จากหุ้นถึง 'เงินกู้' ธนาธร


   

  วันนี้ "หวยธนาธร" ออก

                กรณี "หุ้นสื่อ"....

                ไม่ต้องรอถึงขั้นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยชี้ขาดหรอก

                วันนี้ (๒๓ พ.ค.๖๒)

                แค่ศาลมีมติ "รับคำร้อง" ไว้วินิจฉัยเท่านั้น นายธนาธรต้อง "หยุดปฏิบัติหน้าที่ ส.ส."

                ไปจนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยอย่างหนึ่ง-อย่างใดออกมา (ตามรัฐธรรมนูญมาตรา ๘๒  วรรคสอง)

                ถ้าเป็นตามนี้ ขั้นตอนต่อจากนั้น........

                ศาลจะส่งสำเนาคำร้องให้นายธนาธร เพื่อยื่นคำชี้แจง แก้ข้อกล่าวหา ภายใน ๑๕ วัน

                และจะนัดวันพิจารณาคดี กำหนดประเด็น ลำดับขั้นตอนพิจารณา นัดไต่สวน พร้อมนัดฟังคำวินิจฉัยเสร็จสรรพ

                หมายความว่า ภายในเดือนมิถุนา พ่อของฟ้าจะได้ไปต่อ หรือ "จบกัน" แค่นี้ ก็จะได้รู้กัน!

                คดีอย่างนี้ ไม่มีอะไรซับซ้อน "เอกสารทางราชการ" จะเป็นตัวยืนยัน ว่าธนาธรโอนหุ้นสื่อก่อนลงสมัครรับเลือกตั้ง หรือ โอนภายหลัง?

                แค่เดือน-สองเดือน ธนาธรหาคดีใส่ตัวเองได้หลายคดีอย่างน่าอัศจรรย์

                ด้วยปาก ด้วยตัวเองทำทั้งนั้น!

                แค่ "ถือหุ้นสื่อ" คดีเดียว ก็จอดแทบไม่ต้องแจวแล้ว และนี่ กำลังตึงตัง โครมคราม ด้วยเรื่องปล่อยเงินกู้เป็นร้อยล้านให้พรรคตัวเองอีก

                ฟัง "นายปิยบุตร แสงกนกกุล" เลขาฯ พรรคมือกฎหมายคู่บารมีธนาธรแก้ต่างเรื่องปล่อยเงินกู้กินดอกจากพรรคแล้วก็เวทนาในลีลา

                กฎหมายสไตล์ศรีธนญชัยมาอีกแล้ว!

                อะไรก็ไม่อะไร จะแก้ตัว-แก้ผ้า ให้มันเป็นเฉพาะเรื่องของตัว ก็ว่ากันไป

                แต่นี่ ปิยบุตร ดันเผาบ้านคนอื่นเขาด้วย ปากจะพาซวยเหมือนเพื่อนเลิฟจนได้ ลองฟังหน่อยปะไร

                ".................การส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้ง กฎหมายให้กรรมการบริหารพรรคบริจาคได้คนละไม่เกิน  ๑๐ ล้านบาท แต่ไม่มีใครมีเงินขนาดนั้น

                ดังนั้น เราจึงศึกษากฎหมายทั้งหมด ทั้งยังพบว่าพรรคการเมืองในต่างประเทศเป็นหนี้ธนาคารเต็มไปหมด

                ดังนั้น พรรคการเมืองกับการกู้เงินจึงเป็นเรื่องปกติ             ประเทศไทยมีกฎหมายควบคุมรายได้ของพรรคอยู่ แต่เงินกู้ไม่มีระบุไว้

                'พรรคการเมืองถือเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายเอกชน ซึ่งไม่มีกฎหมายเขียนไว้ว่าห้ามพรรคการเมืองกู้เงิน เมื่อไม่เขียนจึงสามารถทำได้ เพราะกฎหมายไม่ได้ห้าม'

                ทั้งนี้ จากการตรวจสอบ พรรคการเมืองหลายๆ พรรคในไทยก็กู้เงิน

                เช่น พรรคภูมิใจไทย พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคชาติพัฒนา พรรคประชาธิปัตย์ พรรคประชาธิปไตยใหม่

                มีเอกสารยืนยัน ประธาน กกต.ลงนามรับทราบ เรื่องนี้จึงมีข้อเท็จจริงว่า เราไม่ได้ทำอะไรผิดกฎหมาย

