'เพื่อนาย' แลกกับใจประชาชน


   

            เพราะ "พลเอกประวิตร" คนเดียวแท้ๆ!

          อาหารพิเศษ ๒ จาน......

            ที่สหภาพยุโรปและสหรัฐฯ เสิร์ฟขึ้นโต๊ะ "รัฐบาลเผด็จการทหาร" แทนที่พลเอกประยุทธ์กับคณะ คสช.จะได้ลิ้มรสหลังจากเหนื่อยยากมาแรมปี

            กลับเหมือนถูก "ผีผลักมือ"

            จนช้อนพลาดปาก ตกหกเรี่ยราดต่อหน้า-ต่อตา บรรดาสุนัขพากันคาบไปรับประทานสนานสนุก!

            จะว่า "บุญมีแต่กรรมบัง" ก็ไม่ใช่

            กรณีนี้.........

            "ริชาร์ด มิลล์" เต็มๆ...ที่บัง!

            บวกกับรักหนักแน่นของลูกน้อง "พลเอกประยุทธ์" ต่อนาย "พลเอกประวิตร" เหนือความมั่นคงรัฐบาลและศรัทธาบารมีในตัวเอง

            การเป็น "ลูกน้องกระเตงนาย".......

            นั่นก็เลย ช่วยไม่ได้ ที่ความเพียรทำหน้าที่ "นายกฯ ผู้ซื่อสัตย์" จะถูกประชาชนมองข้าม

            ทั้งที่เม็ดเหงื่อจากงานเพาะผลสำเร็จให้งอกเงยหลายอย่าง

            ทั้งเรื่อง ICAO ปลดธงแดงด้านการบินให้ไทย

            เรื่องอียูคืนสัมพันธ์ทุกรูปแบบกับไทย

            เรื่องไทยพ้น "บัญชีดำ" ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาของสหรัฐฯ จากประเทศ "จับตามองพิเศษ-PWL" ตั้งแต่ปี ๒๕๕๐

            มาอยู่ระดับ "ชำเลืองมอง" คือที่ WL

            ซึ่งมันก็น่าน้อยใจ ทำดีเห็นผลถึงปานนี้ ทั้งที่ "ตำตา" จนทุกคนไม่เห็นก็ต้องเห็น

            แทนที่จะได้รับช่อดอกไม้

            กลับกลายเป็นเสียงบ่นก่นด่าบ้าง เสียงหยามเย้ย "รัฐบาลขาลง" บ้าง ถึงขั้นขับไล่ออกไปเลยก็มี

            ทำไมเป็นไปได้ถึงขนาดนี้?

            เรียกว่าทั้งฝ่ายศัตรูถาวรและฝ่ายมิตรตลอดกาลเริ่มเบื่อหน่าย กลายเป็น "แนวร่วม" ผนึกเสียงยี้กันโดยปริยาย

            เบื่อหน่าย "นายกฯ ประยุทธ์" หรือ?

            ไม่ใช่..........

            หากแต่เบื่อหน่ายบทบาท "รักนายเหนือสุจริต"!

            การที่ลูกน้องจะรัก-ภักดีนายนั้น ไม่ผิด ไม่มีใครว่า เป็นเรื่องดี เรื่องควรสรรเสริญด้วยซ้ำ

            แต่ก็อย่างที่ "เติ้งเสี่ยวผิง" อดีตผู้นำจีนเคยพูดไว้

            "อย่าเอาผลประโยชน์ชาติไปตอบแทนบุญคุณส่วนตัว"

            พลเอกประวิตรนั้น..........

