ฉีกสัตยาบัน7พรรค ธนาธรขอเป็นนายก


   

 เลขาธิการสภาฯ คาดใช้วิธีการลงคะแนนลับเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร “สนธิรัตน์”  ปัดยังไม่ถึงขั้นแจกโควตารัฐมนตรี ให้เกียรติแต่ละพรรคกำหนดแนวทางก่อน สะพัด! ยื่นเก้าอี้ประธานสภาฯ ให้ “บัญญัติ” แต่ยังผวากลัวไม่ดูแล “ครม.ลุงตู่”   ก๊วน พปชร.ออกลายแย่งชามข้าว 13 ส.ส.กลุ่มใต้ล่าชื่อยื่นขอตำแหน่งรัฐมนตรี เพื่อไทยถอดใจทั้งเป็นแกนนำรัฐบาลและเก้าอี้ผู้นำฝ่ายนิติบัญญัติ อึ้ง! ธนาธรฉีกสัตยาบัน 7 พรรค ประกาศชูธงขอเป็นนายกฯ และแกนนำจัดตั้งรัฐบาล โอ่มั่นใจสร้างความหวังให้กับสังคมไทย!     

เมื่อพฤหัสบดีที่ 16 พ.ค. สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้เปิดรับการรับรายงานตัวสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ชุดที่ 25 เป็นวันที่ 9 และในเวลา 13.00 น. สำนักงานเลขาธิการสภาได้ปิดการรับรายงานตัว ส.ส. หลังจากมีผู้มารายงานตัวทั้งหมด 497 คน จากจำนวนที่ กกต.ประกาศรับรอง 498 คน ขาดเพียง 1 คน คือ น.ส.จุมพิตา จันทรขจร ส.ส.นครปฐม พรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ที่อยู่ระหว่างรักษาตัวที่โรงพยาบาล ไม่สามารถมารายงานตัวในช่วงนี้ได้ โดยสำนักงานเลขาธิการสภาฯ จะให้เจ้าหน้าที่นำเอกสารต่างๆ ไปให้ น.ส.จุมพิตาเซ็นรับรองที่ รพ.ต่อไป 
นายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงความชัดเจนเรื่องรัฐพิธีเปิดประชุมรัฐสภาว่า ยังไม่ได้รับหนังสือแจ้งจากสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) ถึงกำหนดวันทำรัฐพิธีเปิดประชุมรัฐสภานัดแรก จึงยังไม่ทราบว่าเป็นวันที่ 24 พ.ค. ตามที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีระบุจริงหรือไม่ แต่ในหลักที่เคยปฏิบัติมา หากมีรัฐพิธีเปิดประชุมรัฐสภาเมื่อใด ในวันรุ่งขึ้นจะเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อเลือกประธานและรองประธานสภาฯ หากมีรัฐพิธีในวันที่ 24 พ.ค.จริง ในวันที่ 25 พ.ค. จะเปิดประชุมสภาเพื่อเลือกประธานและรองประธานสภาฯ อีก 2 คน ซึ่งได้เรียนเชิญนายชัย ชิดชอบ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ในฐานะ ส.ส.ที่มีอาวุโสสูงสุดให้ทำหน้าที่ประธานชั่วคราวไว้แล้วในการเปิดประชุมเลือกประธานสภาฯ ซึ่งนายชัยได้รับปากบอกพร้อมทำหน้าที่ โดยจะใช้หอประชุมทีโอที ถ.แจ้งวัฒนะ เป็นสถานที่ประชุมเลือกประธานสภาฯ ในช่วงบ่าย ส่วนในช่วงเช้าจะเป็นการเปิดประชุมวุฒิสภาเพื่อเลือกประธานและรองประธานวุฒิสภาภายในวันเดียวกัน
