกบ้านเราอย่างที่สายการแพทย์แผนปัจจุบันกำลังทำกันอยู่ ต้องลงทุนสูง ทั้งด้านโรงเรือน ด้านอุณหภูมิ ด้านแสง ด้านดิน ด้านปุ๋ย ฯลฯ ส่วนกัญชาพื้นเมืองของเราใช้สูบ ใช้เข้าตำรับยา 16 ขนานตามที่ทางกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกประกาศไปแล้วจะเหมาะกว่า และหากใช้ทำน้ำมันกัญชารักษามะเร็งได้ ก็ต้องศึกษากันด้านผลภายหลังการรักษาที่มีระยะเวลาความปลอดภัยถึง 5 ปีกันต่อไป เพราะมนุษย์แต่ละคนมีธาตุเจ้าเรือนต่างกัน มีกรุ๊ปเลือดต่างกัน ยาตัวเดียวกัน ตำรับเดียวกัน รักษาคนหนึ่งหาย แต่คนอื่นๆ อาจจะไม่หาย ตามที่ปรมาจารย์แพทย์ท่านว่า ลางเนื้อชอบลางยานั้นแล” นายสุวินัยระบุ.


ส.ส.เพื่อไทย "กรีดเลือดในสภา" ประกอบฉากไล่ให้นายกฯ ลาออกเย็นวาน (๒๗ ต.ค.๖๓) นั้นไม่น่าเจ็บตัวเปล่านะ!เพราะฉากนั้น "ยึดพื้นที่ข่าว" ได้แน่ 

นายกฯ ชัดแล้ว...ฝ่ายค้านล่ะ?
หน้า 'สัปปายรัฐสภาสถาน'
ในแผ่นดิน 'รัชกาลที่ ๑๐'
ถึงตา "ทอน-ปิยบุตร" แก้สนุ้ก
เสื้อเหลืองมาเพราะ ๓ นิ้วปลุก
เก่า 'ตะกายใหม่' ไทยโพสต์