ตำรวจเมียนมาออกหมายจับพระวีระธุ


   

ตำรวจเมียนมาขอศาลย่างกุ้งออกหมายจับพระวีระธุ ภิกษุชาตินิยมสุดโต่งที่ได้รับฉายา "บิน ลาดินพุทธ" จากการเผยแพร่ความคิดต่อต้านศาสนาอิสลามและชาวมุสลิมโรฮีนจา ด้านพระปากกล้ารูปนี้เผยว่าโดนมหาเถรสมาคมเรียกเข้าพบวันพฤหัสบดี เพื่อตักเตือนพฤติกรรม

พระวีระธุปราศรัยสนับสนุนกองทัพเมียนมา เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2562 ที่นครย่างกุ้ง / AFP

    รายงานเอเอฟพีเมื่อวันพุธที่ 29 พฤษภาคม 2562 อ้างคำกล่าวของมโย ตู โซ โฆษกตำรวจเมียนมา ว่าตำรวจได้ยื่นต่อศาลแขวงตะวันตกของย่างกุ้งเมื่อวันอังคาร ขอออกหมายจับพระวีระธุตามกฎหมายมาตรา 124 (a) แต่เขาไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับเหตุผลของการออกหมายจับได้

    กฎหมายมาตรานี้ห้ามบุคคลหนึ่งบุคคลใดพยายามชักนำให้เกิดความเกลียดชังหรือหมิ่นประมาท, หรือยุยงปลุกปั่นหรือพยายามยุยงปลุกปั่นให้เป็นศัตรูกับรัฐบาล ความผิดนี้กำหนดโทษสูงสุดจำคุก 3 ปี

    รายงานเอเอฟพีกล่าวด้วยว่า ภายหลังตำรวจออกหมายจับ พระวีระธุเปิดเผยผ่านโซเชียลมีเดียว่ามหาเถรสมาคมของเมียนมาได้มีหนังสือลงวันที่ 22 พฤษภาคม ให้เขาเข้ารายงานตัวต่อสำนักงานของมหาเถรสมาคมในนครย่างกุ้งวันพฤหัสบดีที่ 30 พฤษภาคมนี้ เพื่อรับการตักเตือนเกี่ยวกับ "การเข้าไปเกี่ยวข้องกับกิจกรรมทางสังคมระหว่างการชุมนุม"

    พระรูปนี้ได้ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กับหนังสือพิมพ์อิระวดีเมื่อวันพุธด้วยว่า ขณะนี้เขาอยู่ที่นครย่างกุ้งเพื่อรอเข้าพบมหาเถรสมาคม แต่ตำรวจยังไม่ได้เข้ามาจับกุมตัวเขา "ถ้าตำรวจอยากจะจับอาตมา พวกเขาก็สามารถทำได้" พระวีระธุกล่าว

    พระสงฆ์หัวรุนแรงจากเมืองมัณฑะเลย์รูปนี้เป็นแกนนำการเคลื่อนไหวของกลุ่มพุทธชาตินิยมในเมียนมามาช้านาน และมีชื่อเสียงกระฉ่อนเรื่องการเทศนายุยงปลุกปั่นให้เกิดความเกลียดชังชาวมุสลิมโรฮีนจา เมื่อปี 2556 นิตยสารไทม์เคยเลือกพระรูปนี้ขึ้นปกพร้อมคำโปรยว่า "โฉมหน้าความสยองของชาวพุทธ"

    ปี 2546 ในยุคของรัฐบาลทหาร พระวีระธุเคยโดนตัดสินจำคุก 25 ปีโทษฐานเผยแพร่คำสอนลัทธิหัวรุนแรงและแจกจ่ายหนังสือต้องห้าม เขาได้รับการปล่อยตัวพร้อมนักโทษการเมืองหลายพันคนเมื่อปี 2555 เมื่อเมียนมาเปิดกว้างมากขึ้น นับแต่นั้นพระรูปนี้กลับมาเผยแพร่คำสอนแข็งกร้าวทันที โดยเรียกร้องชาวพุทธในเมียนมาคว่ำบาตรธุรกิจของชาวมุสลิม และจำกัดการแต่งงานข้ามศาสนาระหว่างชาวพุทธกับมุสลิม

    การเทศนาสร้างความเกลียดชังระหว่างเชื้อชาติและศาสนาทำให้มหาเถรสมาคมของเมียนมาเคยสั่งห้ามพระวีระธุเทศนาต่อสาธารณะเป็นเวลา 1 ปีจนถึงเดือนมีนาคมปีที่แล้ว หลังจากพ้นกำหนดห้าม พระรูปปนี้ก็กลับมาเคลื่อนไหวและกล่าวปราศรัยในการชุมนุมสนับสนุนกองทัพหลายครั้ง เมื่อไม่นานมานี้ พระวีระธุยังปราศรัยโจมตีรัฐบาลของนางอองซาน ซูจี ว่าคอร์รัปชัน และวิจารณ์รัฐบาลว่าพยายามแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อลดอำนาจของกองทัพ

    การปราศรัยหลายครั้ง พระภิกษุรูปนี้ใช้ถ้อยคำรุนแรงจุดชนวนขัดแย้ง เช่นเมื่อเดือนเมษายน พระวีระธุกล่าวต่อที่ชุมนุมวิจารณ์นางอองซาน ซูจี ว่าชอบแต่งตัวเหมือนพวกบ้าแฟชั่น แต่งหน้าและเดินเฉิดฉาย ใส่ส้นสูง ส่ายก้นให้คนต่างชาติ อีกครั้งที่ย่างกุ้ง เขากล่าวว่า ทหารที่ปกป้องประเทศนี้ควรได้รับการบูชาเหมือนพระพุทธเจ้า

    พระวีระธุยังเคยโพสต์เนื้อหาใส่ไฟต่อต้านชาวโรฮีนจาบ่อยครั้งในเพจเฟซบุ๊ก จนทำให้โซเชียลมีเดียแห่งนี้ปิดบัญชีของเขาเมื่อเดือนมกราคม 2561 กลุ่มสิทธิกล่าวกันว่า การเผยแพร่ความคิดของพระรูปนี้มีส่วนสร้างความเกลียดชังต่อชุมชนชาวโรฮีนจา และเป็นรากฐานของการปราบปรามของกองทัพเมียนมาเมื่อปี 2560 ที่บีบให้ชาวโรฮีนจาอพยพหนีภัยเข้าสู่บังกลาเทศราว 740,000 คน คณะสอบสวนขององค์การสหประชาชาติ.


ผมผิดอะไร?...........ฟัง "ทอน" แถลงข่าวก็ได้ข้อสรุปไม่ใช่เรื่อง "อยู่เป็น" หรือ "อยู่ไม่เป็น" แล้วล่ะ        อยู่ไปก็ไลฟ์บอยซะมากกว่า 

"ทอน-บุตร" ประเทศกูมี
"๓.๖ ล้าน" สู่วีรชนลำพะยา
คนของ 'แม้ว-ปู' จะปราบโกง
ไม่แก้ รธน.จะมีใครตาย?
ระวังจะ 'อยู่ ไม่ ได้'!
เราไม่ทิ้งกัน 'วันนี้ ๑ ล้าน' แล้ว