    “การลงคะแนนเลือกประธานสภาฯ จะยึดข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรปี 2551 เป็นแนวทาง หากมีการเสนอชื่อเพียงคนเดียวจะได้เป็นประธานสภาฯ เลย แต่ถ้าเสนอชื่อมากกว่า 1 คน จะใช้วิธีลงคะแนนลับ ขานชื่อ ส.ส.ทีละคนให้มาเขียนชื่อบุคคลที่เป็นประธานสภาฯ ลงไป แล้วนับคะแนน เมื่อเสร็จจากการเลือกประธานสภาฯ แล้ว จะลงคะแนนเลือกรองประธานสภาฯ คนที่ 1 และคนที่ 2 ตามลำดับไป คาดว่าคงจะใช้เวลานานพอสมควร เพราะการลงคะแนนใช้การขานชื่อให้มาลงคะแนนทีละคน”นายสรศักดิ์กล่าว
         สำหรับความคืบหน้าการจัดตั้งรัฐบาลนั้น นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค พปชร. กล่าวถึงกระแสข่าวแบ่งโควตารัฐมนตรีให้พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และพรรค ภท.พรรคละ 7 เก้าอี้ ว่ายังไม่ถึงขั้นตอนนั้น ยังไม่ได้จัดตั้งรัฐบาลอย่างที่เป็นข่าว เวลานี้คือขั้นตอนแสดงความยินดีกับพรรค ปชป.ที่ได้เลือกนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ เป็นหัวหน้าพรรค และกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ เราเคารพการทำงานของพรรคอื่นที่จะมาร่วมกันจัดตั้งรัฐบาล ในส่วนของพรรค ปชป. มีขั้นตอนภายในของเขา เราต้องรอให้เขามีมติออกมาก่อน ทุกอย่างยังอยู่ในขั้นตอนการรอ
“ยังไม่มีเรื่อง 7 ตำแหน่งรัฐมนตรี และยังไม่ได้ประสานงานอย่างเป็นทางการ เวลานี้ยังทำอะไรไม่ได้ หลังจากที่พรรคเขามีมติจึงจะเป็นจุดเริ่ม” นายสนธิรัตน์กล่าว
         เมื่อถามว่า หากสมาชิก ปชป.ไม่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ จะตะขิดตะขวงใจหรือไม่ นายสนธิรัตน์ตอบว่า ส่วนหากพรรค ปชป.และ ภท.ไม่ตัดสินใจมาร่วมรัฐบาลนั้น อย่าเพิ่งคาดเดากันไป วันนี้คุยกันแบบนี้ แต่เมื่อได้คำตอบจากทั้งสองพรรคค่อยมาว่ากัน
ถามอีกว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค ภท. ระบุว่ายังไม่มีใครไปเชิญอย่างเป็นทางการ นายสนธิรัตน์ระบุว่า เราก็รอพรรค ภท.เช่นกัน เพราะทุกพรรคมีกระบวนการขั้นตอนของตัวเอง พปชร.ให้เกียรติทุกพรรค และพร้อมประสานกับทุกพรรคเมื่อขั้นตอนภายในของเขาเสร็จเรียบร้อยแล้ว ส่วนกระแสขั้วที่ 3 นั้น อย่าเพิ่งไปประมาณอะไรต่างๆ เรายังไม่สามารถไปตอบอะไรได้อย่างนั้น ย้ำว่าทุกอย่างต้องเป็นไปตามขั้นตอนที่ควรจะเป็น ยอมรับว่าพรรคในฐานะที่อาสาเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลตั้งใจพูดคุยกับทุกพรรคที่สามารถร่วมงานกันได้ มีแนวคิดและความตั้งใจไปด้วยกัน เพื่อร่วมกันทำงานให้กับประเทศ พร้อมชวนทุกพรรค
      เมื่อถามว่า หนักใจหรือไม่ที่มีเสียงวิจารณ์ว่าหาก ปชป.และ ภท.มาร่วมรัฐบาล เหมือนการสานต่อเผด็จการ นายสนธิรัตน์ตอบว่า เวลานี้มีข่าวต่างๆ ค่อนข้างมาก ซึ่งการโจมตีกันไม่ได้เกิดประโยชน์ต่อประเทศ ถ้าพูดถึงคำว่าเผด็จการ เรื่องนี้จบไปตั้งแต่การเลือกตั้งแล้ว การเลือกตั้งคือการคืนอำนาจและคืนประชาธิปไตยสู่พี่น้องประชาชน จึงไม่อยากเห็นการใช้วาทกรรมมาเป็นจุดสร้างความแตกแยกหรือความขัดแย้งในบ้านเมืองต่อไป วันนี้ต้องเดินไปตามครรลองประชาธิปไตย ใครที่รวบรวมเสียงข้างมากได้ก็จัดตั้งรัฐบาล
