ฤดูแห่งความเขียวขจี ฝนนี้เที่ยว“เมืองลำปาง”


   

 ย่างเข้าสู่ “ฤดูแห่งความเขียวขจี” หลายพื้นที่ในประเทศไทยจัดกิจกรรมต่างๆ เชิญชวนผู้คนเข้ามาท่องเที่ยวในพื้นที่ เช่นเดียวกับที่จังหวัดลำปาง นำเสนอแหล่งเที่ยวแห่งในช่วง Green Season รองรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบความสดชื่น เย็นสบาย

นายอนันต์ สีแดง ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานลำปาง กล่าวว่า ในช่วงฤดูฝน ประมาณเดือนมิถุนายน-กันยายนที่จะถึงนี้    ททท.สำนักงานลำปาง กำลังจัดทำคู่มือท่องเที่ยว Green Season ในรูปแบบ E-book เพื่อให้ดาวน์โหลดจากเพจ ททท.สำนักงานลำปาง ได้ในเร็วๆ นี้ สำหรับใช้เป็นข้อมูลในการเดินทาง โดยเนื้อหาด้านในประกอบด้วยกิจกรรมทางการท่องเที่ยวที่หลากหลาย และแหล่งท่องเที่ยวที่ไม่ควรพลาด

สำหรับแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจมีหลากหลาย อาทิ แหล่งบรรจบของสายน้ำร้อน น้ำเย็นหนึ่งเดียว บริเวณอุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน ซึ่งนอกจากจะได้ฟังเสียงน้ำตกแล้ว ยังสามารถแช่น้ำร้อนผ่อนคลายได้

                สำหรับคอกาแฟ ชวนไปสัมผัส Café หน้าฝนด้วยการจิบกาแฟพันธุ์อาราบิก้า (คั่วโอ่ง หรือกาแฟแมคคาเดเมีย) รวมไปถึงการอบสมุนไพรแบบบ้านๆ ที่โอโซน การ์เด้น หรือไปชมทิวทัศน์แบบ 360 องศาที่ วัดพระพุทธบาทปู่ผาแดง, จุดชมวิววัดดอยพระฌาน , จุดชมวิวดอยผาแดงแดนสองตะวัน

ยังมีกิจกรรม "ถนนศิลปะ ลานเด็กยิ้ม ริมน้ำวัง" ทุกบ่ายวันเสาร์ของเดือนมิถุนายน และเสาร์แรกของเดือนกรกฎาคม บริเวณสตรีทอาร์ต ริมวังหลังจวน ถึง สะพานรัษฎาภิเศก, "มนต์เสน่ห์ ปงสนุก" ทุกวันอาทิตย์ของเดือนมิถุนายน บริเวณหน้าวัดปงสนุกเหนือ

                "ผจญภัยในโลกสีเขียว เที่ยวแจ้ซ้อน" ตลอดช่วงฤดูฝน บริเวณอุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน, "เที่ยวป่าหน้าฝน" ที่อุทยานแห่งชาติทุกแห่ง ดอยแม่แจ๋ม ป่าเหมี้ยง  , "เดินขัวแตะ จิบกาแฟ แลทุ่ง"  สะพานบุญขัวแตะวัดพระธาตุสันดอน อำเภอแม่ทะ, วัดหลวงนางอย อำเภอเสริมงาม จังหวัดลำปาง, "ท่องเที่ยวเชิง CSR มาปลูกป่า สร้างฝายที่ลำปาง"  

พบกับ "บางกอกแอร์เวย์ลำปางฮาล์ฟมาราธอน" วันที่ 7 กรกฎาคม 2562, "มินิมอลล์แม่วะเทรล" 14 กรกฎาคม 2562 "เทศกาลท่องเที่ยวเขื่อนกิ่วลม แจ้ห่ม วังเหนือ" วันที่ 13-14 กรกฎาคม 2562, งาน "สืบสานตำนานเจ้าพ่อทิพย์ช้าง" วันที่ 18-19 กรกฎาคม 2562 และ "แม่เมาะมินิฮาล์ฟมาราธอน" วันที่ 4 สิงหาคม 2562

ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานลำปาง ยังกล่าวว่า  ยังมีกิจกรรมที่ส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชน อาทิ นั่งรถม้าชมเมืองลำปาง อันเป็นอัตลักษณ์ของชาวเมืองลำปาง ซึ่งครั้งหนึ่งรถม้าเปรียบเสมือนกับรถแท็กซี่ที่รับ-ส่งผู้โดยสารจากสถานีรถไฟเข้าสู่ตัวเมือง แต่ปัจจุบันกลายเป็นพาหนะสำหรับนักท่องเที่ยว เพื่อเยี่ยมชมวัด อาคารเก่า บ้าน และตึกโบราณที่มีอายุมานานตั้งแต่สมัยอดีต การนั่งรถม้าทำให้ได้สัมผัสถึงวิถีชีวิตของชาวลำปาง และชมวิวทิวทัศน์ของเมืองลำปาง นั่งครึ่งชั่วโมงราคา 300 บาท และราคาเพียง 400 บาท เมื่อเลือกนั่ง 1 ชั่วโมง

ยังมีกิจกรรม “นั่งรถรางท่ามะโอ” เยี่ยมชมแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของชุมชนท่ามะโอ อำเภอเมืองฯ โดยจุดเริ่มต้นของรถรางอยู่ที่ลานอเนกประสงค์หน้าวัดประตูป่อง ชมซุ้มประตูโขงที่สมบูรณ์และสวยงามที่สุดของภาคเหนือ ก่อนที่จะออกเดินทางผ่านกาดหัวขัว วัดปงสนุกเหนือ ถนนสายวัฒนธรรม กู่ย่าสุตา วัดแสงเมืองมา กำแพงเมืองโบราณ สถานปฏิบัติธรรมหลวงพ่อเกษม เขมโก วัดพระแก้วดอนเต้าสุชาดาราม บ้านหลุยส์ และสถาปัตยกรรมบ้านโบราณ อัตราค่าบริการนั่งรถรางในวันธรรมดาเหมาเป็นรอบเท่านั้น ผู้ใหญ่ราคาคันละ 1,000 บาท นักเรียนคันละ 500 บาท ส่วนวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ผู้ใหญ่ราคาคนละ 60 เด็กคนละ 30 บาท ถ้าเด็กอายุต่ำกว่า 3 ปีนั่งฟรี ช่วงเวลามีรอบเช้า เริ่ม 09.00 น. และรอบบ่าย เริ่ม 13.00 น.

สนุกกับ “Play & Learn เพลินกับการเรียนรู้วิธีทำเซรามิก” เช่น พิพิธภัณฑ์เซรามิกธนบดี เป็นแหล่งผลิตเซรามิกแห่งแรกในจังหวัดลำปาง และยังเป็นสถานที่ที่รวบรวมเรื่องราวความเป็นมาของเซรามิกและชามตราไก่เอาไว้, อินทราเอาท์เลท แหล่งเรียนรู้เก่าแก่อีกแห่งหนึ่งในจังหวัดลำปาง มีโรงงานเพื่อขอเยี่ยมชมการผลิตเซรามิกได้

 “Play & Learn เพลินกับการอาบน้ำช้าง” ฝึกเป็นควาญช้าง และขี่ช้างชมธรรมชาติ ชมการแสดงของช้าง ให้อาหารช้าง ที่ศูนย์ฝึกอนุรักษ์ช้างไทยในช่วงฤดูฝน ซึ่งป่ามีความสมบูรณ์และสวยงาม นับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะโปรแกรมฝึกเป็นควาญช้าง ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ทั้งจากชาวไทยและชาวต่างชาติ

ขณะที่ “ล่องแพเขื่อนกิ่วลม” ใช้เวลานั่งแพครึ่งวัน  ชมธรรมชาติและวิถีชุมชนที่น่าสนใจ เช่น แหลมชาวเขื่อน ผาเกี๋ยง ผางาม ทะเลสาบสบพุ หมู่บ้านชาวประมงและบ้านสา เหมาะสมสำหรับคนที่มีเวลา รักความสงบ หรืออยากใช้ชีวิตอย่างไม่เร่งรีบ

