โลกแห่ง 'ประชาธิปไตยเนื้อหา'


   

 

 

                ดูลิเก....
               
เขาห้าม แง้มดูหลังฉาก

                มันจะทำลายโลกสวย "ในจินตนาการ" ของเราไปสิ้น!

                เพราะ "ชีวิตจริง" ของตัวแสดง นั้น

                ตั้งแต่ตัวเจ้า พระเอก-นางเอก ยันเสนา ตอนอยู่ "หน้าฉาก" จะสวยงาม ประหนึ่ง "เทวัญ" พาเราเตลิด-เพริดตาม

                แต่ "หลังฉาก" นั้น

                แต่ละชีวิต เหมือนอยู่ใน "โลกันตร์" ระคนคลั่กทั้ง ยิ้ม, เยาะ, หัวเราะ, ร้องไห้ สมอย่างที่ใครๆ ว่า "โลกนี้คือละคร"

                มันเศร้า.......

                เพราะล้วนตรงข้าม "จินตนาการเรา" ทั้งสิ้น!

                ไปกินอาหารตามร้าน ตามภัตตาคารหรู ก็ดังว่า เพื่อให้มื้อนั้น คล่องปาก-คล่องใจ

                ห้ามเข้าไปดู "หลังครัว" เด็ดขาด

                ขืนเข้าไปจะ "กินไม่ลง"!

                ดู "การเมือง" ว่าด้วยเรื่อง "ตั้งรัฐบาล" ก็ไม่ต่างกัน

                อย่าไปกระหาย-ใคร่รู้ "ทุกช็อต-ทุกวินาที" ในบทอัศจรรย์ที่แต่ละพรรคเขาโลมเล้าเข้าสังวาสกัน

                มันจะทำให้จิตตก แต่อารมณ์ขึ้น

                ขึ้นในทาง "หมั่นไส้-คลื่นไส้" ว่าพวกคุณมึงจะมากลีลากันไปถึงไหน

                ดั่งอุปมาลิเกนั่นแหละ

                จะดูให้เพลิดเพลิน ต้องรอเขาแต่งตัว-แต่งหน้าเสร็จ รำออกมาหน้าฉาก เฉิดฉัน ก็ค่อยดูตอนนั้น

                หรือไปกินอาหารตามร้าน ตามภัตตาคาร อย่างที่ว่า สั่งอาหารแล้วก็นั่งเลียช้อน เลียตะเกียบ รออยู่ที่โต๊ะนั่น

                อย่าแฉลบไปดูที่เขากองเขลอะขละหลังครัวเชียว จะทำให้อ้วกแตกก่อน!

                ตอนนี้ ตัวประธานวุฒิสภาก็ได้แล้ว คือ "นายพรเพชร วิชิตชลชัย" อดีตประธาน สนช.

                ตัวประธานสภาผู้แทนราษฎรก็ได้แล้ว คือ "นายชวน หลีกภัย" อดีตนายกฯ ๒ สมัย

                และตอนนี้ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้เป็นนายกรัฐมนตรี มี "อำนาจเต็ม" ไม่ใช่นายกฯ รักษาการ

                ได้นำรายชื่อประมุขทั้ง ๒ สภา ขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายเพื่อทรงพิจารณาลงพระปรมาภิไธยแล้ว

                มีพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ ลงมาเมื่อไหร่ นายชวน หลีกภัย จะได้กำหนดวัน เรียกสมาชิกทั้ง ๒ สภา คือ ส.ว. ๒๕๐ และ ส.ส. ๕๐๐ ประชุมรัฐสภา

                เพื่อโหวตเลือกตัว "นายกรัฐมนตรี"!

                สรุปตามหน้าเสื่อตอนนี้ ซีกจัดตั้งรัฐบาล ก็มี "พลเอกประยุทธ์" ที่อยู่ในบัญชีรายชื่อแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคพลังประชารัฐคนเดียว

                ส่วนในซีกฝ่ายค้าน ๗ พรรค แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย ปรากฏว่า "สอบตก" หมดทั้ง ๓ คน  ไม่มีใครได้เข้าสภาเลย

                ความจริงก็ไม่ผิดกติกา ที่พรรคจะเสนอ "สุดารัตน์-ชัยเกษม-ชัชชาติ" คนใด-คนหนึ่ง ให้ที่ประชุมรัฐสภาเลือก

                แต่คงเพราะ

                เสนอไป..ก็งั้นๆ มันไม่ได้อยู่แล้ว!