“จะพยายามทำให้ได้ ไม่ต้องห่วง” นายสนธิรัตน์กล่าวตอบเรื่องความมั่นใจในการจัดตั้งรัฐบาล
    ถามถึงตำแหน่งประธานสภาฯ พรรคจะเก็บไว้เองหรือยกให้พรรคการเมืองอื่น นายสนธิรัตน์กล่าวว่า รอมติพรรคร่วมออกมาก่อนแล้วค่อยว่ากัน
จ่อประเคนประธานสภาฯ
รายงานข่าวจากพรรค พปชร.แจ้งถึงความคืบหน้าในการเลือกผู้มาดำรงตำแหน่งประธานสภาฯ ว่ายังไม่ได้ข้อยุติ แม้ก่อนหน้านี้ปรากฏรายชื่อนายสุชาติ ตันเจริญ ส.ส.ฉะเชิงเทรา และนายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ เป็นแคนดิเดต แม้นายสุชาติมีหาเสียงสนับสนุนจาก ส.ส.ในพรรคทั่วประเทศ รวมถึงพรรค ภท. แต่ไม่ได้รับการสนับสนุนจาก ส.ส.ภาคเหนือของพรรคที่สนับสนุนนายวิรัชมากกว่า แต่นายวิรัชอาจติดปัญหาเรื่องภาพลักษณ์คดีทุจริตสร้างสนามฟุตซอลที่ถูกแจ้งข้อกล่าวหา และล่าสุดอนุกรรมการไต่สวนฯ ได้สรุปสำนวนเสร็จสิ้นแล้ว เตรียมจะเสนอเข้าที่ประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชุดใหญ่เพื่อวินิจฉัย  จึงอาจถูกลดให้ไปเป็นประธานวิปรัฐบาล และให้ลูกชายของนายวิรัชเป็นรัฐมนตรีอีก 1 ตำแหน่งทดแทน
มีรายงานอีกว่า ในส่วนของพรรค ปชป.ที่เพิ่งได้หัวหน้าพรรคและ กก.บห.ใหม่ ทำให้ พปชร.อาจยื่นข้อเสนอตำแหน่งประธานสภาฯ ให้ ซึ่งมีชื่อของนายบัญญัติ บรรทัดฐาน ที่มีความเหมาะสม เพราะมีความอาวุโสภายในพรรค และสามารถควบคุมเกมภายในสภาได้ แต่ ส.ส.บางกลุ่มของพรรคยังกังวลว่าข้อเสนอสุ่มเสี่ยงเกินไป เพราะอาจทำให้ พปชร.เสียเปรียบในรัฐสภาที่พรรค ปชป.อาจไม่ปกป้อง พล.อ.ประยุทธ์และบุคคลในคณะรัฐมนตรี ไม่เต็มที่เท่ากับคนของพรรคเป็นเอง 
ยังมีรายงานแจ้งอีกว่า กลุ่มการเมืองต่างๆ ในพรรค พปชร.ยังคงเคลื่อนไหวต่อรองตำแหน่งรัฐมนตรีกันอย่างต่อเนื่อง โดยกลุ่มภาคใต้หรือกลุ่ม 13 ส.ส.ภาคใต้ที่เรียกตัวเองว่ากลุ่มด้ามขวานไทย ซึ่งมี พ.อ.สุชาติ จันทรโชติกุล หัวหน้าทีมเป็นแกนนำ โดยในระหว่างงานสัมมนา ส.ส.พรรคเมื่อช่วงวันที่ 14-15 พ.ค. กลุ่มด้ามขวานไทยที่นายทวี สุระบาล ผู้สมัคร ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ พปชร. หนึ่งในแกนนำกลุ่มด้ามขวานไทยได้เรียกประชุม ส.ส.ภาคใต้ทั้งหมดหลังงานเลี้ยงพรรคในช่วงค่ำ จากนั้นได้ทำจดหมายเพื่อล่ารายชื่อ ส.ส.เขตทั้ง 13 คน เพื่อเสนอผู้บริหารพรรคให้จัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรีให้กลุ่มอย่างน้อย 2 ตำแหน่ง คือ รัฐมนตรีว่าการ 1 กระทรวง และรัฐมนตรีช่วยว่าการอีก 1 กระทรวง โดยล่ารายชื่อกันจนถึงเกือบตีหนึ่ง โดยให้เหตุผลว่า หากไม่มีคนของกลุ่มได้เป็นรัฐมนตรีอย่างน้อย 2 คนจะเสียเปรียบทางการเมืองมาก โดยเฉพาะกับพรรคคู่แข่งทั้ง ปชป.และ ภท.ในพื้นที่ภาคใต้
