พ่อฟ้าซวยแนไร้เอกสิทธิ์คุ้มหัว!


   

 "ปิยบุตร" อ้างมี จม.น้อยแฉมีการเร่งรัด กกต.ยื่นศาล รธน.ฟัน "ธนาธร" จี้คดีอื่นก็ต้องทำมาตรฐานเดียวกัน ดักคอศาลไม่เคยสั่งใครยุติปฏิบัติหน้าที่ พร้อมพาลูกพรรคร้องตีความสูตรคำนวณ ส.ส.ไม่เป็นธรรม ส่งผลอนาคตใหม่หายไป 7 ที่นั่ง "บิ๊กป้อม" สวน "พ่อฟ้า" คสช.สกัดกั้นอะไร "อนค." วิษณุชี้คดีหุ้นเสี่ยเอกไม่ได้รับความคุ้มกัน ส.ส. "พท." ยังสู้ลุยร้องเอาผิด "ส.ส.พปชร." ต่อเนื่อง 

    เมื่อวันที่ 17 พ.ค. นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) นำผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อของพรรค ลำดับที่ 53-59 ในฐานะผู้เสียสิทธิ์เข้ายื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินพิจารณาส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตามมาตรา 213 วินิจฉัยว่าประกาศ กกต.เรื่องผลการเลือกตั้ง ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ฉบับลงวันที่ 8 พ.ค.62 ขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ รวมทั้งยังเดินทางไปที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยื่นคำร้องขอให้ยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามมาตรา 210 (2) กรณีมีปัญหาเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของ กกต.ในประเด็นเดียวกันด้วย  
    นายปิยบุตรกล่าวว่า การที่ กกต.คำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อโดยให้ 11 พรรคการเมืองที่มีคะแนนต่ำกว่าจำนวน ส.ส.พึงมี หรือต่ำกว่า 71,054 คะแนน ได้รับการจัดสรร ทำให้คะแนนของพรรคอนาคตใหม่ถูกทิ้งไป 561,276 คะแนน เสียที่นั่ง ส.ส.บัญชีรายชื่อไป  7 ที่นั่ง จากที่ควรได้ 87 ที่นั่ง เหลือเพียง 80 ที่นั่ง ดังนั้นผู้สมัครของพรรคที่ควรได้เป็น ส.ส. จึงถูกผลกระทบสิทธิโดยตรง อีกทั้งเมื่อรวมกันคะแนนของพรรคการเมืองที่ควรได้รับการจัดสรร ส.ส.กลับถูกทิ้งน้ำไปมีถึง 1,263,759 คะแนน ขณะที่ 11 พรรคเล็กที่ได้รับการจัดสรร ส.ส.เมื่อรวมคะแนนรวมกันมีเพียงกว่า 540,000 คะแนนเท่านั้น
    "เราเห็นว่าการดำเนินการของ กกต.เป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ปฏิบัติหน้าที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และขัดกับรัฐธรรมนูญ จึงขอให้ผู้ตรวจการฯส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย โดยให้นำหลักเกณฑ์การคำนวณที่มีเพียง 16 พรรคได้รับการจัดสรรส.ส.และให้สั่ง กกต.ประกาศรับรองให้ผู้สมัครของพรรคทั้ง 7 คน ได้เป็น ส.ส.ที่อยากให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย เพราะถือเป็นโอกาสแรกที่จะยืนยันว่าสูตรของกกต. จะใช้กันไปตลอดไปหรือไม่ จะได้เป็นบรรทัดฐานต่อไป" เลขาฯ พรรค อนค.กล่าว
    นายปิยบุตรยังกล่าวถึงกรณี กกต.ส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสมาชิกภาพ ส.ส. ของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค อนค. ว่าไม่แน่ใจว่า กกต.ยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยนายธนาธรในฐานะที่เป็นผู้สมัคร ส.ส. หรือ ส.ส. ถ้าตรวจสอบในฐานะผู้สมัครทำไม่ได้ เพราะเขาเป็น ส.ส.แล้ว แต่เห็นจากเอกสารข่าว 6 บรรทัด พบว่า กกต.ส่งให้ศาล รธน.วินิจฉัยสถานะตอนเป็น ส.ส.แล้ว ดังนั้นสถานะ ส.ส.นายธนาธรเริ่มต้นวันที่ 24 มี.ค. ซึ่งเรื่องโอนหุ้นเสร็จสิ้นไปก่อนหน้านั้นแล้ว 