                ลองเปิดกฎหมายดูและเปิดบัญชีของแต่ละพรรคให้ดี เรื่องนี้ไม่ใช่เหตุในการที่จะยุบพรรคได้ ขอให้เข้าใจตรงกันอย่าไปตื่นตูม

                พรรคอนาคตใหม่กู้จากนายธนาธร โดยมีเพดานสูงสุดให้กู้ได้ที่ ๒๕๐ ล้านบาท

                แต่เรากู้มาจริง ๑๑๐ ล้านบาท ระยะเวลาผ่อนชำระคืนที่ ๓ ปี ดอกเบี้ย ๓.๗๕

                นี่คือ เงินกู้ต้องหามาคืนแน่นอน ไม่ได้ให้ฟรี"

                นี่...ส่วนหนึ่งของปิยวาจา ที่ปิยบุตรสำแดงเมื่อวาน

                พูดกับอาจารย์กฎหมาย พูดลอยๆ ไม่ได้

                ฉะนั้น ขอนำจาก isranews ในเรื่องเสี่ยธนาธรปล่อยเงินกู้พรรคตัวเองมาให้ศึกษากัน

                เริ่มจากที่ธนาธรพูดให้นักข่าวต่างชาติฟังที่สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศแห่งประเทศไทย เมื่อ ๑๕  พ.ค. ว่า

                "ให้ผมเปิดเผยถึงวิธีบริหารการเงินของพรรคนี้สักหน่อย พรรค (อนาคตใหม่) เป็นหนี้ผมอยู่ ผมให้เงินพรรคยืมอยู่ ๑๑๐ ล้านบาท

                ระหว่างการหาเสียงเลือกตั้งรอบนี้ พรรคไม่สามารถระดมทุนได้ทันเวลา

                อย่างที่ผมบอกไปว่าพรรคเพิ่งมีตัวตนในทางกฎหมายเมื่อวันที่ ๓ ตุลาคม ๒๕๖๑ ดังนั้น จึงเป็นไปไม่ได้เลยที่เราจะสามารถระดมเงินได้ทันการหาเสียงเลือกตั้ง

                แต่เราก็ไม่ต้องการทำเหมือนพรรคอื่น เราต้องการความโปร่งใส

                ดังนั้น ผมจึงไม่ได้ให้เงินพรรค แล้วบอกว่าให้พรรคใช้เงินก้อนนี้โดยไม่ต้องแจ้ง (กกต.) ผมต้องการที่จะเปิดเผยตรงไปตรงมา

                ผมจำตัวเลขที่แน่ชัดไม่ได้ แต่น่าจะประมาณ ๑๐๕ หรือ ๑๑๐ ล้านบาทไทย ผมให้พรรคยืมเงิน"

                ๒๐ พ.ค. น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรค ชี้แจงกรณีนี้ ว่า

                ไม่ได้ "ยืมเงิน"

                แต่เป็นการ "ปล่อยกู้" ให้แก่พรรคอนาคตใหม่ โดยมีเพดานวงเงินสูงสุดอยู่ที่ ๒๕๐ ล้านบาท

                แต่การดำเนินกิจกรรมจนถึงวันเลือกตั้ง พรรคกู้ไปแล้วประมาณ ๙๐ ล้านบาท ถึงขณะนี้ มีการกู้เพิ่มอีกนิดหน่อยเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายของพรรค ตัวเลขจึงอยู่ที่ ๑๑๐ ล้านบาท

                โดยยืนยันว่า ........

                การกู้เงินครั้งนี้ ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการบริหารพรรคแล้ว และพรรคจะเป็นผู้จ่ายเงินคืนนายธนาธรทั้งหมด

                สาระสำคัญของประเด็นนี้คือ

                นายธนาธร สามารถให้พรรค "ยืมเงิน" หรือ "ปล่อยกู้" ได้หรือไม่?

                ตรวจสอบตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.๒๕๖๐ พบว่า

                มีมาตราที่บัญญัติเกี่ยวกับวิธีการหาเงินเข้าพรรค ดังนี้

                ตามมาตรา ๕๘, ๕๙ และ ๖๐ ระบุไว้ สรุปได้ว่า

                พรรคการเมือง ต้องจัดทำบัญชีของพรรค ประกอบด้วย บัญชีรายวัน แสดงรายได้หรือรายรับ แสดงค่าใช้จ่าย หรือรายจ่าย บัญชีแสดงรายรับจากการบริจาค บัญชีแยกประเภท และบัญชีแสดงสินทรัพย์และหนี้สิน

                โดยงบแสดงฐานะการเงิน ต้องแสดงรายการสินทรัพย์ หนี้สิน และทุนของพรรคการเมือง

                ทั้งต้องแสดงที่มาของรายได้ตามมาตรา ๖๒ และค่าใช้จ่ายในการดำเนินการของพรรคการเมืองไว้ชัดเจน

                โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งและรายการอื่นตามที่ กกต.กำหนด

                มาตรา ๖๒ ระบุ พรรคการเมืองอาจมีรายได้ ดังต่อไปนี้

                ๑.เงินทุนประเดิมตามมาตรา ๙ วรรคสอง (ทุนประเดิมไม่น้อยกว่า ๑ ล้านบาท โดยผู้ร่วมกันจัดตั้งพรรคการเมืองทุกคนต้องร่วมกันจ่ายเพื่อเป็นทุนประเดิมคนละไม่น้อยกว่า ๑ พันบาท แต่ไม่เกินคนละ  ๕ หมื่นบาท)

                ๒.เงินค่าธรรมเนียมและค่าบำรุงพรรคการเมืองตามที่กำหนดในข้อบังคับ

                ๓.เงินที่ได้จากการจำหน่ายสินค้าหรือบริการของพรรค       ๔.เงิน ทรัพย์สิน และประโยชน์อื่นใด ที่ได้จากการจัดกิจกรรมระดมทุนของพรรค

                ๕.เงิน ทรัพย์สิน และประโยชน์อื่นใด ที่ได้จากการรับบริจาค

                ๖.เงินอุดหนุนจากกองทุน

                ๗.ดอกผล และรายได้ที่เกิดจากเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดของพรรคการเมือง

                ..................ฯลฯ............

                ทั้งนี้ รายได้ของพรรคการเมืองจะนำไปใช้เพื่อการอื่นใด นอกจากการดำเนินงานของพรรคมิได้

                ขณะที่มาตรา ๖๖ ระบุว่า........

                บุคคลใดจะบริจาคเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดแก่พรรคการเมือง มีมูลค่าเกิน ๑๐ ล้านบาทต่อพรรคการเมืองต่อปีมิได้

                และในกรณีที่บุคคลนั้นเป็นนิติบุคคล การบริจาคเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดให้แก่พรรคการเมือง ไม่ว่าพรรคเดียว หรือหลายพรรค เกินปีละ ๕ ล้านบาท ต้องแจ้งให้ที่ประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้นทราบในการประชุมใหญ่คราวต่อไปหลังจากบริจาคไปแล้ว

                พรรคการเมืองจะรับบริจาคเงิน ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดซึ่งมีมูลค่าเกินกว่าวรรคหนึ่งมิได้

                เมื่อพิจารณาตามข้อกฎหมายข้างต้นเห็นได้ว่า ในส่วนของรายได้เข้าพรรคนั้น

                ไม่มีข้อใดบัญญัติอย่างชัดเจนว่า สามารถกู้เงิน หรือยืมเงิน เพื่อมาเป็นทุนในการทำกิจกรรมของพรรคได้?

                ที่สำคัญ ไม่ว่าจะเป็นบุคคล หรือนิติบุคคลจะบริจาคเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดแก่พรรคมูลค่าเกิน ๑๐ ล้านบาทต่อปีมิได้ (นิติบุคคลถ้าเกิน ๕ ล้านบาท/ปี ต้องแจ้งที่ประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้นด้วย)

                รวมถึงพรรคการเมืองจะรับบริจาคเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดจากบุคคลธรรมดาที่มีมูลค่าเกิน ๑๐ ล้านบาทต่อปีมิได้เช่นกัน

                แม้ว่าท้ายที่สุดแล้ว........

                นายธนาธร ปล่อยกู้พรรค ไม่ว่าในนามส่วนตัว หรือนิติบุคคลก็ตาม พรรคอนาคตใหม่ มีสิทธิ์ "คืนเงิน" แก่นายธนาธรหรือไม่?

                "นายชูชาติ ศรีแสง" อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา ให้ความเห็นผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า

                การให้พรรคยืมเงิน อาจเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืน พ.ร.บ.พรรคการเมืองฯ มาตรา ๖๒ และตามมาตรา ๘๗ หรือไม่

                เนื่องจาก .........