นายทวียอมรับว่า ได้เป็นตัวแทนพูดคุยเรื่องโควตารัฐมนตรีกับนายสนธิรัตน์ โดยได้แจ้งว่า ส.ส.เขตทั้งหมดได้หารือและร่วมลงชื่อกันว่าต้องการให้พรรคจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรีให้กลุ่มอย่างน้อย 2 เก้าอี้ คือ รมว.และ รมช. กระทรวงใดก็ได้ เพราะกลุ่มต้องการให้มีรัฐมนตรีเข้าไปเป็นตัวแทน ส.ส.ภาคใต้ เนื่องจากพื้นที่ภาคใต้ได้ต่อสู้ทางการเมืองกันมาจนได้ ส.ส.เขตมากถึง 13 คน ชนิดหลายคนในพรรคคาดไม่ถึง
"นายสนธิรัตน์บอกกับผมว่า ขอให้ไปแจ้งกับคนในกลุ่มว่ารับปากว่าการตั้งรัฐบาลจะมีคนของกลุ่มได้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงใดกระทรวงหนึ่ง 1 คนแน่นอน แต่จะเป็นกระทรวงใด ต้องรอให้การจัดตั้งรัฐบาลสำเร็จก่อน ส่วน รมช.ขอให้พรรคพิจารณาก่อน  เมื่อเป็นแบบนี้ กลุ่มก็จะยุติการเคลื่อนไหวไว้ก่อน เพราะถือว่าผู้ใหญ่รับปากแล้วทางกลุ่มก็พอใจ" นายทวีระบุ
 มีรายงานว่า รัฐมนตรีที่จะเป็นตัวแทนกลุ่มภาคใต้ได้หารือร่วมกันแล้ว เห็นว่าจะผลักดัน พ.อ.สุชาติเป็นรัฐมนตรีว่าการ หรืออย่างน้อยก็เป็น รมช.มหาดไทย คุมศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) โดยข่าวอีกกระแสพบว่าตำแหน่ง รมช.มหาดไทย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา หัวหน้ากลุ่มภาคเหนือตอนบนก็สนใจเช่นกัน ขณะที่ รมช.ยังมีความเห็นต่างกันอยู่ เพราะกลุ่ม ส.ส.ภาคใต้ต้องการเสนอชื่อคนของกลุ่มไปเป็น แต่ ส.ส.ตรัง นครศรีธรรมราชและสงขลาต้องการผลักดันนายทวี เป็น รมช.เกษตรฯ
ชวนเดือดข่าวต่อสายบิ๊กป้อม
ส่วนกรณีกระแสข่าวนายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรค ปชป. ได้มีการต่อสายพูดคุยกับกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม ว่า ปชป.จะไปร่วมรัฐบาล พปชร. 100% แต่ขออย่ามาแทรกแซงภายในการเลือกหัวหน้าพรรคนั้น นายชวนกล่าวเพียงสั้นๆ ว่า ไม่เคยๆ  
มีรายงานข่าวจาก ปชป.แจ้งว่า กระแสข่าวที่เกิดขึ้น ทำให้นายชวนไม่พอใจอย่างมาก และอาจดำเนินการฟ้องร้องกับสื่อที่นำไปรายงานเผยแพร่ เพราะพาดพิงทำให้เสียหาย
ขณะที่นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ว่าที่หัวหน้าพรรค ปชป. สักการะพระแม่ธรณีบีบมวยผม เพื่อความเป็นสิริมงคลก่อนเข้าทำงาน โดยกล่าวถึงการตัดสินใจทางการเมืองว่าพรรคจะร่วมหรือไม่ร่วมรัฐบาล พปชร. ว่าตอนนี้ต้องบริหารจัดการภายในองค์กร โดยจัดตั้งคณะทำงานขึ้นมา 2 ด้าน มุ่งเน้นทางการบริหารจัดการของพรรค และการบริหารจัดการงานทางการเมืองควบคู่กันไป ส่วนการตัดสินใจทางการเมือง ทั้งการเสนอชื่อประธานสภาฯ และการลงมติเลือกนายกฯ ขึ้นอยู่กับมติของที่ประชุมร่วมระหว่าง กก.บห. และ ส.ส.ปัจจุบัน 
