เหตุที่ไม่มีรัฐบาลเพื่อไทย


   

 

             มันก็แค่ลีลา

                พรรคใหญ่ยอมพรรคเล็ก

                เพื่อไทยจะให้ "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" เป็นนายกรัฐมนตรี

                บ้างก็ว่า "อนุทิน ชาญวีรกูล" ดีกว่า

                จะมีขั้วที่สาม

                ไปถึงขั้นรอก๊อกสอง นายกฯ คนกลางมาแน่      

                แต่ความจริง "ลุงตู่" เป็นนายกฯ สมัยสองไปเกือบเต็มตัวแล้ว

                ที่บอกว่ายังไม่เต็มตัว เพราะรอดูวันที่ ๒๕ พฤษภาคม

                วันเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร

                ซึ่งก็คือประธานรัฐสภา โดยตำแหน่ง

                ตำแหน่งประธานรัฐสภา เป็นของใคร นายกรัฐมนตรีก็มาจากฝั่งนั้น        

                ไม่ผิดไปจากนี้

                มีความพยายามอย่างหนักจากฝั่งเพื่อไทย อนาคตใหม่ ป่วนการตั้งรัฐบาล

                จนถึงวันนี้ยังท่องคาถา สืบทอดอำนาจเผด็จการ

                ใครไปร่วมกับพลังประชารัฐ เป็นพวกเผด็จการหมด ราวกับว่าพรรคการเมืองฝั่งตรงข้ามตัวเอง ไม่ได้มาจากการเลือกของประชาชน

                แต่...ฝั่งเพื่อไทยก็ทำได้แค่นั้น

                ขนาดปล่อยข่าวข้ามทวีป ทักษิณทุ่ม ๑๕๐ ล้านปอนด์ ซื้อสโมสรคริสตัล พาเลซ

                จะโชว์ว่ายังมีเงินอยู่!

                อย่างน้อยก็สะกดไม่ให้งูเห่าออกมาเลื้อยเพ่นพ่านได้

                หรืออาจส่งสัญญาณไปถึงงูเห่าในวุฒิสภา

                สุดท้ายความจริงก็ปรากฏ ทางประธานสโมสรคริสตัล พาเลซ เขาบอกว่า ไม่เคยคุยกับคนชื่อทักษิณสักคำ

                ก็ไม่แปลกอะไร เพราะทักษิณมักจะโชว์รวยทุกครั้ง ในยามที่การเมืองในประเทศไทยอยู่ในภาวะเข้าด้ายเข้าเข็ม

                แล้วมักจบด้วยแรงโม้เสมอ

                ฉะนั้นเสียงต่อรองทางการเมืองจากขั้วเพื่อไทย ฟังไว้ขำๆ อย่าไปจริงจังนัก

                ฟันธง! ตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร ไม่เป็นคนของพลังประชารัฐ ก็ประชาธิปัตย์ อยู่ที่การเจรจาต่อรอง

                ส่วนเก้าอี้นายกรัฐมนตรี อย่าให้พวกปล่อยข่าวหลอกเอาได้

                ตัวเลขไม่เคยโกหกใคร! 

                ผลเลือกตั้ง

              เพื่อไทย ๑๓๖ เสียง

              อนาคตใหม่ ๘๐ เสียง

              ประชาชาติ ๗ เสียง

              เสรีรวมไทย ๑๐ เสียง

              เพื่อชาติ ๕ เสียง

              เศรษฐกิจใหม่ ๖ เสียง

              พลังปวงชนไทย ๑ เสียง

              รวม ๒๔๕ เสียง

              อีกฝั่ง....                   