                จะนำเงินของพรรคการเมืองไปใช้หนี้เงินกู้ยืมไม่ได้

                ถ้าฝ่าฝืน จะมีความผิดตามมาตรา ๑๓๒ ที่กำหนดไว้ว่ามีโทษจำคุกตั้งแต่ ๕ ปีถึง ๑๐ ปี หรือปรับตั้งแต่ ๑ แสนถึง ๒ แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

                อย่างไรก็ดี การตีความของนายชูชาติส่วนนี้ เป็นแค่ความคิดเห็นส่วนบุคคลเท่านั้น

                ตามข้อเท็จจริง ไม่มีกฎหมายมาตราใดบัญญัติว่า การกระทำดังกล่าวทำไม่ได้ เพียงแต่ไม่มีการระบุไว้ในกฎหมาย

                ดังนั้น จึงจำเป็นที่ต้องมีผู้เชี่ยวชาญ หรือเจ้าหน้าที่ด้านกฎหมายในสำนักงาน กกต.พิจารณาอีกครั้ง

                ในหมวดการใช้จ่ายของพรรคการเมือง มาตรา ๘๗ ระบุว่า

                เงินและทรัพย์สินของพรรคการเมือง ต้องนำไปใช้จ่ายเพื่อดำเนินกิจกรรมทางการเมืองของพรรค ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการเลือกตั้งของพรรค และสมาชิก และค่าใช้จ่ายในการบริหารพรรค

                พรรคการเมืองต้องเปิดเผยค่าใช้จ่ายในการโฆษณาหรือประชาสัมพันธ์การดำเนินกิจกรรมของพรรคไม่ว่าในรูปแบบใด ให้สมาชิกและประชาชนทราบเป็นการทั่วไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และระยะเวลาที่ กกต.กำหนด

                หากพบว่า มีการกระทำที่อาจขัดกับหลักเกณฑ์การบริจาค หรือให้ทรัพย์สินแก่พรรคการเมืองเกิดขึ้นจริง นายธนาธร และกรรมการบริหารพรรค อาจต้องถูกดำเนินการตามมาตรา ๑๒๔

                คือ ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๖๖ วรรคหนึ่ง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน ๕ ปี หรือปรับไม่เกิน ๑  แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นมีกำหนด ๕ ปี

                มาตรา ๑๒๕ ระบุว่า พรรคการเมืองใดรับบริจาคเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดอันมีมูลค่าเกินกว่าที่กำหนดไว้ในมาตรา ๖๖ วรรคสอง ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน ๑ ล้านบาท

                และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของหัวหน้าพรรค และกรรมการบริหารพรรค มีกำหนด ๕ ปี

                และให้เงิน หรือทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด ส่วนที่เกินมูลค่าที่กำหนดไว้ตามมาตรา ๖๖ ตกเป็นของกองทุน

                และมาตรา ๑๓๒ หัวหน้าพรรคการเมือง กรรมการบริหารพรรค และเหรัญญิกพรรค ผู้ใดนำหรือยินยอมให้บุคคลอื่นนำเงิน หรือทรัพย์สินของพรรคการเมืองไปใช้จ่ายเพื่อประโยชน์ส่วนตัว หรือบุคคลอื่น หรือนำไปใช้เพื่อการอื่นใด อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา ๘๗ วรรคหนึ่ง

                ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ ๕-๑๐ ปี หรือปรับตั้งแต่ ๑-๒ แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

                นี่คือข้อเท็จจริง-ข้อกฎหมาย เกี่ยวกับเงื่อนปมการปล่อยเงินกู้ของธนาธร.

 

 


ทำไม......... "พรรคอนาคตใหม่" จึงรณรงค์เรื่อง "ยกเลิกเกณฑ์ทหาร" ชนิดเอาเป็น-เอาตาย? ไม่ใช่เพราะ พล.ท.พงศกร สอบไม่ผ่านเข้าโรงเรียนเสธฯ หรอกนะ

ความเมืองเรื่อง "กล้วยและไข่"
เพื่อไทย 'หลอกแก้ผ้า' น้องใหม่
'ความลับทางทหารที่จำแม่น'
พรรคร่วม 'หลวม' ในแกนนำ
มีอะไรเสนอนอกจาก 'แบน'?
จากสภาสู่ 'พิพิธภัณฑ์ธรรมเจดีย์'