เมื่อถามว่า ปัจจัยตัดสินใจร่วมหรือไม่ร่วมรัฐบาลจะเกี่ยวเนื่องกับคำประกาศของอดีตหัวหน้าพรรคด้วยหรือไม่ นายจุรินทร์ตอบว่า ทุกอย่างต้องพิจารณาเกี่ยวข้องกัน ส่วนกรณีมีกระแสข่าวว่าพรรค พปชร.เตรียมตำแหน่งรัฐมนตรีไว้ถึง 7 เก้าอี้นั้น ยังไม่ทราบ รวมทั้งกรณีกระแสข่าวว่านายชวนได้ตกลงกับ พล.อ.ประวิตรเรื่องการชิงหัวหน้าพรรคนั้น ต้องไปถามนายชวน แต่การเลือกหัวหน้าพรรคเที่ยวนี้ มีการพูดกันชัดเจนแล้วว่าให้แยกกันระหว่างการตัดสินใจทางการเมืองกับการเลือกหัวหน้าพรรค
ส่วนนายอนุทิน พร้อมด้วยแกนนำและ ส.ส.ภูมิใจไทยที่เดินทางมารายงานตัวการเป็น ส.ส.นั้น ได้ให้สัมภาษณ์ถึงความชัดเจนของพรรคภูมิใจไทยในการเข้าร่วมรัฐบาลว่า เชื่อว่าทุกพรรคคงรอให้เกิดความพร้อมจากทุกฝ่ายก่อน ต้องดูตัวเลขประกอบ เพราะทุกคนมีความสำคัญหมด ไม่ว่าจะ 1 หรือ 2 เสียง แต่ขณะนี้ยังไม่มีการติดต่อจากฝ่ายใดมายังพรรคภูมิใจไทย ซึ่งในวันที่ 20 พ.ค. จะประชุม ส.ส.เพื่อขอฉันทานุมัติจาก ส.ส.ที่ไปรับฟังความเห็นจากประชาชนมา คาดว่าจะมีความชัดเจนถึงการให้หัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรคตัดสินใจทางการเมือง  
“พรรคยังไม่ได้คุยกับพรรคใดเลย พรรคภูมิใจไทยได้ ส.ส.เป็นลำดับ 5 จะไปเริ่มเจรจาไปตัวตั้งตัวตีจัดตั้งรัฐบาลคงไม่ได้ ยืนยันทุกวันนี้ยังไม่มีการติดต่อทางการจากใครเลย เรื่องนี้ต้องคุยกันอย่างเปิดเผย แต่ตอนนี้โทรศัพท์ยังไม่ดังเลย” นายอนุทินกล่าว  
        นายอนุทินยอมรับว่า ขณะนี้พรรคกดดันมาก เพราะมีการแบ่งฝ่าย เรียกว่าฝ่ายประชาธิปไตยและฝ่ายสนับสนุนเผด็จการ ทั้งที่เมื่อผ่านการลงคะแนนเลือกตั้งแล้ว ไม่ควรแบ่งฝ่ายเรื่องระบอบ ใครจะไปอยู่ฝ่ายใดเป็นเรื่องที่พูดกันได้ แต่ถ้าไปแยกกันคนละระบอบ คือการสร้างความกดดัน ดังนั้นการจะตัดสินใจอะไรจึงต้องหารือ ส.ส.ทั้ง 51 คนให้รอบคอบ ซึ่งการที่พรรคจะไปร่วมงานกับใคร ต้องมีแนวทางตรงกัน คือเรื่องสถาบัน การไม่สร้างความขัดแย้งและการสร้างความสุขให้ประชาชน  
ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรค ภท.ต้องมีเงื่อนไขเรื่องการได้คุมกระทรวงคมนาคมหรือไม่ จึงจะไปร่วมรัฐบาลกับพรรค พปชร. นายอนุทินตอบว่า ยังไม่ได้พูดคุยไปไกลขนาดนั้น ไม่รู้ใครไปจัดสรรเก้าอี้ ครม. ยังไม่มีการคุยเรื่องตำแหน่งใดๆ และไม่เคยคุยกับแกนนำ พปชร. ส่วนข้อเสนอของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ที่เสนอตำแหน่งนายกฯ และให้ดูแลกระทรวงคมนาคม ถ้ามาร่วมรัฐบาลกับฝั่งเพื่อไทยนั้น เราเป็นพรรคลำดับที่ 5 ต้องรู้ตัวเอง
