‘พ่อฟ้า’ส่อชะตาขาด กกต.ฟันไพร่หมื่นล้านปมถือหุ้นสื่อชงศาลรธน.เพิกถอนส.ส.


   

 "กกต." ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยคุณสมบัติ ส.ส. "ธนาธร" ปมถือหุ้นสื่อ หลังกรมพัฒนาธุรกิจการค้าระบุยังมีชื่อถือหุ้นบริษัท วี-ลัค มีเดียฯ  ตั้งแต่ปี 58 จนถึง 21 มี.ค.62 เลยวันเปิดรับสมัคร ส.ส.ไปแล้ว "หัวหน้า อนค." มั่นใจไม่ได้ทำอะไรผิด เชื่อคสช.จ้องสกัดกั้นพรรคอนาคตใหม่ บอกวันนี้เชื่อมั่นศาล รธน. "เรืองไกร" เตรียมร้อง กกต.สอบคุณสมบัติ "หม่อมเต่า" 17 พ.ค.นี้

    เมื่อวันที่ 16 พ.ค. สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ออกเอกสารข่าวเรื่อง "กกต.ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณาวินิจฉัยสมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสิ้นสุดลง" ระบุว่า วันนี้คณะกรรมการการเลือกตั้งได้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อขอให้พิจารณาวินิจฉัยสมาชิกภาพของ ส.ส.สิ้นสุดลง ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 มาตรา 82 วรรคสี่ กรณีความปรากฏหรือมีเหตุอันควรสงสัยต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งว่า นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ เป็นผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใด อันเป็นลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็นเหตุให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักร พ.ศ.2560 มาตรา 101 (6) ประกอบรัฐธรรมนูญ 98 (3) 
    มีรายงานว่า มติ กกต.ในการส่งให้ศาล รธน.วินิจฉัยสมาชิกภาพ ส.ส.ของนายธนาธร เป็นมติเอกฉันท์ โดยเห็นว่าจากพยานหลักฐาน บริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด เป็นบริษัทที่ระบุวัตถุประสงค์ในการยื่นจดทะเบียนต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ว่า ประกอบกิจการหนังสือพิมพ์และสื่อมวลชน อีกทั้งเมื่อพิจารณาจากงบการเงินของบริษัท พบว่ามีรายได้จากการขายนิตยสาร ให้บริการโฆษณา ซึ่งถือเป็นการประกอบธุรกิจสื่อสารมวลชน และยังคงประกอบกิจการอยู่ ไม่มีการจดทะเบียนยกเลิกบริษัทหรือเสร็จการชำระบัญชีแต่อย่างใด 
    นอกจากนี้ สำเนาบัญชีผู้ถือหุ้น หรือ บอจ.5 ที่ กกต.ได้รับจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ก็ยังปรากฏชื่อนายธนาธรเป็นผู้ถือหุ้นตั้งแต่ปี 2558 จนถึงวันที่ 21 มี.ค.62 ดังนั้นเมื่อ กกต.ประกาศเปิดสมัครรับเลือกตั้งส.ส.วันที่ 4-8 ก.พ. จึงเท่ากับว่าขณะที่นายธนาธรยื่นใบสมัครลงรับเลือกตั้ง นายธนาธรยังถือหุ้นบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัดอยู่ จึงเข้าข่ายขาดคุณสมบัติเนื่องจากเป็นบุคคลที่ห้ามใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญมาตรา 98 (3) และ พ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส. พ.ศ.2561 มาตรา 42 (3) 
