'พระอุปคุต' ผู้ขจัดมารประเทศ


   

    วันนี้ จันทร์ที่ ๒๐ พฤษภาคม ๒๕๖๒ 
    หยุดงาน.......
    เพราะราชการหยุด!
    หยุดด้วยเหตุผลว่า วันหยุด "วิสาขบูชา" ปีนี้ ตรงกับวันเสาร์ ฉะนั้น ต้องหยุด "ชดเชย"
    คือ สังคมไทยถือคติว่า คนทำงานเอาเปรียบเวลางานได้ แต่เวลางานจะเอาเปรียบคนไม่ได้!
    ประเทศไทยจึงเจริญมาก..... 
    และเพลิดเพลินด้วยวันหยุดราชการมาก นอกจากหยุด "เสาร์-อาทิตย์" แล้ว 
    ใน ๓๖๕ วัน ยังเพียบพูนด้วย "หยุดชดเชย" รวมๆ แล้ว ๑ ปี ทำงานกันถึง ๑๐๐ วันหรือเปล่า 
    ........ก็ยังสงสัย?
    "วันวิสาขบูชา" มีโอกาสได้ตามคณะ ๒ ท่านผู้เฒ่า "พลเอกนิพนธ์ ภารัญนิตย์" และ "คุณบรรพต  หงษ์ทอง" ไปเวียนเทียนกลางทะเลสาบ
    ขอให้อานิสงส์จากครั้งนี้ จงมี จงบังเกิดแก่ทุกท่านด้วย
    ก็โน่นแน่ะ.........
    วัดผ่องด่ออู ซึ่งอยู่กลางทะเลสาบอินเล แถบเทือกเขาเมืองตองยี ในรัฐฉาน 
    นั่งเรืออาบแดดเปรี้ยงร่วมชั่วโมง ชนเผ่าและชาวพม่านี่ ศรัทธาในพระพุทธศาสนากล้าแข็งและเคร่งครัดมาก
    กราบ "พระบัวเข็ม" หรือ "พระอุปคุต" แล้ว พลเอกนิพนธ์นำเดินเวียนเทียนตอนเที่ยง ๓ รอบ 
    จากนั้น นั่งเพ่งดูพระบัวเข็มทั้ง ๕ องค์ จนจิตปีติ เอิบอาบดีแล้ว ก็พากันนั่งเรืออาบแดดกลับ
    "พระบัวเข็ม" น่าจะเคยได้ยินชื่อกันมาบ้างกระมัง?
    ตอนเด็กๆ เคยเห็นที่วัด เขาเอาหล่อน้ำไว้ ก็สงสัยมานาน ว่าทำไมต้องเอาพระหล่อน้ำ? 
    เพิ่งรู้ชัดตอนนี้เอง!
    พระบัวเข็มกลางทะเลสาบอินเลนี้ มี ๕ องค์ แกะจากกิ่งต้นพระศรีมหาโพธิ์ ประเทศอินเดีย  
    เป็นรูปพระเถระนั่งก้มหน้า มีใบบัวคลุมศีรษะ มีเข็มหมุดปักอยู่ตามตัวหลายจุด นั่งบนฐานบัวหงาย-บัวคว่ำ 
    แต่ตอนนี้ ชาวบ้านปิดทองจนไม่เห็นองค์เดิมแล้ว เขาทำครอบแก้วครอบไว้ จะปิดทองหรือเข้าไปสัมผัสแบบเดิมไม่ได้
    ทั้ง ๕ องค์นี้ มีประวัติและความเป็นมาพิสดาร กว้างขวางมาก หาอ่านได้ทั่วไปอยู่หรอก
    ทั้ง ๕ นี้ คือพระพุทธเจ้าที่อุบัติแล้วในโลกมนุษย์ ๔ พระองค์ 
    ส่วนอีกองค์ เขาบอกว่า จะมาตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าองค์ ที่ ๕ คือ "พระศรีอริยเมตไตรย"
    ทีนี้ มาทำความรู้จักในรูปลักษณ์ "พระบัวเข็ม" หรือ "พระอุปคุต" กันสักนิด 
    ก็นี่แหละ ที่ต้องไปบูชาวิสาขะที่นี่ในปีนี้ ก็หวังขอบารมีให้ท่านมาปัดเป่ามารร้ายบ้านเมือง ช่วยพลิกวิกฤติเศรษฐกิจประเทศ ให้ทำมาค้าขายร่ำรวยกัน
    พระอุปคุต ท่านเกิดสมัย "พระเจ้าอโศกมหาราช" หลังพระพุทธเจ้านิพพานแล้ว ๒๐๐ กว่าปี 
    ตามประวัติมีว่า..........