      “การฟอร์มทีมขั้วที่ 3 เพื่อชิงการจัดตั้งรัฐบาลนั้น ตามมารยาท ต้องให้พรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาลก่อน ถ้าจัดไม่ได้ จึงค่อยมีกรรมวิธีที่เหมาะสมต่อไป แต่ตอนนี้ยังไม่ถึงขั้นตอนนั้น และไม่อยากให้ถึง เพราะไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นได้” นายอนุทินกล่าว
ส่วนที่พรรคเพื่อไทย (พท.) ได้เรียกประชุม ส.ส.และอดีต ส.ส.ทั่วประเทศ โดยก่อนประชุมคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกระแสข่าวพรรคจะยกเก้าอี้นายกฯ ให้พรรค ปชป.และ ภท.หากมาร่วมงาน โดยขอเพียงเก้าอี้ประธานสภาฯ ว่ายังไม่ได้คุยอะไรกันเลย ส่วนการเสนอชื่อประธานสภาฯ ของพรรค ได้เตรียมพร้อมไว้ในระดับหนึ่ง แต่ยังคงต้องหารือกันเพิ่มอีกนิด
นายเสนาะ เทียนทอง ประธานที่ปรึกษาพรรค พท. กล่าวถึงการจัดตั้งรัฐบาลว่า เราเป็นเสียงข้างมากก็ต้องสู้ไปตามเกม ส่วนการให้ขั้วที่ 3 เป็นนายกฯ นั้นรับได้ทั้งนายอนุทิน ชาญวีรกูล และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ 
เมื่อถามว่า ได้คุยกับนายอนุทินบ้างหรือไม่ นายเสนาะตอบว่า ยังไม่ได้คุย แต่นายอนุทินโอเค และเชื่อว่าพรรคจะโอเค ซึ่งเรื่องนี้คงต้องใจเย็นๆ
“เพื่อไทย”หมดสภาพ
นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ โฆษกพรรค พท. กล่าวถึงกระแสข่าวลือว่านายอนุทินเป็นนายกฯ และมีการแบ่งเค้กตำแหน่งต่างๆ ให้แกนนำพรรคเพื่อไทย และแบ่งเก้าอี้ประธานสภาฯ ให้ ปชป.ว่า น่าจะเป็นการปล่อยข่าวในลักษณะไอโอ เพื่อสร้างแรงกดดันทางการเมือง เพื่อใช้เป็นเครื่องมือต่อรองในเรื่องการตั้งรัฐบาล
    รายงานข่าวจากพรรค พท.แจ้งว่า หลังจากประชุมกลุ่ม ส.ส.แต่ละภาคได้แยกจับกลุ่มวิเคราะห์สถานการณ์การเมือง โดยเฉพาะเก้าอี้ประธานสภาฯ  ซึ่งที่ผ่านมาแกนนำพรรค พท.และ ปชป.ได้หารือเป็นระยะๆ ต่างเห็นตรงกันต้องมีบุคคลในฝ่ายประชาธิปไตยเป็นคนคุมเกมสภา ซึ่ง พท.มองว่านายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่เหมาะสม แต่พรรค ปชป.ได้เสนอชื่อนายบัญญัติ ซึ่งพรรค พท.ก็เห็นด้วยและยอมถอยให้ แต่ขอรองประธานสภาฯ คนที่หนึ่งแทน ในขณะที่ประธานสภาฯ คนที่สองก็ให้เป็นตัวแทนของพรรคการเมืองในซีกพรรคฝ่ายประชาธิปไตยด้วย
    “ตอนนี้แกนนำระดับสูงของพรรคยังรอดูท่าทีพรรค ปชป.ในการส่งชื่อประธานสภาฯ มา หากเป็นนายบัญญัติ หรือบุคคลอื่นที่อาวุโส แม่นในข้อบังคับ กฎระเบียบการประชุมสภา ก็จะส่งสัญญาณให้สมาชิกรับทราบทันที ด้วยเหตุนี้ทำให้การประชุม ส.ส.ของพรรคเพื่อไทยเมื่อวันที่ 16 พ.ค.จึงยังไม่มีการเปิดชื่อบุคคลที่จะเป็นประธานสภาฯ ในนามพรรคออกมา เพราะถือว่ายังมีเวลาพิจารณาได้ถึงวันที่ 24-25 พ.ค. ซึ่งขั้นตอนการโหวตเลือกประธานสภาฯ นั้น ทำโดยลับ นาทีนี้จึงเป็นไปได้สูงที่เก้าอี้ประธานสภาฯ จะได้เห็นความร่วมมือกันของทั้ง พท.และ ปชป.” รายงานข่าวระบุ  