    "รัฐธรรมนูญมาตรา 82 วรรคสอง ยังกำหนดว่า เมื่อศาลรัฐธรรมนูญได้รับเรื่องไว้พิจารณาแล้ว หากปรากฏเหตุอันควรสงสัยว่า ส.ส.ซึ่งถูกร้อง มีกรณีตามที่ถูกร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้ ส.ส. ซึ่งถูกร้องหยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย และเมื่อศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยแล้วให้ศาลรัฐธรรมนูญแจ้งคำวินิจฉัยนั้นไปยังประธานสภาผู้แทนราษฎร ในกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าสมาชิกภาพของ ส.ส.ผู้ถูกร้องสิ้นสุดลง ให้ถือว่าผู้นั้นพ้นจากตำแหน่งนับแต่วันที่หยุดปฏิบัติหน้าที่แต่ไม่กระทบต่อกิจการที่ผู้นั้นได้กระทำไปก่อนพ้นจากตำแหน่ง ซึ่งมีรายงานว่า กกต.ได้ยื่นคำร้องถึงสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญแล้ว" แหล่งข่าวระบุ
    ขณะที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) แถลงข่าวตอนหนึ่งถึงกรณี กกต.ยื่นคำร้องต่อศาล รธน. ขอให้พิจารณาวินิจฉัยสมาชิกภาพ ส.ส.ของตนเองสิ้นสุดลง เนื่องจากเป็นผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชน ทำให้มีความสุ่มเสี่ยงที่จะไม่ได้เข้าสภาหรือไม่ ว่าไม่มีอะไรสุ่มเสี่ยง เพราะ กกต.ยังไม่กล้าตัดสินใจเลย เรามั่นใจในเอกสารหลักฐานข้อเท็จจริงทั้งหมดว่าไม่มีผลอะไรต่อคุณสมบัติการสมัครเป็น ส.ส.  ดังนั้นเราไม่ได้คิดเรื่องนี้มาเป็นประเด็นเลย 
    "ผมมองว่านี่คือความพยายามเฮือกสุดท้ายของคสช.ที่จะสกัดกั้นพรรคอนาคตใหม่ โดยคาดหวังว่า ถ้าจัดการกับแกนนำพรรคได้แล้วจะจัดการกับพรรคได้ อย่างไรก็ตาม เรามั่นใจในพยานหลักฐานเอกสารของพวกเรา ว่าไม่มีอะไรมาเอาผิดได้" นายธนาธรกล่าว 
    ถามว่า เชื่อมั่นศาลรัฐธรรมนูญจะให้ความเป็นธรรมได้หรือไม่ หัวหน้าพรรค อนค.กล่าวว่า วันนี้ก็เชื่อมั่น และไม่รู้สึกกังวล และเรื่องนี้ก็ไม่เกี่ยวข้องกับการประกาศเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลในวันนี้
    “เรายืนยันไม่มีใครหาข้อโต้แย้งที่เป็นวิทยาศาสตร์ หรือหาหลักฐานมาล้มล้างหลักฐานที่เรามีได้ เราเชื่อมั่นในความบริสุทธิ์และจะเดินหน้าต่อไปอย่างมั่นคง" พรรค อนค.กล่าว
    วันเดียวกัน นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตผู้สมัครส.ส.พรรคไทยรักษาชาติ กล่าวว่า ในวันที่ 17 พ.ค. เวลา 10.30 น. จะเข้ายื่นคำร้องต่อ กกต.ขอให้ตรวจสอบ ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล ในฐานะผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อพรรครวมพลังประชาชาติไทย ว่าขาดคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 98 (15) หรือไม่ เนื่องจากมีชื่อเป็นกรรมการกฤษฎีกา ลำดับที่ 21 ตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องแต่งตั้งกรรมการกฤษฎีกา ฉบับลงวันที่ 24 พ.ย.58 แต่ต่อมาตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องแต่งตั้งกรรมการกฤษฎีกา ฉบับลงวันที่ 19 เม.ย.62 กลับไม่มีชื่อ ม.ร.ว. จัตุมงคลเป็นกรรมการกฤษฎีกาอีก จึงน่าสงสัยว่า ม.ร.ว.จัตุมงคลเป็นกรรมการกฤษฎีกามาโดยตลอดจนถึงวันที่สมัครเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อหรือไม่
