“หอการค้าไทย” แจงดัชนีเอสเอ็มอีไทยทรุดเศรษฐกิจในประเทศดิ่ง


   

 

24 พ.ค. 2562 นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงผลสำรวจดัชนีความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจเอสเอ็มอีทั้งภาคการผลิต ภาคการค้า และบริการ ประจำไตรมาส 1/2562 ทั่วประเทศ พบว่า ลดลงเหลือ 48.7 จากไตรมาสที่ผ่านมาอยู่ที่ระดับที่ 49 โดยในจำนวนนี้พบว่า เอสเอ็มอีที่เป็นลูกค้าของ ธพว.ลดลงอยู่ที่ระดับ 55.5 ส่วนกลุ่มที่ไม่ได้เป็นลูกค้าของ ธพว. ดัชนีอยู่ที่ระดับ 41.6

นอกจากนี้ ยังพบว่าตัวชี้วัดลดลงทุกด้าน ทั้งสถานการณ์ธุรกิจที่ลดลงมาอยู่ที่ 43.7 เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ผ่านมา จากสถานการณ์สภาพคล่อง หนี้สินโดยรวม ยอดขาย ตลอดจนกำไรสุทธิที่แย่ลง ด้านความสามารถในการทำธุรกิจ ก็ลดลงต่ำกว่าค่ากลางเหลือ 49.9 เนื่องจากต้นทุนต่อหน่วยสูงขึ้น มีผลต่อการตั้งราคาและกำไรจากการขาย และการเข้าถึงแหล่งทุนที่ยากขึ้น รวมถึงตัวชี้วัดจากดัชนีความยั่งยืนของธุรกิจที่ปรับลดลงมาอยู่ที่ 52.5 หลังการลงทุนการตลาด และการลงทุนด้านเทคโนโลยีและวิจัยที่ลดลง 

“ภาวะเศรษฐกิจของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในปีนี้ คาดจะเติบโต 5% โดยเฉพาเฉพาะเดือนพ.ค.นี้จะโตที่ 4.3-4.8% โดยภาพรวมถือว่าปรับตัวลดลงจากปีก่อนโตที่ 5.3% ซึ่งเป็นผลจากปัญหาด้านเศรษฐกิจในประเทศที่ยังไม่ฟื้นตัว รวมถึงปัญหาสงครามการค้า หากปัญหายังไม่คลี่คลายโดยเร็ว อาจส่งผลให้ภาคการส่งออกสินค้าเกษตร และสินค้าในภาคอุตสาหกรรมได้รับผลกระทบอย่างมากขึ้น ดังนั้นผู้ประกอบการต้องปรับตัว เพื่อรองรับสถานการณ์” นายธนวรรธน์ กล่าว

นายพงชาญ สำเภาเงิน รักษาการกรรมการผู้จัดการธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) กล่าวว่า ธพว. จะเน้นสนับสนุนการให้ความรู้คู่เงินทุน เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีให้เกิดความเข้มแข็งได้จริง โดย ธพว.จะยังคงเดินหน้ามอบ 3 เติม ได้แก่ เติมทักษะ เติมทุน และเติมคุณภาพชีวิตให้แก่เอสเอ็มอีไทยอย่างต่อเนื่อง


ผมผิดอะไร?...........ฟัง "ทอน" แถลงข่าวก็ได้ข้อสรุปไม่ใช่เรื่อง "อยู่เป็น" หรือ "อยู่ไม่เป็น" แล้วล่ะ        อยู่ไปก็ไลฟ์บอยซะมากกว่า 

"ทอน-บุตร" ประเทศกูมี
"๓.๖ ล้าน" สู่วีรชนลำพะยา
คนของ 'แม้ว-ปู' จะปราบโกง
ไม่แก้ รธน.จะมีใครตาย?
ระวังจะ 'อยู่ ไม่ ได้'!
เราไม่ทิ้งกัน 'วันนี้ ๑ ล้าน' แล้ว