"ธนาธร"กับ"กฎหมายปิยบุตร"


   

                ธนาธร"..........

                กลายเป็น "เด็กสวน" ไปซะแล้ว!

                เมื่อวาน (๒๓ พ.ค.๖๒) สวมบทพระเอกฟิวเจอริสตา ทำเฟี้ยวใส่ "ศาลรัฐธรรมนูญ"

                ว่าที่มีมติเอกฉันท์ ๙ ต่อ ๐ รับคำร้อง กกต.ไว้พิจารณาวินิจฉัย กรณีเขาถือครองหุ้น บ. วี-ลัค มีเดียฯ  เข้าลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้ง

                เป็นเหตุให้สมาชิกภาพ ส.ส.สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๐๑ (๖) ประกอบมาตรา ๙๘ (๓) หรือไม่

                รวมทั้งที่ ศาลมีมติ ๘ ต่อ ๑ ให้ยุติการปฏิบัติหน้าที่ ส.ส.ไว้ก่อนนั้น

                ไม่เป็นธรรมสำหรับเขาบ้างละ เร็วไปบ้างละ ฯลฯ

                ก็คงเห็นลีลา "แอ็กหน้าจอ" ของธนาธรในรายการข่าวเมื่อค่ำวานกันไปแล้ว

                อะไรก็ไม่ว่า การแถลงตอบโต้มติศาลของธนาธร มันเข้าลักษณะ...ไปไหนมา....สามวาสองศอก ชัดๆ

                คือ ศาลมีมติในเรื่องหนึ่ง .........

                แต่ธนาธรใช้ลีลา "วัวพันหลัก" นำอีกเรื่องสร้างฉากพระเอกถูกรังแก เรียกน้ำตาและปลุกเร้าแฟนๆ

                จะอ้อนพ่อยก-แม่ยก ก็อ้อนไป

                แต่ขอเตือนไว้นิด....

                เชื่อพ่อ-เชื่อแม่ มีเงินให้นับหมื่นล้าน

                เชื่อปิยบุตร อาจได้นับซี่ลูกกรงแทน!

                คำก็..ปิยบุตร, สองคำก็..ปิยบุตร

                ตอนนี้เข้าไปครึ่งขา ก็ยังละเมอกฎหมาย "ฉบับปิยบุตร" อยู่นั่นแหละ

                ไม่แค่ละเมอ แถมเพ้อจะรวบรวมพลตั้งรัฐบาล ตัวเองจะขึ้นเป็นนายกฯ

                เอาเข้าไปนั่น พ่อดอกกระเจียวหอม!

                ถามตรงๆ ตั้่งแต่รวมหัว สานต่อ "อภิวัฒน์ประชาธิปไตยทักษิณ" มีซักเรื่องมั้ย

                ว่าใช่...ตามกฎหมายปิยบุตรชี้แนะ?

                ตงิดๆ มาตั้งแต่แนะให้ธนาธรเอา "อีซีพาส" มายืนยันการเดินทางด้วยรถตู้เหาะมาเซ็นโอนหุ้นวันที่ ๘ มกรา.นั่นแล้ว

                ไปเปิด "วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี" ด้วยอยากดูให้แน่ใจว่าปิยบุตรฉกาจฉกรรจ์ด้านกฎหมายจริงๆ

                ในนั้่นบอกว่า.........

                "รองศาสตราจารย์ ปิยบุตร แสงกนกกุล (ชื่อเล่น ป๊อก ; เกิดเมื่อวันที่ ๒๓ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๒๒)

                เป็นเลขาธิการ "พรรคอนาคตใหม่"

                อดีตอาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อดีตสมาชิกคณะนิติราษฎร์

                เป็นผู้เชี่ยวชาญในกฎหมายรัฐธรรมนูญของไทยและฝรั่งเศส"

                โอ๊ะ...

                เชี่ยวชาญทั้งด้านกฎหมายรัฐธรรมนูญไทยและฝรั่งเศส แต่ฟังที่ท่านรองศาสตราจารย์ปิยบุตรให้ความเห็นด้านกฎหมาย

                ทั้งในกรณี "ถือหุ้นสื่อ"

                และในกรณี "หัวหน้าพรรคปล่อยเงินกู้ให้พรรค"

                มันทะแม่งๆ เหมือนแยกไม่ออกหรือไม่เข้าใจ ระหว่างกฎหมายทั่วไป กับกฎหมายมหาชน

                แถมอ้างมั่ว จับแพะ-ชนแกะ ฉบับไหนต่อฉบับไหนเอามายำเลอะไปหมด

                เลอะไม่เลอะเปล่า บางเรื่อง นำความจริงครึ่งเดียว หรือตัดทอนครึ่งๆ กลางๆ มาสำแดงโวหาร

                คนฟังที่ไม่รู้เรื่องอย่างผม แรกๆ ก็หลงเชื่อ ด้วยเห็นความเป็นอาจม-อาจารย์ สอนกฎหมายในมหา'ลัย            

                แต่ที่ไหนได้ ตัวอย่างที่ตำตา....