    เลขาฯ พรรค อนค.กล่าวว่า แม้ว่าจะเป็นผู้สมัคร ก็ยืนยันว่าการโอนหุ้นตั้งแต่ 8 ม.ค.แล้ว เพราะทราบเรื่องคุณสมบัติการสมัคร ส.ส.เป็นอย่างดี จึงได้จัดการไปเรียบร้อย แต่เมื่อ กกต.ยื่นเรื่องแล้วก็พร้อมที่จะไปสู้ในชั้นศาล ยืนยันนายธนาธรมีความตั้งใจที่จะลงสมัครรับเลือกตั้ง
    “ถ้าจะเล่นกันแบบนี้ ก็ขอให้ กกต.ใช้มาตรฐานเดียวกัน คือมาตรฐานข้อเท็จจริงแบบเดียวกัน เพราะมี ส.ส.จำนวนมากมีปัญหาเรื่องการถือหุ้นสื่อจะส่งศาลรัฐธรรมนูญให้หมดเลยหรือไม่ เพราะเกือบครึ่งสภา นอกจากนี้เรื่องระยะเวลาควรเร่งรัดของคนอื่นเหมือนนายธนาธรด้วย เพราะมีผู้หวังดีทั้งจากทางโทรศัพท์ ส่งข้อความ และส่งจดหมายน้อยมาเตือนว่ามีการเข้ามากดดัน กกต.ให้เร่งรัดคดีนี้ แต่ไม่เชื่อจึงไม่ได้ออกมาชี้แจง คณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนที่นายธนาธรเคยมาให้ถ้อยคำยังระบุว่าให้ชี้แจงเพิ่มเติมได้ จึงไม่คิดว่า กกต.เร่งพิจารณา แม้ กกต.และศาลรัฐธรรมนูญสามารถใช้อำนาจหน้าที่ได้ตามกฎหมาย แต่ควรระมัดระวัง เพราะอยู่ในสายตาสาธารณชน" เลขาฯ พรรค อนค.กล่าว
    ถามว่า หากศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องแล้วจะสั่งให้นายธนาธรยุติการปฏิบัติหน้าที่ทันทีจนไม่อาจเข้าร่วมรัฐพิธีได้ นายปิยบุตรกล่าวว่า เรื่องนี้หากเทียบเคียงกรณีที่ผ่านมา ศาลรัฐธรรมนูญยังไม่เคยสั่งให้ใครยุติการปฏิบัติหน้าที่ อย่างกรณีนายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.การต่างประเทศ ก็ไม่ได้สั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ดังนั้นหากจะสั่งให้นายธนาธรยุติการปฏิบัติหน้าที่ ก็ต้องมีเหตุผล
    ส่วนนายจอม เพชรประดับ สื่อมวลชนอิสระ ผู้ดำเนินรายการ Thai Voice และเป็นหนึ่งในผู้ลี้ภัยคดีความมั่นคงในสหรัฐอเมริกา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Jom Petchpradab ว่า ทุกครั้งที่สิ้นหวัง หมดกำลังใจกับการเมืองไทย อันเนื่องมาจากการเล่นการเมืองแบบเก่าๆ ของนักการเมืองผู้มากประสบการณ์  "อนาคตใหม่" โดยธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ กลับมาช่วยเติมเต็มความหวัง ช่วยสร้างกำลังใจให้มีทางออกได้เสมอ ... 
    "แม้จะรู้ว่า ทางข้างหน้าของ "ธนาธร-อนาคตใหม่" ยังต้องเผชิญกับหมู่มารที่ใจดำอำมหิตต่อไปอีกมากมาย แต่เมื่อพวกคุณออกมาเพื่อสร้างความหวัง และสรัางพลังให้กับประชาชน เชื่อแน่ว่า ประชาชนจะไม่ละทิ้งพวกคุณให้ต้องต่อสู้กับอำนาจของหมู่มารใจโหดอย่างโดดเดี่ยวแน่นอน"
    ขณะที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีนายธนาธรระบุ กกต.ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อขอให้พิจารณาวินิจฉัยสมาชิกภาพ ส.ส.สิ้นสุดลงเป็นความพยายามของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่จะสกัดกั้นพรรคอนาคตใหม่ ว่า คสช.เกี่ยวอะไร เป็นเรื่องของ กกต.