                จึงเล่นบทสวย อ้างพรรคเคยประกาศ "นายกฯ ต้องมาจาก ส.ส." เมื่อสอบตก กระโปรงฉีก กางเกงขาด กันหมด

                พรรคจึงรักษาฟอร์ม ประกาศไม่ส่งใครลงแข่ง

                เห็นว่าจะเสนอ "พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส" คนรักใคร่นับถือกันกับผมเข้าชิงเก้าอี้นายกฯ แทน

                แต่รัฐธรรมนูญกำหนดว่า.......

                คนที่จะถูกเสนอเป็นนายกรัฐมนตรี ต้องอยู่ในรายชื่อของพรรคที่ได้ ส.ส. ๒๕ คนขึ้นไป และต้องได้รับการรับรองจาก ส.ส. ๕๐ คนขึ้นไป

                จึงน่าเสียดาย......

                พรรค พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ มี ส.ส.เพียง ๑๐ คน หมดสิทธิ์เข้าชิง!

                ใน ๗ พรรคร่วมฝ่ายค้าน ที่เข้าเกณฑ์จะเสนอชิงได้ ก็เหลือพรรคอนาคตใหม่พรรคเดียว

                แต่ติดตรงว่า หัวหน้าพรรค คือนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ

                ถูกศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้ "งดปฏิบัติหน้าที่"

                ตอนนี้ อยู่ระหว่างรอการไต่สวนวินิจฉัย ว่าการ "ถือหุ้นสื่อ" นั้น ขาดคุณสมบัติหรือไม่?

                เท่าที่ฟัง ทาง ๗ พรรคเขาตีความกระเดียดไปทางว่า นายธนาธรยังดำรงสภาพ ส.ส.อยู่ เพียงถูกแขวนชั่วคราว

                ฉะนั้น เขาจะเสนอนายธนาธรเข้าชิงตำแหน่งนายกฯ ในที่ประชุมรัฐสภา!

                ผมไม่สงสัยในประเด็นว่า "นายธนาธรยังเป็น ส.ส.อยู่"

                แต่สงสัยว่า นายธนาธรจะเข้าไปประชุมรัฐสภาได้อย่างไร ในวันโหวตเลือกนายกฯ

                ในเมื่ออยู่ระหว่างถูกศาลฯ สั่งให้ "หยุดปฏิบัติหน้าที่"?

                เพราะในทางปฏิบัติ.........

                การจะเสนอชื่อเข้าชิง ตัวก็จะต้องปรากฏในที่ประชุมด้วย

                "การนั่งประชุมหน้าจอโทรทัศน์" อยู่นอกห้องคนเดียว อย่างคราวที่แล้ว ซึ่งท่านประธาน "ชัย ชิดชอบ" เชิญออกจากที่ประชุม อย่างนั้น

                ใช้ไม่ได้นะ..ธนาธร!

                ศาลฯ ให้เวลาธนาธร ๑๕ วัน ในการทำคำชี้แจง แก้ต่าง-แก้คดีส่งไปให้ แล้วศาลจะนัดวันไต่สวน จากนั้น ก็จะนัดวันฟังคำพิจารณาวินิจฉัย

                ดูตามเทอมเวลาแล้ว จาก ๒๓ พฤษภา จะครบ ๑๕ วัน ก็ตกราววันที่ ๖-๗ มิถุนา

                ก็ไม่น่าทัน!

                คือ การประชุมรัฐสภา โหวตเลือกนายกฯ น่าจะเกิดก่อนวันที่ ๖-๗ มิ.ย.แน่

                ดังนั้น ความน่าจะเป็น ก็คือ ถ้าต้องการสร้างประเด็นไว้ประดิษฐ์วาทะกวนเล่นโก้ๆ ในสังคมโซเชียล อยากเสนอชื่อธนาธร ก็เสนอไปเถอะ

                ตามรูปการณ์นี้ ทำไป-ทำมา การประชุมรัฐสภา นัดโหวตเลือกนายกฯ เหลือ "ว่าที่นายกฯ" ของพรรคพลังประชารัฐคนเดียว ที่จะถูกเสนอ

                เว้นแต่ว่า พรรคประชาธิปัตย์จะส่ง "นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" หรือพรรคภูมิใจไทย จะส่ง "นายอนุทิน ชาญวีรกูล" เข้าชิง?

                เห็นยักเงี่ยงกันเหลือเกิน..........

                ทั้งประชาธิปัตย์ ภูมิใจไทย ก็ส่งแคนดิเดตนายกฯ ของพรรค เข้าชิงกันเอง ๓ พรรค ๓ แคนดิเดต

               ให้มัน รู้แล้ว-รู้แรดไปซะเลยเป็นไง?

                เมื่อวาน (๒๘ พ.ค.) ตลาดหุ้นไทย สะท้อนความเชื่อมั่นในการจัดตั้งรัฐบาลให้เห็นแล้ว

                เงินนอกเข้ามาซื้อ-ขายหุ้นวันเดียว กว่า ๒ แสนล้าน!