    รายงานข่าวเผยอีกว่า ในส่วนของการจัดตั้งรัฐบาล ต้องยอมรับความจริงในวันนี้ทั้งพรรค พท.และพรรคการเมืองที่ลงนามสัตยายัน เสียง ส.ส.รวมกันไม่ได้เป็นเสียงข้างมาก และยิ่งรวมเสียงให้ถึง 376 เสียง เพื่อโหวตให้ชนะ ส.ว. 250 คนอีก ยิ่งเป็นเรื่องยาก เพราะเชื่อว่าท้ายที่สุดแล้วทั้งพรรค ภท.และ ปชป.คงไปร่วมกับฝั่ง พปชร.ค่อนข้างแน่    
    วันเดียวกัน ที่พรรคอนาคตใหม่ (อนค.) นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค อนค. ได้แถลงถึงจุดยืนทางการเมือง ว่าก่อนการเลือกตั้ง เราได้เห็นว่าสังคมไทยกระตือรือร้น เห็นการเปลี่ยนแปลง และให้ความหวังว่าการเลือกตั้งจะเป็นทางออกของสังคมกลับสู่ความเป็นประชาธิปไตย แต่สิ่งที่เกิดขึ้น หลังการเลือกตั้งทำให้ประชาชนทั่วประเทศสงสัยถึงความชัดเจน ทำให้ความหวังลดน้อยถอยลง ประชาชนรู้สึกว่ามีเลือกตั้งหรือไม่มีก็เหมือนเดิม ประชาชนหลายฝ่ายหมดหวังไปแล้ว และปักใจเชื่อแล้วว่าพรรค พปชร.จะเป็นรัฐบาล และ พล.อ.ประยุทธ์จะกลับมาเป็นนายกฯ ซึ่งพรรคไม่สามารถปล่อยให้สังคมสิ้นหวังแบบนี้ต่อไปได้ พวกเราขอยืนยันเจตนารมณ์ตั้งแต่การก่อตั้งพรรคถึงภารกิจอันดับ 1 คือการหยุดยั้งการสืบทอดอำนาจของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และจะแสดงให้เห็นว่าจะสู้ถึงที่สุด 
“อีกไม่กี่วันจะมีรัฐพิธีในวันที่ 24 พ.ค. และเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 25 พ.ค. แต่สังคมยังคลุมเครือ ด้วยการนี้เพื่อหยุดยั้งความคลุมเครือ พรรคอนาคตใหม่ขอประกาศตัวเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล เราเชื่อว่ามีแต่พรรคเท่านั้นที่จะดึงความสามัคคีร่วมกันได้ และดึงพรรคการเมืองต่างๆ ที่ขัดแย้งมาทำงานร่วมกัน เพื่อเป้าหมายเดียวกันคือส่งทหารกลับกรมกอง แก้รัฐธรรมนูญเพื่อให้มีการเลือกตั้งใหม่ที่เป็นประชาธิปไตย ดังนั้น เพื่อขจัดความสิ้นหวัง เราจะจัดตั้งรัฐบาลเอง ถ้าหากพรรคสามารถรวบรวมเสียงจนจัดตั้งรัฐบาลได้ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ พร้อมเป็นนายกรัฐมนตรี เพื่อหยุดยั้งการสืบทอดอำนาจของ คสช.” หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ระบุ
“ตี๋ส้มหวาน”มั่นใจเป็นนายกฯ
เมื่อถามว่า ก่อนหน้านี้เคยประกาศว่าถ้าไม่ใช่พรรคอันดับหนึ่ง จะไม่ขอเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล นายธนาธรกล่าวว่า พรรคอันดับหนึ่งประกาศชัดเจนว่าใครจะเป็นนายกฯ ก็ได้ ในเมื่อพรรคอันดับหนึ่งเปิดทางก็ขออาสา แต่เมื่อถามว่าพรรค พท.ไม่ได้บอกให้พรรค อนค.เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล นายธนาธรกล่าวว่า ใครเป็นนายกฯ ก็ต้องเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล
