ระบอบทักษิณแพ้อีกยก


   

                 วิถีไทย....

                หมายถึงอะไร?

                หลายๆ คนคงคิดแค่ว่า เป็นเรื่องของวิถีดำเนินชีวิตประจำวัน เรื่องวัฒนธรรม ขนบ ประเพณี เรื่องอาหารการกิน

                ที่จริงแล้วหมายรวมไปถึงการเมืองในวิถีของคนไทยด้วย

                มีการค่อนแคะ ประชาธิปไตยแบบไทยๆ ว่าเป็นประชาธิปไตยแบบหย่อนยาน ไร้ระเบียบ ไม่มีวินัย ซึ่งก็เป็นเรื่องจริง

                อดีตคนไทยไม่ได้ยากลำบาก มีทรัพย์ในดิน สินในน้ำ ไม่เคยมีใครอดตาย ไม่เคยเป็นเมืองขึ้นใคร

                นี่อาจเป็นข้อเสียของคนไทย

                สบายจนเคยตัว

                แต่ไม่ได้เลวร้ายอะไร

                จนกระทั่งมีนักการเมืองจับจุดได้ว่า จะเพิ่มความสบายจนเคยตัวให้มากขึ้นได้อย่างไร 

                แล้วนโยบายประชานิยมก็คลอดออกมา

                ลด แลก แจก แถม สารพัด

                นับแต่นั้นความขัดแย้งทางการเมือง ความขัดแย้งระหว่างประชาชน รุนแรงอย่างไม่เคยมีมาก่อน

                วิถีทางการเมืองไทยจึงเปลี่ยนโฉมหน้าไปอย่างไม่มีวันกลับ

                เปลี่ยนไปขนาดไหน?

                ขนาดที่ว่า คนโกงสามารถใช้ประชาธิปไตยบังหน้าได้

                และมีคนเชื่อกันดาษดื่น

                แม้กระทั่งนักการเมือง คนที่อาสา นำพาชาติ ยังแยกไม่ออก เห็นภัยโกงเป็นเรื่องธรรมดา ขณะเดียวกันภัยจากกองทัพต้องรีบขจัด ไม่เช่นนั้นสืบทอดอำนาจยาว

                ขอบคุณ คุณหมอวรงค์ เดชกิจวิกรม ที่ช่วยกระตุกต่อมสำนึก

                คุณหมอโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Warong Dechgitvigrom เอาไว้แบบนี้ครับ

                ...สับสนไปกันใหญ่!!!!

                ช่วยกันวิเคราะห์การเมืองหน่อยครับว่า อะไรเป็นปัญหาทางการเมือง ที่เป็นอันตรายต่อชาติมากกว่ากันระหว่าง

                "ทุนสามานย์ที่อ้างประชาธิปไตยกับการสืบทอดอำนาจ"

                ถ้าเราวิเคราะห์ปัญหาได้ถูก เราจะแก้ปัญหาได้ถูก แต่ถ้าวิเคราะห์ได้ผิด ก็จะแก้ปัญหาผิด...

                เข้าใจว่าคงสื่อสารไปยังบางกลุ่มในพรรคประชาธิปัตย์นั่นแหละครับ

                คือ...บางคนในพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ได้ตระหนักว่า ประชาชนที่สนับสนุนพรรคเคยสู้กับอะไรมา

                ก็ไม่อยากให้เดินผิดพลาดซ้ำซาก

                คนที่เลือกพรรคประชาธิปัตย์เขาไม่ได้สู้กับกองทัพ

                แต่สู้กับระบอบทักษิณ

                ระบอบการเมืองโคตรโกง

                พวกทุนสามานย์

                ก็อย่างที่คุณหมอวรงค์บอก ถ้าวิเคราะห์ผิด มันก็ผิดหมด

                ที่จริงมันก็ไม่ได้ยากที่จะวิเคราะห์

                เว้นเสียแต่ว่าสิ่งที่คนเคยเลือกพรรคประชาธิปัตย์สู้มานั้น ไม่สำคัญอะไรต่อพรรคประชาธิปัตย์เลย  โดยเฉพาะกลุ่มที่บอกว่า เป็นคนรุ่นใหม่