                เห็นเขาว่าสูงเป็น "ประวัติการณ์" นับตั้งแต่มีตลาดหุ้นมา ขนาดนั้นเลยเชียว

                นี่ขนาด "การเมือง" ทะล่อก-ทะแล่กนะ

                แสดงว่า ในภาวะเศรษฐกิจ-การลงทุนโลก อยู่ในภาวะวิกฤติ

                แต่สังคมโลก "มองทะลุ" เชื่อมั่นในเสถียรภาพ "ประเทศไทย" ด้านเศรษฐกิจ-การเงิน-การลงทุนของไทยมาก

                ด้วยมองยาว ทะลุไปถึงอนาคต

                ไม่อย่างนั้น เขาคงไม่ให้น้ำหนักตลาดหุ้น-ตลาดทุนไทยขนาดนี้!

                เขายึดตรงไหนเป็นความเชื่อมั่น?

                ตอบได้เลย....

                เขาเชื่อว่ารัฐบาลเลือกตั้งนี้ "พลเอกประยุทธ์" จะกลับมาเป็นนายกฯ!

                โลกภาคีเครือข่ายสังคมในยุคไอที อย่างที่คุยกันไป เขาไม่ได้ให้น้ำหนัก "ประชาธิปไตย-เผด็จการ" รูปแบบ เป็นตัวชี้ขาดสังคมกันแล้ว

                หากแต่ให้น้ำหนักทาง "เนื้อหา" จากเศรษฐกิจ-สังคม และการเปิดกว้าง "ทุกอย่าง" ต้องให้ประชาชนมีส่วนร่วม

                "ส่วนร่วม" ในที่นี้ คือสิทธิ-เสรีภาพการตรวจสอบภาครัฐจากภาคประชาชน ในทุกโครงการและปฏิบัติการ

                จึงเห็นชัด เมื่อ ๕ ปีก่อน ตอน คสช.ยึดอำนาจประเทศ ปี ๕๗

                ทั้งโลกแอนตี้ พลเอกประยุทธ์

                เมื่อ ๕ ปีผ่านไป..........

                ทั้งโลก ชื่นชม-ยอมรับ พลเอกประยุทธ์!

                เพราะอะไร เพราะก่อนหน้า สังคมโลกติดรูปแบบคำว่า "เผด็จการ"

                แต่พอเห็น "เนื้อหา" ในการบริหารประเทศของรัฐบาลเผด็จการ ปรากฏว่า.........

                เป็นประชาธิปไตย สร้างสังคม-เศรษฐกิจ และมาตรฐานประเทศ

                ดียิ่งกว่ารัฐบาล "ประชาธิปไตย" รูปแบบ ดังที่เป็นมา!

                นี่...เดือนหน้า ไทยเป็นประธานประชุมอาเซียน

                ทุกประเทศ ยินดี พร้อมมาร่วมประชุมกันคึกคัก ไม่มีใครสงสัยว่า นายกฯ ผู้ทำหน้าที่ประธานอาเซียน จะเปลี่ยนไปจากพลเอกประยุทธ์

                เห็นอีกข่าวเมื่อวาน อินเดียเลือกตั้ง "นายนเรนทรา โมดี" ได้รับเลือกกลับมาเป็นนายกฯ สมัยที่ ๒

                ในพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งที่จะมีเร็วๆ นี้ ในรายชื่อประเทศที่รัฐบาลอินเดียเชิญร่วมเป็นสักขีพยาน

                "นายกรัฐมนตรีไทย" มีรายชื่อได้รับเชิญด้วย!

                เหล่านี้ แสดงถึงอะไร ในทัศนคติสังคมโลกที่มองไทย ผ่าน "ประชาธิปไตยเนื้อหา" ในผลงานที่ปรากฏจาก "รัฐบาลพลเอกประยุทธ์"

                คำตอบเดียว คือ "เชื่อมั่น"!       


"พลเอกประยุทธ์" นี่.....ชะตาเข้าเกณฑ์ "พระรามเดินดง" จริงๆ!กว่าจะลุยป่าได้นั่ง "เก้าอี้นายกฯ" เรียกว่าบักโกรกเลือดโชกแสนสาหัส     ครั้นขึ้นนั่ง.......

"ขายชาติ" ปรากฏว่า "ขาดทุน"
'ช่วยกันมองประเทศสักครั้ง'
เรื่อง 'แค้นกับค้าน' ในสภา
ล้างมรดก คสช.=ดับอนาคตใหม่
จับ 'อุตตม' เป็นตัวประกัน?
ทำไม 'ธนาธร' เดินสายต่างประเทศ?