                 ด้วยกุนซือกฎหมายปิยบุตร ธนาธรนอกจากถูกแขวนการเป็น ส.ส.

                "ขา" เข้าไป "ข้างหนึ่ง" แล้ว!

                ที่อ้างพรรคการเมืองในต่างประเทศกู้ได้ ก็พูดครึ่งเดียว ที่ยกคำพูด "หลุยส์ อ็องตวน เดอ แซ็ง-ฌุสต์" นั่นก็ตัดตอนมาอ้างหวังผลทางสั่นคลอนถึงสถาบันกษัตริย์ในไทย

                และเมื่อวาน พะงาบๆ อยู่กะตา....

                ธนาธรยังกระแทกศาล ด้วยพล่ามตามคัมภีร์กฎหมายปิยบุตร!

                เฮ้อ....!

                ก็พิสูจน์ให้เห็นอย่าง รวยสกุล รวยทรัพย์ สูงศึกษา ต่อให้ฉลาดล้ำขนาดไหน

                แต่ถ้าปัญญาขาดสัมมาสติ

                ยากเข้าถึงภาวะ "ผู้มีใจฝึกแล้วประเสริฐ" ที่เรียกกันว่า "มนุษย์" นั่นแหละ!

                ใครที่ฟังฟิวเจอริสตาธนาธรพูดเมื่อวาน ต้องเข้าใจว่า ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินธนาธรแล้ว

                ความจริง ไม่ใช่...

                ไม่มีอะไรเร็ว ไม่มีอะไรช้า เป็นไปตามกฎหมายทุกขั้นตอน เมื่อวาน มติ ๙ ต่อ ๐ นั้น

                ไม่ใช่มติศาลตัดสินคดีธนาธร กรณีหุ้นสื่อ

                เป็นแค่มติว่า.....

                ที่ กกต.ส่งเรื่องมาให้พิจารณาวินิจฉัยนั้น ศาลประชุมพิจารณาแล้ว ว่าเรื่องมีมูล

                ก็ "รับเรื่อง" นั้่น เข้าสู่สารบบ เพื่อการพิจารณาวินิจฉัย ไต่สวน สู่ขั้นการตัดสินต่อไป

                เท่าเนี้ย....

                ยังไม่มีการตัดสินคดีแต่อย่างใด บรรดาแดงแปลงเป็นฟ้า บรรดาเอ็นจีโอ บรรดา'จารย์รับจ้างทั้งหลาย

                ก็อย่าเพิ่งแปลงสาร สุมฟืน-โหมไฟ หวังให้เป็นเหมือนอินโดนีเซียตอนนี้เลย!

                ธนาธร ก็พูดความจริงให้หมดเปลือก บอกแฟนๆเขาไปซิว่า แค่ "ถูกพักงาน" ระหว่างคดีเท่านั้น ศาลยังไม่ได้ตัดสิน

                ศาลให้เวลา ๑๕ วัน ให้คำแก้ข้อกล่าวหาไปให้ศาล มีเอกสารหลักฐานยืนยันหักล้างคำร้องอย่างไร ก็รวบรวมส่งไป

                อีซีพาส ใบสั่งจราจร ต้นขั้วเช็ค สมุดจดทะเบียนบริษัท สมุดทะเบียนผู้ถือหุ้น บอจ.๕ หรือสำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น อะไรต่างๆ บรรดามี ก็ส่งไป

                ศาลรัฐธรรมนูญเป็นระบบไต่สวน คนละแบบกับศาลอาญา ที่เป็นแบบกล่าวหา

                ธนาธรมีปิยบุตรสุดยอดวิทยายุทธ์กฎหมายอยู่ทั้งคน จะต้องกลัวอะไร ไปสำแดง-แจงแจกในนัดไต่สวนได้เต็มที่

                เรื่องที่ว่าไม่เป็นธรรมนั้น ระวังเถอะ....

                ขืนพล่อยไม่มีหูรูดบ่อยๆ แล้วจะว่า "กฎหมายรังแก" ไม่ได้เชียวนะ!

                เรื่องถือหุ้นสื่อนี้ ภายในเดือนหน้า คือเดือน มิ.ย.ถึงจะมีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเป็นที่สุดออกมา

                ถ้าศาลวินิจฉัยว่าไม่ขาดคุณสมบัติ ผมก็อนุโมทนา และขอฝากเนื้อ-ฝากตัวกับว่าที่นายกรัฐมนตรีธนาธรไว้แต่เนิ่นๆ ด้วย

                แต่ถ้าวินิจฉัยว่าผิด คือตัดสินว่าขาดคุณสมบัติตามคำร้อง ไม่จบแค่ไม่ได้เป็น ส.ส.หรอก

                มันจะยาวกว่านั้่น จะยาวไปถึงไหน ก็อ่านที่คุณ "คำนูณ สิทธิสมาน" เคยโพสต์ fb ไว้ บางช่วง-บางตอน ดังนี้

                เดิมทีรัฐธรรมนูญ 2550 บัญญัติห้ามผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเป็นเจ้าของหรือถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์ วิทยุโทรทัศน์ หรือโทรคมนาคม ไว้ในมาตรา 48 หมวดสิทธิเสรีภาพ ต่อท้ายมาตรา ว่าด้วยคลื่นความถี่

                และย้ำอีกทีไว้ในมาตรา 265-268 ว่าด้วยการกระทำอันเป็นการขัดกันระหว่างผลประโยชน์ ห้ามทั้ง ส.ส., ส.ว. และรัฐมนตรี

                หมายความว่า.........