    ถามอีกว่า มีการทาบทามพรรคการเมืองอื่นแล้วหรือไม่ นายธนาธรกล่าวว่า มีการพูดคุยกับพรรคการเมืองอื่นเป็นเรื่องปกติ โดยหลังจากนี้จะเดินทางไปขอพบนายอนุทิน, นายจุรินทร์, น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา และนายวราวุธ ศิลปอาชา แกนนำพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) เพื่อบอกทุกคนว่าถึงเวลาแล้วที่พรรคการเมืองจะมาทำงานร่วมกัน เพื่อหยุดยั้งการสืบทอดอำนาจของ คสช. โดยการพูดคุยจะเริ่มต้นทันที และมั่นใจว่าจะทันวันที่ 20 พ.ค. ซึ่งเป็นวันที่พรรค ภท.จะประกาศท่าที โดยอย่างช้าทุกอย่างต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 23 พ.ค. ก่อนเปิดรัฐพิธีเปิดประชุมรัฐสภาในวันที่ 24 พ.ค.
     “ที่ผ่านมาเราเฝ้าดูสถานการณ์และติดต่อพรรคการเมืองอื่นอยู่เรื่อยๆ แต่เราเห็นว่าเวลามันงวดเข้ามาแล้ว ถ้าไม่ทำอะไรอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด โอกาสที่ พล.อ.ประยุทธ์จะกลับมาเป็นนายกฯ ก็มีสูง ดังนั้นต้องตัดสินใจทำแบบนี้ เพราะสัญญากับประชาชนไว้แล้วว่าจะหยุดยั้งการสืบทอดอำนาจให้ได้ ถ้านั่งอยู่เฉยๆ คสช.ก็สืบทอดอำนาจได้ ดังนั้นเราต้องทำให้ถึงที่สุดและดีที่สุด” นายธนาธรกล่าว
      เมื่อถามว่า การประกาศเช่นนี้ได้พูดคุยกับพรรคเพื่อไทยมาก่อนหรือไม่ นายธนาธรกล่าวว่า ลองไปถามพรรคเพื่อไทยดู ตอบแทนไม่ได้ แต่ในเมื่อภารกิจเลือกตั้งครั้งนี้ชัดเจน พรรคเพื่อไทยก็น่าจะสนับสนุนพวกเรา  
    ถามอีกว่า เชื่อหรือไม่ว่าทางออกนี้จะประสบความสำเร็จ นายธนาธรกล่าวว่า ถ้าไม่เชื่อก็ไม่ลุกขึ้นมาประกาศ มั่นใจมาก ต้องทำให้ได้ และการทำเช่นนี้ ไม่ใช่การทำเพื่อพรรค เพื่อเก้าอี้นายกฯ เพื่อเก้าอี้รัฐมนตรีใดๆ แต่เพื่อให้สังคมเดินหน้า เอาความหวังของประชาชนกลับมา และบอกประชาชนว่านี่ไม่ใช่เวลาสิ้นหวัง แต่เป็นเวลาที่ต้องตื่นตัวทางการเมืองเรียกร้องสิ่งที่ถูกต้องอย่างตรงไปตรงมา 
    ทั้งนี้ เฟซบุ๊กนายธนาธรได้โพสต์ถึงการไปเสวนาที่สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศประจำประเทศไทย (FCCT) เกี่ยวกับที่มาและอนาคตของพรรคอนาคตใหม่ พร้อมแนบลิงก์การเสวนาดังกล่าว h ttps://youtu.be/nZmlFs1YzRY โดยนายธนาธรกล่าวตอนหนึ่งระบุว่า ภายหลัง 2-3 สัปดาห์หลังการเลือกตั้ง สมาชิกระดับอาวุโสของพรรค พปชร.โทรศัพท์มาบอกกับนางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ แม่ของตนเอง โดยขอ ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ 20 ที่นั่งเพื่อแลกกับการล้มคดีด้านความมั่นคงของตนเอง และนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคด้วย.