สำหรับนักท่องเที่ยวสายกิน ลำปางเป็นจังหวัดที่มีอาหารการกินหลากหลาย เช่น “ร้านบะหมี่หงวนชุน” ร้านเก่าแก่เชิงสะพานรัษฎาภิเศก ที่ยังคงกลิ่นอายในแบบวันวานไว้ “ข้าวซอยจีนฮ่อ” ผสมผสานระหว่างอาหารเหนือเข้ากับแบบฉบับของอาหารจีนให้ความอร่อย กลมกล่อม หอม หวาน มัน, “ร้านซะป้ะก๋วยเตี๋ยว” ร้านเล็กๆ ที่มีจุดเด่น ในการใช้ถ้วยเซรามิกชามยักษ์เป็นภาชนะ ขนาดรับประทานได้มากสุดถึง 5 คน มีทั้งหมู เนื้อ ทะเล มีน้ำซุปให้เลือกมากมาย มีทั้งก๋วยเตี๋ยวน้ำตก ต้มยำน้ำข้น น้ำใส รสชาติกลมกล่อม

 “ขนมข้าวปั้น” หรือขนมถ้วยจีน ของกินเล่นของชาวจีนสมัยก่อน หารับประทานได้เฉพาะในจังหวัดลำปาง ลักษณะคล้ายขนมถ้วย ทำมาจากแป้ง มีน้ำเชื่อมที่ทำจากน้ำตาลมะพร้าว หรือน้ำอ้อยราดหน้าตามด้วยหัวไชโป๊เค็มสับและกระเทียมเจียวโรยไว้   หารับประทานได้ที่ถนนคนเดินสายวัฒนธรรมที่จะมีทุกวันศุกร์ และที่กาดกองต้าทุกวันเสาร์-อาทิตย์ วันธรรมดาซื้อได้ที่ด้านหน้าวัดเกาะวารุการาม

ปิดท้ายด้วย “เมนูยำไข่น้ำแร่แจ้ซ้อน” หนึ่งในอาหารถิ่นต้องห้ามพลาดประจำจังหวัดลำปางของ ททท. เมนูนี้คิดค้นขึ้นโดย ม.ร.ว.ถนัดศรี สวัสดิวัตน์ ด้วยการนำไข่ไก่ลงไปแช่ในบ่อน้ำร้อนของอุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน ที่มีอุณหภูมิอยู่ที่ 82 องศา ใช้เวลา 17 นาที จะได้ไข่แดงที่สุกนิ่มพอดี ไข่ขาวเป็นวุ้น จากนั้นนำมาปรุงรสแบบยำครบเครื่อง ใส่หอมแดง พริกซอย มีให้ชิมได้ที่อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน หรือในตัวเมืองมีขายที่ถนนคนเดินสายวัฒนธรรมทุกวันศุกร์ และถนนคนเดินกาดกองต้าทุกวันเสาร์-อาทิตย์

“ช่วง Green Season นี้ หากยังไม่ได้วางแผนที่จะเดินทางท่องเที่ยวที่ไหน ททท.สำนักงานลำปาง ขอเชิญชวนมาเที่ยวเมืองรองแห่งนี้ รับรองจะไม่ผิดหวังเลย ด้วยสถานที่ดีๆ วิวสวยๆ พร้อมความเขียวขจีของแหล่งท่องเที่ยวหน้าฝน ที่สำคัญ ผู้ประกอบการที่พัก ร้านอาหาร ร้านจำหน่ายของที่ระลึกและชุมชนท่องเที่ยว ยังมีโปรโมชั่นส่วนลดพิเศษ  10-50% อีกด้วย” ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานลำปาง กล่าวปิดท้าย

 สำหรับผู้สนใจแหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดลำปาง รวมถึง e-book ที่กำลังจะเปิดตัว อย่าลืมกดติดตามเฟซบุ๊ก h ttps://www.facebook.com/lampang.tourism/ หรือ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ททท. สำนักงานลำปาง โทรศัพท์ 0-5422-2214-5 ได้ทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการ ตั้งแต่เวลา 08.30-16.30 น.

สรณะ รายงาน

 

แกลลอรี่


นายสุวิทย์ เมษินทรีย์.... รัฐมนตรีว่าการการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (รมว.อว.)

เพิ่งเริ่มต้น "อย่าด่วนสรุป"
ข้อคิดคำนึงจาก 'คำพิพากษา'
'เสรีภาพกับข่าวเฟก-ข่าวมั่ว'
โลกาภิวัตน์ของ พล.ท.พงศกร
อีก ๓๖๔ วัน 'แม่กินอะไร?'
บ้านเมือง 'คนละเรื่องเดียวกัน'