    ด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีหากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสถานภาพส.ส.ของนายธนาธรก่อนเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรจะมีผลอะไรหรือไม่ว่า อย่าไปสมมุติเลย ตนไม่ตอบคำถามนี้ เพราะเขายื่นหรือยังก็ยังไม่รู้ ศาลจะรับหรือยังก็ยังไม่รู้ รับแล้วยังต้องมีการวินิจฉัย สืบพยาน และคำว่าก่อนการเปิดประชุมรัฐสภา พ.ร.ฎ.เปิดประชุมสภาออกวันที่ 22 พ.ค. เสด็จพระราชดำเนินวันที่ 24 พ.ค. ก็อย่าเพิ่งไปคิดสมมุติอะไร แต่ผลมันชัดเจนไม่ว่าใครเป็นคนตอบคือระหว่างศาลวินิจฉัยก่อนเปิดสภากับหลังเปิดสภามันจะมีความแตกต่างกัน
    “แต่วันนี้เมื่อมีการประกาศรับรองไปแล้ว นายธนาธรก็เป็น ส.ส.แล้ว ความแตกต่างมันจึงน้อยกว่าที่เราคิดกันเยอะ แต่ถ้ามีอะไรเกิดขึ้น ก็เท่ากับว่าเป็นการออก ต้องไปซ่อมกัน จึงอย่าไปคาดการณ์อะไร”นายวิษณุกล่าว
    ถามว่า หากสภาเปิดไปแล้วจะมีความคุ้มกัน ส.ส.อะไรหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า โดยปกติจะมีความคุ้มกัน ส.ส. เว้นแต่สภาจะอนุญาตให้ดำเนินคดี แต่เรื่องความคุ้มครองนี้ครอบคลุมเฉพาะคดีอาญา ถ้าไม่ใช่คดีอาญา เช่น คดีแพ่ง หรือฟ้องล้มละลายสามารถฟ้องได้ ดังนั้นคดีเลือกตั้งไม่ใช่คดีอาญา จึงไม่มีความคุ้มกัน กรณีนี้ไม่ได้มาเกี่ยวอะไรกับความคุ้มกัน
    ที่สำนักงาน กกต. ร.ต.อ.วัฒนรักษ์ สุรนาทยุทธ์ ผู้สมัคร ส.ส.กทม.เขต 7 (บางซื่อ-ดุสิต) พรรคเพื่อไทย(พท.) เข้าให้ถ้อยคำประกอบคำร้องต่อ กกต.และยื่นเอกสารเพิ่มเติม กรณีร้องเรียนให้ตรวจสอบ น.ส.ธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ ผู้สมัคร ส.ส.กทม.เขต 7 พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) อาจเป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในบริษัทที่ประกอบกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนในบริษัทหนึ่งกว่า 90% 
    นอกจากนี้ นายฉัตรชัย ณ บางช้าง สมาชิกพรรค พท. ในฐานะตัวแทนนางนันทวัน ประสพดี ผู้สมัครเขต 7 จังหวัดสมุทรปราการ พรรค พท. ได้มายื่นเรื่องต่อ กกต.เพื่อให้ตรวจสอบการทุจริตเลือกตั้งในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ เขต 7 ซึ่งเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 73 (1) พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.)ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. เนื่องจาก น.ส.ไพลิน เทียนสุวรรณ ผู้สมัคร ส.ส. สมุทรปราการ เขต 7 พรรคพปชร. มีการซื้อเสียงในการเลือกตั้ง โดยมีหลักฐานเป็นภาพจากกล้องวงจรปิด คลิปวิดีโอ และเงินที่ใช้ในการซื้อเสียงดังกล่าว.


"บิ๊กป้อม" พูดถูกนะ ๕ รัฐมนตรีพรรคพลังประชารัฐที่ยังเป็น ส.ส. ควรจะลาออกจากการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพื่อเลื่อนลำดับ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ขึ้นมาอีก ๕ อันดับ

มอง ส.ส.ผ่านบัญชีทรัพย์สิน
ภาพเชิงซ้อน 'การเมือง-การรบ'
แจกเงินเที่ยว 'รวยนักหรือ?'
เมื่อ 'ลางร้าย' มาถึงฝ่ายค้าน
'แล้งอีสานกับนักการเมือง'
รหัสลับ 'ประเทศไทย' ใต้พลูโต