                ถ้ามีหุ้นดังกล่าวอยู่ก็ให้จัดการเสียให้เรียบร้อยก่อนเมื่อจะดำรงตำแหน่งทางการเมือง ไม่ใช่ต้องจัดการให้เรียบร้อยก่อนมาสมัครรับเลือกตั้ง

    ส่วนโทษของการกระทำต้องห้ามนั้น ถ้ายังคงมีหุ้นกิจการดังกล่าวอยู่ในระหว่างดำรงตำแหน่ง ไม่ว่าจะโดยเหตุใด ถือเป็นเหตุที่จะทำให้ขาดจากสมาชิกภาพและพ้นจากตำแหน่งตามมาตรา 106, 119 และ 182

                ทั้งนี้ โดยกระบวนการที่จะไปจบที่การวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญตามมาตรา 91

                แต่รัฐธรรมนูญ 2560 ยกระดับขึ้นไปอีกในทุกมิติ

                คือ ห้ามตั้งแต่ขั้นตอนสมัครรับเลือกตั้ง

                โดยเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 98 (3) ลักษณะต้องห้ามสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส. ซึ่งก็ถูกโยงไปเป็นลักษณะต้องห้ามของการเป็น ส.ว. และรัฐมนตรีด้วย ตามมาตรา 108 และ 160

    "(3) เป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใดๆ" โดย พ.ร.ป.เลือกตั้งฯ นำมาเขียนรับไว้ในมาตรา 42 (3) ตรงนี้แตกต่างจากเดิมชัดเจน คือห้ามถือหุ้นฯ ตั้งแต่ก่อนสมัครรับเลือกตั้งเลย ต้องจัดการให้เรียบร้อยก่อนวันไปยื่นใบสมัคร

                นอกจากนั้น......

                โทษของการกระทำการอันมีลักษณะต้องห้ามประการนี้ ยังไม่ใช่แค่ขาดสมาชิกภาพและพ้นจากตำแหน่งเหมือนรัฐธรรมนูญ 2550 เท่านั้น

    แต่ถ้า "รู้อยู่" แล้วยังคง "กระทำไป" มีโทษหนักทั้งทางอาญาและทางการเมือง

                บัญญัติอยู่ใน พ.ร.ป.เลือกตั้งฯ มาตรา 151 จำคุก 1-10 ปี ปรับ 20,000- 200,000 บาท เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 20 ปี

                เป็นไงล่ะ ธนาธร....

                ม่อยกระรอกเลยใช่มั้ย ตานี้?

                 ที่จะตะกายไปเป็นนายกฯ น่ะ เปิดรัฐธรรมนูญ มาตรา ๙๘ (๓) โยงไปถึงมาตรา ๑๐๘ และ ๑๖๐ ดูซิ  ว่าเขาให้เป็นได้มั้ย สำหรับคนขาดคุณสมบัติ?

                โบราณว่า "อย่าเอามะพร้าวห้าวไปขายสวน"

                แต่กับ "ธนาธร-ปิยบุตร" นี่

                เอามะพร้าวทั้งสวนยัดตูด ก็ยังแยกไม่ออกว่าไหนสวน-ไหนมะพร้าว?      

                แต่บอกให้บรรดาฟ้าของพ่อได้เบาใจนิดนึง

                กรณีนี้ สมมุติผิด ขั้นตอนต่อจากนั้น ก็ไปถึงศาลฎีกาแผนกเลือกตั้ง

                นี่แหละ จะคุก-ไม่คุก ....

                คดีจะโยงไปถึงแม่-ถึงลูกขนาดไหน อย่างไรหรือไม่?            

                อดใจรออีกแป๊บ รู้เรื่อง!

                ที่บอกให้บรรดาฟ้าของพ่อเบาใจก็คือว่า กรณีนี้เป็น "ความผิดเฉพาะตัว"

                ไม่ถึงขั้น "ยุบพรรค" หรอกน่า! 


อย่าว่าโง้น-งี้เลยนะ วันนี้..... ขอฉลองศรัทธา "คุณไพศาล พืชมงคล" เจ้าสำนักบางโพที่ไม่ต้องขยายความสักสอง-สามคำเถอะ

วันนี้ "ตามใจแฟน" ซักวัน
'คนไทยหัวใจกระวีกระวาด'
เรื่องพานกับ 'คนนอกคอก'
ประชาธิปไตย 'พานไหว้ครู'
โลกจะสวยด้วย "จิตให้"
'แม่มด' หรือคน 'คดแผ่นดิน'