              พลังประชารัฐ ๑๑๕ เสียง

              ประชาธิปัตย์ ๕๒ เสียง

              ภูมิใจไทย ๕๑ เสียง

              ชาติไทยพัฒนา ๑๐ เสียง

              ชาติพัฒนา ๓ เสียง

              รวมพลังประชาชาติไทย ๕ เสียง

              รักษ์ผืนป่าประเทศไทย ๒ เสียง

              พลังท้องถิ่นไท ๓ เสียง

                      พรรคประชาชนปฏิรูป ๑ เสียง

                      รวม ๒๔๒ เสียง

                พรรคเล็ก ๑๑ พรรค ๑๑ เสียง ประกาศชัดไปแล้วว่า สนับสนุนลุงตู่เป็นนายกฯ

                ถ้าเพื่อไทยจะประเคนเก้าอี้นายกรัฐมนตรีให้ "อภิสิทธิ์-อนุทิน" สิ่งที่ต้องทำให้ได้คือ ดูดประชาธิปัตย์ทั้งพรรค รวมถึงภูมิใจไทยให้ได้ก่อน

                แต่นั่นยังได้เพียง ๓๔๘ เสียง เพราะเลือกนายกฯ ต้องใช้เสียงเกินกึ่งหนึ่งของที่ประชุมรัฐสภา นั่นคือ ๓๗๖ เสียง

                เท่ากับว่ายังขาดอีก ๒๘ เสียง

                ต้องดูดต่อ

                ชาติไทยพัฒนา ชาติพัฒนา รวมพลังประชาชาติไทย รักษ์ผืนป่าประเทศไทย พลังท้องถิ่นไท

                ได้มาอีก ๒๓ เสียง

                ก็ยังขาดอยู่อีก ๕ เสียง

                จะเอามาจากไหน

                พรรคประชาชนปฏิรูปของ ไพบูลย์ นิติตะวัน อีก ๑ เสียง

                ก็ยังไม่พอ

                ฉะนั้นจะเห็นว่าในทางทฤษฎียังเป็นไปไม่ได้

                แล้วในทางปฏิบัติจะเป็นไปได้อย่างไรกัน

                ลองนึกภาพ พรรครวมพลังประชารัฐ ของลุงกำนัน กับพรรคประชาชนปฏิรูปของไพบูลย์ นิติตะวัน ไปร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทย

                ดูไม่จืดแบบไหนก็คูณเข้าไปอีกล้านเท่า

                สิ่งที่ออกมาจากปากคนในพรรคเพื่อไทย อนาคตใหม่ จึงแปลความเป็นอย่างอื่นไม่ได้ นอกจากป่วนจนหยดสุดท้าย

                ในส่วนของประชาธิปัตย์ถ้ารับเงื่อนไขของเพื่อไทย คงไม่ต่างงาช้างงอกจากปากหมา

                หลงติดกับดักแบบให้อภัยไม่ได้

                ประการแรก นอกจากตัวเลขที่เป็นไปไม่ได้แล้ว

                ประการถัดมา อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคประชาธิปัตย์ก็จริง แต่วันนี้พรรคประชาธิปัตย์ มีหัวหน้าพรรคชื่อ จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์

                แต่เดิมพรรคประชาธิปัตย์มีความต่างกับพรรคเพื่อไทยอยู่มาก จนแยกออกได้ง่ายว่าเป็นปลาคนละน้ำ

                นั่นคือ พรรคเพื่อไทยไม่เคยสนใจว่า หัวหน้าพรรคจะเป็นใคร แต่คนเป็นนายกรัฐมนตรี ต้องเป็นคนที่ทักษิณเคาะเสมอ และมักไม่ใช่หัวหน้าพรรค

                กรณี "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" เป็นตัวอย่างให้เห็นว่า หัวหน้าพรรคเพื่อไทยมีฐานะเป็นเพียงหัวหน้าฝ่ายธุรการเท่านั้น

                แต่ประชาธิปัตย์มีความชัดเจนเรื่องนี้มาแต่ไหนแต่ไร

                คนเป็นหัวหน้าพรรคคือผู้นำทางการเมือง

                ไม่ใช่หัวหน้าฝ่ายบุคคล

                จึงเป็นไปไม่ได้เลยที่ "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" จะไปเป็นนายกรัฐมนตรีโดยการสนับสนุนของพรรคเพื่อไทย

                ย้ำอีกที มีเหตุผลอะไรให้ ประชาธิปัตย์ กับ ภูมิใจไทย ต้องไปร่วมตั้งรัฐบาลที่ไม่มีทางเป็นไปได้กับพรรคเพื่อไทย

                คำตอบคือ...ไม่มี

                แล้วมีเหตุผลอะไรที่ทั้ง ๒ พรรคนี้ไปเป็นฝ่ายค้าน

                คำตอบคือ...ไม่มี

                โดยเฉพาะฝ่ายค้านอิสระ ที่บรรดานักวิชาเกิน เชียร์ให้ประชาธิปัตย์เป็น 

                ก็ยิ่งเป็นไปไม่ได้!

