'โรม-ไผ่ ดาวดิน'ดี๊ด๊ารวมญาติรับทราบข้อหายุยงปลุกปั่น


   

22 พ.ค. 62 - ที่ สน.ปทุมวัน นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ นายจตุรภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ ไผ่ ดาวดิน นักกิจกรรมเพื่อประชาธิปไตย พร้อมพวก 13 คน เดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหา "ร่วมกันทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือ หรือด้วยวิธีอื่นใด อันมิใช่เป็นการกระทำในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นหรือติชมโดยสุจริต เพื่อให้เกิดการปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชนถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร หรือเพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน, มั่วสุมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไปโดยใช้กำลังประทุษร้าย ขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย หรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง"

ทั้งนี้สืบเนื่องจากวันที่ 22 พ.ค.58 กลุ่มนักศึกษานำโดย นายรังสิมันต์ โรม กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง และนายจตุรภัทร์ ที่ถูกออกหมายเรียกกรณีชูป้ายคัดค้านครบรอบ 1 ปี รัฐประหาร ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย จ.ขอนแก่น ในขณะนั้น ได้จัดกิจกรรมรำลึกครบรอบ 1 ปีรัฐประหาร ที่หน้าหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร จนเกิดการกระทบกระทั่งกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ เจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมายคณะรักษาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ คสช. ได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน ดำเนินคดีมั่วสุมชุมนุมเกิน 5 คน ตามคำสั่งคสช.ฉบับ 3/2558 ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ต่อมาในวันที่ 24 มิ.ย.58 พนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียกนายรังสิมันต์ นายจตุรภัทร์ พร้อมพวกมารับทราบข้อกล่าวหา แต่ปรากฏว่ากลุ่มนักศึกษาหลายคนได้ชุมนุมปิดล้อม สน.ปทุมวัน กระทั่งถูกออกหมายเรียกให้มารับทราบข้อกล่าวหาในวันนี้ 

นายจตุรภัทร์ กล่าวว่า ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ที่จัดให้พวกเรามารวมตัวกันอีกครั้งเหมือนเป็นการรวมญาติ หลังจากไม่ได้เจอกันมานาน อย่างไรก็ตามยังยืนยันว่าการกิจกรรมชอบด้วยกฎหมาย แต่รู้สึกกังวลในกระบวนการยุติธรรม เพราะรัฐบาลเอากฎหมายมาอ้างความชอบธรรม 5 ปีที่ผ่านมา ในการบริหารของรัฐบาลทหารมีแต่ความเงียบ สุดท้ายแล้วประชาชนทุกคนจะรู้ว่าการบริหารรัฐบาลที่ผ่านมาเป็นอย่างไร รัฐธรรมนูญที่มีอยู่นั้นเป็นอย่างไร

ด้านนายรังสิมันต์ กล่าวว่า วันนี้ตนยังไม่ได้รับหมายเรียก ไม่ทราบว่าผิดข้อหาอะไร แต่เท่าที่ดูจากเพื่อนๆ ที่ถูกออกหมายเรียกให้มารับทราบในวันนี้ ก็พอจะทราบบ้าง ยืนยันว่าการจัดกิจกรรมเป็นการปกป้องประชาธิปไตย  ตนถูก คสช. แจ้งความดำเนินคดีมากกว่า 7 คดี ถ้ามีประชาชนหรือสังคมยืนอยู่เคียงข้างยืนยันว่าน่าจะรอดคดีได้ เพราะคดีที่ตนถูกดำเนินคดีนั้นไม่ใช่คดีฆ่าคนตาย อย่างไรก็ตามการถูกดำเนินคดีครั้งนี้ไม่น่าจะส่งผลกระทบต่องานทางด้านการเมือง แต่มีผลกระทบโดยตรงต่อนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ซึ่งถูกดำเนินคดี ทั้งที่ยังไม่ได้ทำผิดอะไรเลย แต่ในขณะเดียวกัน ผู้มีอำนาจ พวกพ้องน้องพี่ เข้าไปเป็น ส.ว. แต่กลับไม่ได้รับการตรวจสอบ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในกรณีเดียวกัน นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ได้ถูกออกหมายเรียกมารับทราบข้อกล่าวหา เพราะในวันดังกล่าว นายธนาธร ได้อยู่ในบริเวณการชุมนุมที่ สน.ปทุมวัน หลังการชุมนุมยุติ เจ้าหน้าที่ได้ออกติดตามตัวนายรังสิมันต์ซึ่งเป็นแกนนำ แต่นายรังสิมันต์ไหวตัวขึ้นรถตู้หลบหนีออกจากที่เกิดเหตุ เมื่อตรวจเช็คทะเบียนรถคันดังกล่าวปรากฏว่าชื่อผู้ครอบครองเป็นมารดาของนายธนาธร และมารดาของนายธนาธร ได้ถูกออกหมายเรียกไปแล้วเช่นกัน 

ส่วนนายธนาธร เข้าพบพนักงานสอบสวนไปแล้วเมื่อวันที่ 6 เม.ย.ที่ผ่านมา ถูกแจ้ง 3 ข้อหา มาตรา 116 ฐานยุยงปลุกปั่นทำให้เกิดความกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน มาตรา 189 ช่วยเหลือหรือให้ที่พำนักผู้ต้องหา และ มาตรา 215 มั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง โดยนายธนาธร ให้การปฏิเสธทั้ง 3 ข้อหาส่วนนายจตุรภัทร์ หรือไผ่ ดาวดิน เพิ่งได้รับการอภัยโทษจากทัณฑสถานพิเศษบำบัดจังหวัดขอนแก่น หลังถูกตัดสินจำคุกในฐานความผิดหมิ่นพระบรมเดชานุภาพและตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เมื่อวันที่ 10 พ.ค. ที่ผ่านมา หลังจากถูกจำคุกนานกว่า 2 ปี 

ต่อมา พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง. ผบ.ตร.) ซึ่งกำกับดูแลสำนวนการสอบสวน แต่เมื่อมาถึงบริเวณ สน.ปทุมวัน ประชาชนที่เดินทางมาให้กำลังใจกลุ่มนักศึกษาได้โห่ร้องตะโกนด่าว่า "วันๆไม่ทำอะไรเอาแต่เด็กเข้าคุก"

ส่วนการรักษาความปลอดภัย เจ้าหน้าที่ได้นำรั้วเหล็กกั้นล้อมรอบบริเวณตัวอาคารโดยไม่ให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไปในบริเวร ขณะที่ภายนอกตามจุดต่างๆ ทั่วพื้นที่ ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนนอกเครื่องแบบทั้งจากกองบังคับการสืบสวนสอบสวนนครบาล 6 (บก.สส.บก.น.6) กองบังคับการสืบสวนสอบสวนกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บก.สส.บช.น.) และเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนของ สน.ปทุมวัน เฝ้าดูแลความเรียบร้อย โดยมีกลุ่มผู้มาให้กำลังใจประมาณ 30 คน เหตุการณ์ทุกอย่างปกติ.