     "หาก ม.ร.ว.จัตุมงคลมีชื่อเป็นกรรมการกฤษฎีกามาตั้งแต่ 24 พ.ย.58 จนถึงก่อนที่จะมีประกาศสำนักนายกฯ แต่งตั้งกรรมการกฤษฎีกาชุดใหม่ในวันที่ 19 เม.ย.62 ก็เท่ากับว่าในวันสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส. ม.ร.ว.จัตุมงคลอาจเข้าข่ายเป็นบุคคลผู้มีลักษณะต้องห้ามในการลงสมัครโดยเป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐตามรัฐธรรมนูญมาตรา 98 (15) ได้"  นายเรืองไกรกล่าว
     อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคไทยรักษาชาติรายนี้ระบุว่า นอกจากนี้ยื่นคำร้องดังกล่าวแล้ว ในช่วงบ่ายยังจะได้เข้าให้ถ้อยคำต่อ ร.ต.อ.มนูญ วิเชียรนิตย์ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนงานสืบสวนสอบสวน ตามหนังสือเชิญที่นายแสวง บุญมี รองเลขาธิการ กกต. ได้ส่งมาขอให้ไปให้ถ้อยคำ กรณีที่ได้ยื่นร้องของ กกต.ให้ กกต.ตรวจสอบผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อและ ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง รวม 25 ราย ว่าเข้าข่ายขาดคุณสมบัติในการลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.หรือไม่ เนื่องจากมีชื่อเป็นผู้ถือหุ้นอยู่ในธุรกิจสื่อด้วย 
    ที่ กกต. นายไพโรจน์ อิสระเสรีพงษ์ ผู้สมัคร ส.ส. เขต 17 หนองจอก กทม. พรรคเพื่อไทย (พท.) เข้ายื่นทวงถามจาก กกต. และนำพยานมาสอบเพิ่มถึงกรณียื่นคัดค้านการเลือกตั้งในเขต 17 ที่พบการกระทำผู้สมัครของพรรคการเมืองหนึ่งที่ได้มีการนำเงินจำนวน 5,000 บาท พร้อมเสื้อพรรคการเมืองนั้น จำนวน 2 ตัว มามอบให้นางวราภรณ์ ขันทิพย์ ประธานชุมชนก้าวใหม่พัฒนาบึงปรง ซึ่งน่าจะเข้าข่ายความผิดในข้อกฎหมายอย่างร้ายแรง แต่นางวราภรณ์ไม่ได้รับและก็ได้ไปแจ้งความที่ สน.หนองจอกไว้
    นายไพโรจน์กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ได้ยื่นหนังสือในเรื่องดังกล่าวเมื่อวันที่ 10 เม.ย.62 และได้รับหนังสือตอบกลับจาก กกต.เมื่อวันที่ 29 เม.ย.62 ว่าเรื่องดังกล่าวอยู่ระหว่างการพิจารณา และขอเชิญให้ตนมาให้ข้อมูลเพิ่มเติม แต่สิ่งที่ตนสังเกตถึงการทำหน้าที่ของพนักงานสอบสวนของ กกต.นั้น คือกรณีนี้มีทั้งพยาน และบันทึกประจำวันของ สน.หนองจอก และมีคลิปเสียงการพูดจาข่มขู่นางวราภรณ์ กกต.น่าจะสอบสวนโดยเร่งด่วน แต่กลับไม่ดำเนินการโดยฉับพลัน แต่ไปรับรองผลการเลือกตั้งในวันที่ 7 พ.ค. ซึ่งต่างจากกรณีผู้สมัคร ส.ส.เพื่อไทยที่ จ.เชียงใหม่ ที่นำเงินไปทำบุญถวายพระสงฆ์ 2,000 บาท แต่กลับได้รับใบส้มอย่างรวดเร็ว.
 


"พรรคประชาธิปัตย์" ปีนี้ อายุ ๗๓ ปีเต็ม ย่างเข้า ๗๔ ถ้าเป็นคน ก็ต้องบอกว่าเป็น "รุ่นแรก" ในถนน "ประชาชนเป็นใหญ่ ประชาธิปไตยสุจริต"

ปัญหาพรรคหรือปัญหาประเทศ?
'พระอุปคุต' ผู้ขจัดมารประเทศ
ระบอบทักษิณแพ้อีกยก
เหตุที่ไม่มีรัฐบาลเพื่อไทย
ประชาธิปัตย์ในวันพรุ่งนี้
ต้นแบบ 'วุฒิสภา' มาจากไหน?