    "พระอุปคุต" เป็นพระอรหันต์ที่เปี่ยมด้วยอิทธิปาฏิหาริย์มากมาย
    ท่านมักน้อยสันโดษ จึงเนรมิตเรือนแก้วขึ้นในสะดือทะเล ลงไปจำพรรษาในที่นั้นตลอดอายุขัยของท่าน
    เมื่อพระเจ้าอโศกฯ ทรงสร้างพระวิหารและพระสถูปเจดีย์ ๘๔,๐๐๐ องค์ 
    อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุที่ทรงขุดหาจากเจดีย์ต่างๆ นำมารวมไว้ที่สถูปเจดีย์นี้ 
    จากนั้นให้มีการฉลองสมโภช ๗ ปี ๗ เดือน ๗ วัน 
    เพื่อให้การฉลองสมโภชเป็นไปด้วยความเรียบร้อย จึงใคร่จะอาราธนาพระสงฆ์ที่ทรงอิทธิฤทธิ์มาคุ้มครองงาน ให้ปราศจากการรบกวนของพวกมารร้ายต่างๆ 
    แต่พระสงฆ์ในนครปาตลีบุตร ไม่มีรูปใดสามารถเป็นผู้คุ้มครองงานได้ (โดยเฉพาะภัยจากพญาวัสสวดีมาร ผู้มีฤทธิ์ยิ่งกว่าภูตผีปีศาจทั้งหลาย) 
    มีแต่ "พระอุปคุตเถระ" รูปเดียวเท่านั้น 
    จึงตั้งพระตัวแทน ๒ รูป ลงไปนิมนต์พระอุปคุตจากใต้สะดือทะเลขึ้นมาคุ้มครอง
    การอัญเชิญพระอุปคุตขึ้นมาช่วยรักษาความสงบไม่ให้พญามารมารบกวนในครั้งกระนั้น
    ในประเทศไทยเรา เป็นประเพณีปฏิบัติดังเห็นทุกวันนี้ ในภาคอีสาน จะมีการทำบุญใหญ่ๆ  
    อย่างเช่น ทำบุญพระเวสสันดร ทำบุญเดือน ๖ ทำบุญสงกรานต์ ทำบุญนมัสการประจำปีวัด 
    เช่นวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร จ.นครพนม จะมีการทำบุญนมัสการพระธาตุพนมประจำปี ขึ้น  ๑๐ ค่ำ เดือน ๓ การทำบุญแต่ละครั้ง จะต้องมีพิธีอัญเชิญพระอุปคุตที่ริมแม่น้ำโขงให้ขึ้นมาช่วยปกปักรักษาคุ้มครองงานให้ดำเนินไปด้วยดี 
    อย่ามีอุปสรรคและสิ่งชั่วร้ายบังเกิดขึ้นในขณะทำบุญและการจัดงาน   
    ผู้ใดใส่บาตรพระอุปคุตหรือบูชาท่านสม่ำเสมอ ชีวิตจะประสบความสำเร็จ เจริญรุ่งเรือง ร่ำรวยได้อย่างรวดเร็ว     
    ก็อาจสงสัย.........