                หาเหตุผลไม่ได้ว่า ทำไมประชาธิปัตย์ต้องโหวตหรือไม่โหวตบางเรื่องให้รัฐบาลพลังประชารัฐ

                บางเรื่องที่โหวตไปแล้วประชาธิปัตย์ได้แค่ดมกลิ่น แต่พรรคร่วมรัฐบาลได้ผลงาน

                แล้วจะโหวตไปหาพระแสงอะไร

                ทำตัวเป็นรัฐบาลในบางครั้ง เป็นฝ่ายค้านในบางคราว โดยไม่มีตำแหน่งในรัฐบาลเลย

                ถามหน่อยพรรคไหนยอมบ้าง

                พลังธรรมยุค พล.ต.จำลอง ศรีเมือง เคยใช้วิธีนี้ สุดท้ายก็ไปไม่รอด

                เชื่อเถอะครับ ไม่มีพรรคการเมืองไหนไม่อยากเป็นรัฐบาล

                ตัวสั่นกันทั้งนั้น

                ที่ยึกยักกันอยู่ในวันนี้ เพราะยังต้องต่อรองตำแหน่งทางการเมืองกันอยู่

                ก็อย่างที่บอก ประชาธิปัตย์ กับภูมิใจไทย เห็นตัวเลขแล้ว การไปร่วมรัฐบาลกับฝั่งเพื่อไทย มันเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้

                แต่มันมีเรื่องน่าขำ สมาชิกพรรคอนาคตใหม่เริ่มอินกับตัวเลขหลอกๆ ไม่พอใจที่แกนนำพรรคจะยกเก้าอี้นายกฯ ให้อภิสิทธิ์ 

                ทำไมไม่หนุน "ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ"

                มันไปไกลถึงขั้นนั้นแล้ว

                หลอกกันจนคิดว่าเป็นเรื่องจริง

                วานนี้ (๑๖ พฤษภาคม) "ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ" โมโหที่ กกต.ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยการถือหุ้นสื่อ ประกาศตัวพร้อมเป็นนายกรัฐมนตรี อ้างว่าเพื่อหยุดยั้งการสืบทอดอำนาจของ คสช.

                อ้าว...แล้ววันที่เซ็นสัตยาบัน ๖ พรรค วันนั้นบอกว่า หนุน "เจ๊หน่อย" เป็นนายกฯ ไม่ใช่หรือ

                ก็รอดูว่า จะมีพรรคการเมืองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข พรรคไหนยกมือโหวตให้ "ธนาธร" จนเกิน ๓๗๖ เสียงบ้าง 

                และวันที่ประกาศรายชื่อ ๒๕๐ คน พรรคอนาคตใหม่ด่าสาดเสียเทเสีย แล้วเป็นไง? สุดท้ายมาออดอ้อนให้สภานายพลโหวตให้ "ธนาธร"

                กะล่อนจริงๆ.

                                                                                                                                    ผักกาดหอม

 


"หลวงพ่อทวด"........ ยังคงนั่งมองลูกหลานและบ้านเมืองไทยด้วยเมตตาอยู่ในมณฑปวัดช้างให้ ริมทางรถไฟ เหมือนทุกๆ ปี

เฉพาะกับ "พระมหากษัตริย์"
ว่าด้วย 'บุญคุณและเอื้ออาทร'
น้ำครำตรวจสอบน้ำเน่า
น้ำท่วม 'อย่าเอาแต่ดู' ต้องทำ
ตรรกะ 'ตลบตะแลง' ของธร
โศกนาฏกรรมสัตว์การเมือง