'เพื่อไทย'จินตนาการจับมือ'ประชาธิปัตย์'ซิวเก้าอี้ประธานรัฐสภา


   

17 พ.ค.62-รายงานข่าวจากพรรคเพื่อไทยเปิดเผยว่า หลังจากประชุมส.ส.และอดีตส.ส.พรรค กลุ่มส.ส.แต่ละภาคได้แยกจับกลุ่มวิเคราะห์สถานการณ์การเมือง กลุ่มส.ส.อีสาน บางส่วนได้จับกลุ่มวิเคราะห์ถึงทิศทางทางการเมืองในอนาคต โดยเฉพาะเรื่อง เกมสภาฯ ที่จะต้องมีประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นผู้ควบคุมทิศทางในการกำหนดวาระสำคัญทางกฎหมายและเรื่องต่างๆทางนิติบัญญัติ ที่ผ่านมาแกนนำพรรคเพื่อไทย ประชาธิปัตย์ ได้หารือเป็นระยะๆ ต่างเห็นตรงกัน ที่จะต้องมีบุคคลในฝ่ายประชาธิปไตย เป็นคนคุมเกมสภาฯ ในส่วนของพรรคเพื่อไทย เวลานี้บุคคลที่มีความเหมาะสมคือ นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่  ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ ได้เปิดออกมาหลายชื่อ หนึ่งในนั้นคือ นายบัญญัติ บรรทัดฐาน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งในส่วนของพรรคเพื่อไทย หากหวังจะได้แนวร่วมในการดันประธานสภาฯให้เป็นฝ่ายประชาธิปไตย ได้ส่งสัญญาณไปให้ พรรคประชาธิปัตย์ จะยอมถอยไม่เอาตำแหน่งประธานสภาฯ แต่ขอ รองประธานสภาฯคนที่หนึ่งแทน ส่วนประธานสภาฯคนที่สอง ให้เป็นตัวแทนของพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งในซีกพรรคฝ่ายประชาธิปไตย

รายงานข่าวเผยอีกว่า ตอนนี้แกนนำระดับสูงของพรรค ยังรอดูท่าทีพรรคประชาธิปัตย์ ในการส่งชื่อประธานสภาฯมา หากเป็นนายบัญญัติ หรือบุคคลอื่นที่มีความอาวุโส แม่นในข้อบังคับ กฎระเบียบการประชุมสภาฯ ก็จะส่งสัญญาณให้สมาชิกรับทราบทันที ด้วยเหตุนี้ทำให้การประชุมส.ส.ของพรรคเพื่อไทย เมื่อวันที่ 16พ.ค.จึงยังไม่มีการเปิดชื่อบุคคลที่จะเป็นประธานสภาฯในนามพรรคออกมา เพราะถือว่ายังมีเวลา พิจารณาได้ถึงวันที่24-25พ.ค.    

“ตำแหน่งประธานสภาฯและรองฯ อย่างที่ทราบกันดี มีความสำคัญมาก แม้นายกฯจะไม่ใช่คนจากฝ่ายเรา แต่อย่างน้อยถ้าได้ ประธานสภาฯมา ถือเป็นการคานกันในอำนาจกันระหว่างบริหาร นิติบัญญัติ ตอนนี้ เสียงในฝ่ายประชาธิปไตย 7พรรคการเมืองรวมกันได้ 245เสียง ขาดเพียง 6เสียง ครบ 251 เสียง จะกลายเป็นเสียงข้างมาก ถ้าพรรคประชาธิปัตย์มาร่วมด้วย ยังไงก็เกินแน่นอน อีกทั้งขั้นตอนการโหวตเลือกประธานสภาฯ ทำโดยลับ ยิ่งน่าสนใจ นาทีนี้เป็นไปได้สูง ประธานสภาฯ จะได้เห็นความร่วมมือกันของทั้งเพื่อไทยและประชาธิปัตย์”รายงานข่าวระบุ  

รายงานข่าวเผยอีกว่า ในส่วนของการจัดตั้งรัฐบาล ต้องยอมรับความจริงในวันนี้ทั้งพรรคเพื่อไทย พรรคการเมืองที่ประกาศลงนามสัตยายัน เสียงส.ส.รวมกันไม่ได้เป็นเสียงข้างมาก และยิ่งรวมเสียงให้ถึง 376 เสียง เพื่อโหวตให้ชนะสว.250 คนอีก ยิ่งเป็นเรื่องยาก และเชื่อว่าท้ายที่สุดแล้วทั้งพรรคภูมิใจไทย พรรคประชาธิปัตย์ หากให้เลือกไปร่วมงานการเมืองจริงๆ คงจะไปร่วมกับฝั่งพลังประชารัฐค่อนข้างแน่ แต่สิ่งที่น่าสนใจตามมาคือ ทิศทางประชาธิปัตย์ภายใต้คนนำคนใหม่ จะกำหนดท่าทีส.ส.ต่อการโหวตเลือกนายกฯอย่างไร ระหว่างไม่โหวตให้นายกฯจากฝั่งพลังประชารัฐ หรือโหวตให้ หรือปล่อยฟรีโหวต เรื่องนี้คงต้องให้คนฝั่งเขาไปหารือกันให้ตกผลึกกันเองก่อน.   


วันนี้ (๑๙ ส.ค.๖๒) "นายกฯ ประยุทธ์" ยกคณะ "ค่อนข้างใหญ่" ไปสุรินทร์-บุรีรัมย์ ฟังที่โฆษกรัฐบาลแถลงวันก่อน บอกว่า.........

รหัสลับ 'ประเทศไทย' ใต้พลูโต
เพิ่งเริ่มต้น "อย่าด่วนสรุป"
ข้อคิดคำนึงจาก 'คำพิพากษา'
'เสรีภาพกับข่าวเฟก-ข่าวมั่ว'
โลกาภิวัตน์ของ พล.ท.พงศกร
อีก ๓๖๔ วัน 'แม่กินอะไร?'