    ว่าทำไมเมื่อตักบาตรพระอุปคุตหรือบูชาท่านแล้ว จะพบกับความสำเร็จและร่ำรวย  
    ในความเชื่อทางพุทธศาสนามีอยู่ว่า การทำบุญวันพระใหญ่ ในคืนวันขึ้น ๑๕ ค่ำ ซึ่งตรงกับวันพุธ จะมีสิ่งมหัศจรรย์เกิดขึ้น
    นั่นคือ "พระอุปคุต" ท่านจะออกมาบิณฑบาตโปรดสัตว์ หลังจากบำเพ็ญฌานสมาบัติเสวยวิมุตติสุข  ณ โลกใต้สมุทรภายในปราสาทแก้วที่เนรมิตขึ้น เหนือรัตนบัลลังก์ในค่ำคืนวันนั้น 
    ท่านจะแปลงกายเป็นสามเณร ออกจากสมาบัติ ขึ้นมาบิณฑบาตบนโลกมนุษย์ โปรดสัตว์ผู้ทุกข์ยาก 
    จึงนำมาซึ่งความเชื่อ เกิดเป็นประเพณี "ตักบาตรเที่ยงคืน" ถือปฏิบัติสืบมาหลายร้อยปี ตามวัดต่างๆ ในประเทศนับถือพระพุทธศาสนา 
    โดยเฉพาะทางภาคเหนือของไทย เช่นที่ เชียงใหม่ จะมีคนรวมตัวกันที่วัดอุปคุต ตักบาตรพระจำนวนมาก ซึ่งนิมนต์มาจากท้องที่ต่างๆ ทั้งในเมืองและนอกเมือง 
    การตักบาตรในค่ำคืนกับพระสงฆ์ ที่สมมติว่าเป็น "พระอุปคุต" นี้ หากใครได้ตักบาตรและอธิษฐานขอพรสิ่งใดไว้ 
    จะสำเร็จผลโดยง่ายกว่าการอธิษฐานในเวลาปรกติ! 
    "พระอุปคุต" ที่บางพื้นที่เรียก "พระบัวเข็ม" นี้..........  
    การตั้งบูชา ควรตั้งบนฐาน อยู่กลางภาชนะใส่น้ำลอยดอกมะลิ เป็นการจำลองที่ท่านจำพรรษาอยู่ในมหาสมุทร ตำแหน่งการจัดวางพระอุปคุตในที่บูชา....
    "ต้องตั้งต่ำกว่าพระพุทธรูป" 
    เพราะพระอุปคุต เป็นระดับพระอรหันตสาวกของ "พระพุทธเจ้า"
    ครับ...ก็เล่าสู่กันฟัง 
    ชาวคณะผมได้อาราธนาขอบารมีธรรมจากพระอุปคุตที่กลางทะเลสาบอินเลให้มาปราบมารประเทศ 
    นำความเจริญรุ่งเรืองสู่เศรษฐกิจและชีวิตคนไทย ผู้ตั้งมั่นในคุณธรรม ศีลธรรม และความดีงามด้วยกันทุกคน    
    ที่เล่านี่ ย่นย่อพอรู้ที่มา-ที่ไปเท่านั้น ความพิสดารของพระอุปคุต มีมากมายเป็นพันเท่า 
    ผมเก็บความจาก internet University of Thailand ฉะนั้น เปิดอ่านความเต็มได้จากเว็บนะครับ.


อย่าว่าโง้น-งี้เลยนะ วันนี้..... ขอฉลองศรัทธา "คุณไพศาล พืชมงคล" เจ้าสำนักบางโพที่ไม่ต้องขยายความสักสอง-สามคำเถอะ

วันนี้ "ตามใจแฟน" ซักวัน
'คนไทยหัวใจกระวีกระวาด'
เรื่องพานกับ 'คนนอกคอก'
ประชาธิปไตย 'พานไหว้ครู'
โลกจะสวยด้วย "จิตให้"
'แม่มด' หรือคน 'คดแผ่นดิน'