สงครามการค้าฉุด “ส่งออก”


เพิ่มเพื่อน    

 

                สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ ได้ประกาศตัวเลขเศรษฐกิจ (จีดีพี) ในไตรมาส 1/2562 ออกมาเรียบร้อยแล้ว พบว่าขยายตัวเพียง 2.8% เท่านั้น ซึ่งถือเป็นการขยายตัวต่ำที่สุดในรอบ 17 ไตรมาส นับตั้งแต่ไตรมาสที่ 4/2557 โดยสภาพัฒน์ระบุถึงเหตุผลหลักๆ ของการชะลอตัวลงของเศรษฐกิจในช่วงดังกล่าวว่า มาจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลก รวมถึงปัญหาสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน ที่ดูเหมือนจะรุนแรงและยืดเยื้อมากกว่าที่หลายฝ่ายคาดการณ์เอาไว้ เป็นผลให้การส่งออกในช่วงไตรมาสแรกของปี ขยายตัวติดลบถึง 3.6% อีกด้วย

                นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยเสี่ยงเรื่องการเมืองภายในประเทศ ที่แม้จะมีการเลือกตั้งไปเรียบร้อยแล้ว แต่ก็ยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจนเรื่องการจัดตั้งรัฐบาล จนกลายเป็นการยืดเยื้อต่อมาเรื่อยๆ ซึ่งเรื่องนี้ส่วนหนึ่งมีผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน และประชาชนในประเทศบ้าง จนกลายเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม

                ด้วยปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้ เป็นผลให้ “สภาพัฒน์” ตัดสินใจทบทวนประมาณการตัวเลขเศรษฐกิจ (จีดีพี) ของไทยในปี 2562 ใหม่ โดยลดลงมาอยู่ที่ 3.6% จากคาดการณ์เดิมที่ 4% ด้วยเหตุผลข้างต้นเป็นหลัก คือ ปัญหาสงครามการค้าที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น จนเริ่มสะท้อนที่ภาคการส่งออกของไทยที่มีการขยายตัวแบบติดลบให้เห็น

                "สิ่งที่ทำให้เศรษฐกิจไทยยังขยายตัวได้ไม่มากเท่าที่ควร เป็นผลจากการลงทุนของภาครัฐ และการใช้จ่ายของรัฐวิสาหกิจที่ยังทรงตัวเท่าเดิม ปัจจัยเสี่ยงที่ต้องระวัง โดยอาจทำให้เศรษฐกิจขยายตัวได้ไม่มากเท่าที่ควร คือ ในช่วงเลือกตั้ง ที่ทำให้การตัดสินใจในเชิงธุรกิจต้องรอความนิ่งจากการเมืองก่อน ดังนั้นหากการเมืองนิ่ง สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ คิดว่าบรรยากาศต่างๆ จะกลับมาดีขึ้น โดยเฉพาะเรื่องงบประมาณของปี 2563 ที่จะเข้าสู่กระบวนการด้านรัฐสภา และประกาศใช้ได้ทันในเดือน ต.ค.2562"

                ขณะที่ “ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)” มองว่า การชะลอตัวลงของเศรษฐกิจไทยนั้น มาจากปัจจัยหลักของการชะลอตัวลงของภาคการส่งออกสินค้า ที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการกีดกันทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีน รวมถึงการชะลอตัวลงของเศรษฐกิจโลก พร้อมมองอีกว่า ในระยะต่อไป เศรษฐกิจไทยยังมีแนวโน้มที่จะขยายตัวได้ต่ำกว่าที่ประเมินไว้ จากปัจจัยเสี่ยงหลักจากภาคต่างประเทศเป็นสำคัญ โดยเฉพาะสถานการณ์ความขัดแย้งทางการค้าของสหรัฐและจีนที่อาจส่งผลกระทบต่อการผลิตและการใช้จ่ายภาคเอกชน

                ต้องยอมรับว่า ปัจจัยเสี่ยงจากภาคต่างประเทศ โดยเฉพาะเรื่องสงครามการค้าระหว่าง 2 ประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐและจีน เป็นปัจจัยเสี่ยงหลักที่มีผลต่อการขยายตัวของภาคการส่งออก ซึ่งมีผลมาถึงภาพรวมเศรษฐกิจของไทยด้วย แม้ว่าหลายฝ่ายจะประเมินว่าไทยจะไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากปัญหาดังกล่าว แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า ยังมีผลกระทบทางอ้อม ที่มีทั้งแง่บวกและแง่ลบเข้ามาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

                ภาคเอกชนอย่าง “ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีเอ็มอี (TMB Analytics)” ได้ทำการประเมินภาพรวมการส่งออกของไทยในปี 2562 โดยระบุว่า มีโอกาสขยายตัวได้เพียง 1.5% เท่านั้น ซึ่งต่ำกว่าคาดการณ์เดิมที่ 4.3% สืบเนื่องมาจากปัญหาเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ความไม่แน่นอนของสงครามการค้าและราคาสินค้าโภคภัณฑ์ แม้ว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะยังเติบโตได้ แต่ก็เป็นแรงส่งที่ไม่แรงเพียงพอที่จะทำให้ภาพการค้าของโลกดีขึ้น ทำให้คาดการณ์ว่าภาคการส่งออกของไทยในปีนี้ไม่อาจพึ่งพาตลาดส่งออกหลักได้

                สอดคล้องกับ “ธนาคารโลก (World Bank)” ที่ประเมินว่า ปัจจัยเสี่ยงเรื่องความตึงเครียดทางการค้าของตลาดโลก ซึ่งเป็นผลมาจากปัญหาสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีนนั้น ถือเป็นประเทศที่มีความท้าทายสำคัญต่อภาคการส่งออกของหลายประเทศในภูมิภาค ซึ่งรวมถึง “ไทย” ด้วย โดยธนาคารโลกมองว่า ในปี 2562 นี้ ภาคการส่งออกของไทยจะขยายตัวลดลงมาอยู่ที่ 5.7% จาก 5.9% ในปีก่อนหน้า และจะลดลงมาอยู่ที่ระดับ 5.5% ในปี 2563 อีกด้วย

                นั่นอาจเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่า ปีนี้ภาคการส่งออกของไทยคงจะ “เหนื่อย” หน่อย และอาจจะเป็นแรงส่งที่ไม่แข็งแรงเพียงพอที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศเหมือนในช่วงก่อนๆ การหันพึ่งพาปัจจัยเสริมจากภายในประเทศ ผ่านการกระตุ้นต่างๆ คงเป็นอีกทางเลือกที่รัฐบาลเร่งดำเนินการ เพื่อขับเคลื่อนให้เศรษฐกิจไทยในปี 2562 ยังสามารถขยายตัวอยู่ได้.

 

ครองขวัญ รอดหมวน


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.