                ครับ..พูดถึงคนรุ่นใหม่ คำว่า "คนรุ่นใหม่" นับวันเริ่มจะเป็นที่กังขาเรื่องวิธีคิด 

                คนรุ่นใหม่ เริ่มจะคิดแบบไม่มีอดีตรองรับ 

                ไม่สนใจรากเหง้าของตนเอง ของสังคม ของประเทศ

                นิยามคนรุ่นใหม่วันนี้ จึงไม่เหมือนเดิม

                มีความชังชาติเจือสมอยู่

                และความชังชาติ มีเหตุจากความผิดหวังในสิ่งที่คนรุ่นเก่าสร้างเอาไว้

                ใช่ครับ...ยังคงต้องพูดถึงพรรคอนาคตใหม่

                ความชังในทุกสิ่งอย่าง ยกเว้นตัวเอง นับวันยิ่งอันตราย

                และนี่จะเป็นภัยใหม่ เป็นภาคต่อของระบอบทักษิณ

                เหตุที่ "ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ" ประกาศพร้อมเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล และเป็นนายกรัฐมนตรี ที่เป็นไปไม่ได้นั้น เป็นประเด็นที่น่ากังวล

                หากพิจารณาจากพฤติกรรมที่ผ่านมา พบว่าหลายครั้งมีทัศนคติที่คับแคบ

                ปราศจากการเรียนรู้อดีต

                ขอโทษพรรคความหวังใหม่ของพ่อใหญ่จิ๋ว

                ที่เคยบอกว่าเป็นความหวังใหม่ของประชาชน

                สุดท้ายมีคนไปอำว่า เป็นควายหวังหม่ำ

                เพราะไม่เคยมีความหวังใหม่อะไรเลย

                มาถึงอนาคตใหม่ เริ่มมีคนเอาชื่อพรรคไปผวนคำอำเอาเหมือนกัน

                อนาใคหมด

                หมดครับ...

                ไม่มีอนาคตใหม่ หรือความหวังใหม่อะไรทั้งนั้น

                มีแต่ปัญหาใหม่ในอนาคต

                ดูเหมือนการตัดสินใจทางการเมืองของ "ธนาธร" มาจากความโกรธ ความไม่พอใจ ต่อใครก็ตามที่ตรวจสอบ พรรคอนาคตใหม่ และตัวเขา

                ลากแม่ตัวเองเข้ามาในดงแข้งการเมือง

                ก๊อบปี้มาจาก "ทักษิณ" เป๊ะเลย! 

                แล้วข้างหน้าจะเป็นอย่างไร

                เละครับ...

                เอาเฉพาะเนื้อข่าววานนี้ (๑๗ พฤษภาคม) มาร้อยเรียง จะเห็นทั้งความเลอะเทอะ เละเทะ ไร้สาระเต็มไปหมด

                "ปิยบุตร แสงกนกกุล" บอกว่า

                "เราได้มอบอำนาจให้พรรคอันดับ ๑ จัดตั้งรัฐบาล แต่กระทั่งวันนี้ยังไม่มีความชัดเจน อีกทั้งเดินไปทางไหนประชาชนก็รู้สึกสิ้นหวังว่าสุดท้ายเลือกตั้งมาแล้ว ยังจะได้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กลับมาเป็นนายกฯ อีก ๑ สมัย

                พรรคอนาคตใหม่ในฐานะพรรคอันดับ ๒ ของฝ่ายที่ไม่เอา คสช.จึงจะจัดตั้งรัฐบาลเอง และคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย เปิดทางให้แล้ว

                ผมมองว่าการที่พรรคเพื่อไทยจัดตั้งรัฐบาลได้ลำบาก เพราะ ๑๐ กว่าปีที่ผ่านมาพรรคการเมืองใหญ่ๆ มีความขัดแย้งกันค่อนข้างมาก แต่พรรคอนาคตใหม่ไม่ได้อยู่ในความขัดแย้งนั้น เชื่อว่าจะเจรจาต่อรองกันได้ มั่นใจว่าภายใน ๗ วัน จะหารือพรรคการเมืองอื่นๆ เพื่อเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลขั้วที่ ๓  และไม่ได้เป็นการเสียมารยาททางการเมือง

                ที่ผ่านมาพรรคที่ชนะในอันดับ ๑  และ ๒ ไม่สามารถดำเนินการได้ ดังนั้นเราจะเดินหน้าเจรจากับพรรคอื่น”

                แล้วลองไปฟัง "พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส"

                “ผมขอแสดงความยินดี กับคุณจุรินทร์ ด้วย ที่ได้รับตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ขอฝากไปถึงคุณจุรินทร์ด้วยว่า มาร่วมทำงานกับพรรคฝ่ายประชาธิปไตยด้วยกัน มีอะไรก็มาพูดคุยกัน ขอให้พรรคของท่านเป็นแบบอย่างของพรรคการเมืองที่ยึดถือเรื่องของประชาธิปไตยเป็นสำคัญ

