รอเสนอต้มยำกุ้ง มรดกภูมิปัญญา


เพิ่มเพื่อน    


    วธ.เตรียมเสนอ "ต้มยำกุ้ง" ให้ยูเนสโกพิจารณาขึ้นบัญชีมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของมนุษยชาติให้ทันภายในเดือน มี.ค.63 ชี้เป็นอาหารที่แสดงอัตลักษณ์ความเป็นไทยของคนภาคกลาง
    เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคมนี้ นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมและรักษามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม ครั้งที่ 5/2562 ว่า ที่ประชุมได้รับรายงานความคืบหน้าการเตรียมเสนอต้มยำกุ้ง เพื่อขึ้นบัญชีมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของมนุษยชาติต่อยูเนสโกให้ทันภายในเดือนมีนาคม 2563 ล่าสุดได้รับรายงานจากกรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) ได้เตรียมพร้อมจัดทำข้อมูลมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมเกี่ยวกับอาหารไทย เพื่อกำหนดสาระสำคัญของต้มยำกุ้ง ซึ่งจะเกี่ยวข้องกับมรดกภูมิปัญญาวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ ใน 3 สาขา คือ สาขาภาษา และมุขปาฐะ สาขาแนวปฏิบัติทางสังคม พิธีกรรมและงานเทศกาล และสาขาความรู้เกี่ยวกับธรรมชาติและจักรวาล
    "คำว่า ต้มยำกุ้ง เป็นคำโดดในภาษาไทย มาจากคำว่า ต้ม และ ยำ หมายถึงกระบวนการทำอาหาร แสดงอัตลักษณ์ความเป็นไทยของคนภาคกลาง แสดงให้เห็นถึงวิถีชีวิตของชุมชนที่อยู่ติดกับริมแม่น้ำ มีวัฒนธรรมการบริโภคอาหารด้วยการนำวัตถุดิบในท้องถิ่นมาใช้ เช่น กุ้งในแม่น้ำ ต้มลงในน้ำเดือด ปรุงรสด้วยสมุนไพร รับประทานกับข้าวสวยร้อน ถือเป็นอาหารเพื่อสุขภาพที่ช่วยรักษาสมดุลของร่างกายได้"
    นายวีระกล่าวว่า เพื่อให้ตรงกับเกณฑ์การพิจารณาของยูเนสโก จะต้องจัดเตรียมข้อมูลให้รอบด้านโดยกำหนดชุมชนที่เกี่ยวข้องกับต้มยำกุ้งให้ชัดเจน และสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชน จัดทำมาตรการเพื่อการสงวนรักษา ซึ่งพบว่าในส่วนชุมชนมีการสืบทอดและพัฒนาสร้างสรรค์การทำต้มยำกุ้งอย่างต่อเนื่อง ทั้งในระดับครอบครัว ชุมชน ร้านอาหาร และสถาบันการศึกษาทั้งในและนอกระบบที่มีการเรียนการสอน สามารถอ้างอิงข้อมูลได้ เมื่อรวบรวมข้อมูลจากผู้ที่เกี่ยวข้องรอบด้านแล้ว จะเข้าสู่ขั้นตอนจัดทำเอกสาร ภาพถ่าย และวีดิทัศน์ เพื่อเสนอให้คณะอนุกรรมการพิจารณา และขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการส่งเสริมและรักษามรดกฯ นำเสนอคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ เสนอต่อคณะรัฐมนตรีพิจารณาเห็นชอบ ก่อนยื่นเอกสารต่อยูเนสโกภายในวันที่ 31 มี.ค.63  
    รมว.วัฒนธรรมกล่าวว่า ที่ประชุมยังได้รับรายงานการดำเนินงาน โครงการรุกข มรดกของแผ่นดิน ใต้ร่มพระบารมี ประจำปี 2562 รวบรวมข้อมูลต้นไม้ที่ทรงคุณค่าทั่วประเทศ ประกอบด้วย ต้นไม้จำนวน 88 ต้น อาทิ ต้นมะเดื่อยักษ์ หมู่บ้านวุ้งกะสัง โป่งน้ำร้อน คลองลาน จ.กำแพงเพชร ต้นยมหิน วัดพระธาตุดอยกูแก้ว บ้านป่าสักหลวง แม่จัน จ.เชียงราย ต้นสมอพิเภก อุทยานแห่งชาติแม่ตะไคร้ จ.เชียงใหม่ ต้นเต่าร้างยักษ์ อุทยานแห่งชาติดอยภูคา อ.ปัว จ.น่าน ต้นสะตือ วัดสิงห์ สามโคก จ.ปทุมธานี กลุ่มระบบนิเวศป่าโกงกาง วนอุทยานปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ กลุ่มระบบนิเวศป่าไม้เสม็ดขาว สวนพฤกษศาสตร์ระยอง จ.ระยอง  ต้นค้างคาว อนุสาวรีย์พระศรีสุวรรณวงศา พยัคฆภูมิพิสัย จ.มหาสารคาม กลุ่มต้นสนยักษ์ วนอุทยานป่าสนหนองคู จ.สุรินทร์ ต้นกระทิง อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ คุระบุรี จ.พังงา เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เป็นการเจริญรอยตามพระราชปณิธาน ที่ทรงให้ความสำคัญในการรักษาทรัพยากรป่าไม้ของชาติ. 


วานซืน....... ๑๒๐ คณาจารย์ โผลหัวจากง่ามตูดเพนกวิน ออกมาหนุน ๑๐ ข้อเสนอ "ล้มสถาบันกษัตริย์" ที่เวทีธรรมศาสตร์ ของฮองเฮาเกศินี ที่นายปริญญาเป็นโปรโมเตอร์ เมื่อ ๑๐ สิงหา.

'๒๕๖๓ คณาจารย์ร่านเมือง'
ใครทน 'ธรรมศาสตร์ไม่ทน'?
สารพันวันประเทศ 'ฝีแตก'
ชนชั้น 'นิสิต-นักศึกษา'
เดิมพัน 'สุดท้าย' ของไอ้สัส
"ตำรวจ-อัยการ" ใครคุกก่อน?