                ในส่วนของผมยังเหมือนเดิม พร้อมที่จะยกโควตา ส.ส.ของผม จำนวน ๑๐ คนให้กับพรรคประชาธิปัตย์ ผมไม่ขอรับตำแหน่งใดๆ เลย

                ผมขออย่างเดียว ขอให้ระบอบประชาธิปไตยเดินหน้าต่อไปอย่างถูกทำนองคลองธรรม

                "ลุงเสรี" ยังชูประชาธิปัตย์อยู่เลย

                ในความหมายของ "ลุงเสรี" ถ้าไม่ให้ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแก่ประชาธิปัตย์เขาจะไปทำไม เพราะอยู่ฝั่งพลังประชารัฐอย่างน้อยรัฐมนตรีกระทรวงเกรดเอ เขาได้อยู่แล้ว

                มันจึงกลายเป็นเรื่องเด็กเล่นขายของ

                "จตุพร พรหมพันธุ์" เขายืนยันทำนองนั้น

                "ในวิกฤติครั้งนี้มีโอกาสดี ถ้าประชาธิปไตยรู้จักอดเปรี้ยวไว้กินหวาน อีกไม่นานหวานจะได้กิน

                ตอนนี้ดัชนีทางการเมืองทั้งสองฝ่าย เหมือนถูกล็อก ไม่ว่าจะเลือกอย่างไรก็ได้ พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา เป็นนายกฯ อีก

                ต่อให้พรรคภูมิใจไทย ประชาธิปัตย์ ชาติไทยพัฒนา มารวมอนาคตใหม่ที่ประกาศเป็นแกนนำ ก็ไม่ถึง ๓๗๖  เสียง"

                นั่นคือความจริง ตัวเลขมันเป็นแบบนั้น

                ใครจะคบเด็กสร้างบ้าน ก็ลองดู แต่ระวังหลังคาจะถล่มใส่หัว

                พรรคอื่นก็ดูไว้...ถึงขั้นที่พรรคเพื่อไทยดันสุดๆ ยังหมดหนทางจัดตั้งรัฐบาล แล้วปล่อยให้ "ธนาธร-ปิยบุตร" ไปเร่ขายฝัน

                มันชัดเจนแล้วว่า ระบอบทักษิณแพ้ มันจบแล้ว!

                ไพ่หมดหน้าตัก!

                ไม่ต่างยกธงขาว

                แต่คงเห็นเด็กมันร้อนวิชา ก็ลองดูเผื่อฟลุก

                และปัญหาต่อไปก็คงจะอยู่ที่พวกเด็กร้อนวิชานี่แหละครับ   

                ทัศนคติที่คับแคบแต่ดันไปทึกทักเอาว่ากว้างใหญ่ไพศาล ก็ลองดูตามที่ "ปิยบุตร" พูดไว้วานนี้นะ ถือว่า กกต.ได้ละเมิดสิทธิการออกเสียงของประชาชนที่ไปใช้สิทธิ์ แม้จะมีการอ้างว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยก่อนหน้านี้ เรื่องสูตรการคำนวณ ส.ส. ว่าเป็นไปตามมาตรา ๑๒๘ แต่ศาลรัฐธรรมนูญยังไม่เคยบอกว่าสูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อของ กกต.ครั้งนี้ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ และขัดต่อมาตรา ๙๑ หรือไม่

                ดังนั้นจึงอยากขอส่งคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย สูตรของ กกต. และวินิจฉัยว่าสมาชิกภาพของ ส.ส. จากที่ได้รับมาจากวิธีการคำนวณของ กกต. ขัดหรือแย้งกับหลักเกณฑ์และวิธีการคำนวณตามรัฐธรรมนูญมาตรา ๙๑ หรือไม่”

                เป็นการบอกว่า กกต.ละเมิดประชาชนที่ใช้สิทธิ์เลือกพรรคอนาคตใหม่

                ทั้งที่เป็นการตรวจสอบตามระบบปกติ

                ถามหน่อยเถอะ เวลาไปด่าพรรคอื่นว่าเป็นพวกเผด็จการสืบทอดอำนาจ สนับสนุนทรราช ล้าหลัง  ไม่มีความเป็นประชาธิปไตย สิทธิของประชาชนที่เขาเลือกพลังประชารัฐ ประชาธิปัตย์ ภูมิใจไทย ฯลฯ  ละเมิดได้ตามใจชอบอย่างนั้นหรือ?          

                โอ เฮรอวัวร์ ....ปีแอร์แยร์ เดอ แซงการ์แนงซ์กุล.

           ผักกาดหอม