            ท่านทำอะไรผิด-ไม่ผิด ในข้อเท็จจริง ผมไม่ทราบเท่าตัวท่านเองกับ "ฟ้าและดิน"

            ทราบเพียงว่า นับตั้งแต่ท่านเข้ามาร่วมเป็นรัฐบาล คสช.ร้อยละ ๗๐-๘๐ ของปัญหาที่เกิดกับรัฐบาล

            มาจากพฤติกรรมด้านความโปร่งใสของพลเอกประวิตร และบางทหารในเครือข่ายที่เข้ามาร่วมเป็นรัฐบาล

            ชาติกำเนิดพลเอกประวิตร ร่ำลือว่า เป็นคนมั่งมี-มั่งคั่ง ร่ำรวยเงินทอง

            แต่ด้านการยอมรับในเกียรติยศชื่อเสียงและการเชื่อถือ......

            พลเอกประวิตร ดูจะยากจนข้นแค้นเอามากๆ!

            ฉาวแล้ว-ฉาวเล่า จากพี่ใหญ่..........

            อุ้มแล้ว-อุ้มเล่า จากน้องเล็ก อุ้มจนสะเอวเป็นหนาม

            แต่เรื่องนาฬิกา "ริชาร์ด มิลล์" ดูเหมือนจะเป็นฟางเส้นสุดท้ายบนหลังแฟนคลับลุงตู่

            ลำพัง "หนักลุงตู่" นั้น ทนได้

            แต่หนักด้วยไม่สุจริตของคนที่ลุงตู่อุ้ม และเคยประกาศเข้ามา "ล้างชั่วให้ชาติ" กลับเป็นกันเสียเองแบบนี้

            มันก็ต้องโยนลงคู-ลงคลอง ทั้งคนในสะเอวและคนอุ้มไปด้วยกันนั่นแหละ ในเมื่อแกะกันไม่ออก!

            อย่าลืม....ในโลกนี้ ไม่มีใครสำคัญ "ที่จะขาดไม่ได้"!

            ฉะนั้น ใครก็อย่า "หลงตัว-ทะนงตน" ว่าขาดเราไปเสียคนแล้วประเทศชาติจะอยู่ไม่ได้

            นาฬิกา "ริชาร์ด มิลล์" นั้นน่ะ เรือนละ ๔-๕ ล้าน ถึง ๑๐๐ ล้าน ใครมีเงินก็ซื้อได้ เป็นเรื่องปกติ

            ยิ่งระดับพลเอกประวิตร จะซื้อทีละโหล ก็ไม่แปลก

            แต่เมื่อพลเอกประวิตรในภาพ "อาเสี่ย" เข้ามาเป็นนักการเมือง ซึ่งกฎระเบียบเขามี เขาให้แจงทรัพย์สิน

            มีสมบัติพัสถานอะไร ก็แจงเขาไป เท่านั้นก็จบ

            และเมื่อสวมแหวนเพชร สวมนาฬิกา ไปยกข้อมือ กรีดนิ้ว ขึ้นบังสูรย์ ไม่อวดก็เหมือนอวด ให้ชาวบ้านร้านตลาดเขาเห็น

            เขาก็อยากรู้ ว่า.........

            แหวนเพชรเม็ดโตเท่าไข่ตะกวด และนาฬิการิชาร์ด มิลล์แพงบรรลัยเรือนนั้น "ท่านได้แต่ใดมา" เพราะที่แจ้ง ป.ป.ช.ไว้ไม่มีนี่น่า?

            ก็บอกเขาไป จะแหวนยืมแม่ นาฬิกายืมเพื่อน ตามที่มีคนช่วยกลบเกลื่อนให้ มันก็จบ

            ส่วนจริงหรือเท็จ ป.ป.ช.เขาจะตรวจสอบให้สะเด็ดน้ำเอง!

            แต่ทีนี้ ทำเป็นถือดี ยักเงี่ยง-เล่นแง่ อ้างจะไปแจงกับ ป.ป.ช.ภายในวันที่ ๘ มกราเอง

            ป.ป.ช.ก็ส่วน ป.ป.ช.สิ.........

            กับส่วน ปชช.คือ "ประชาชน" เขาอยากรู้ นาฬิกาแพงเวอร์นั้น ท่านได้แต่ใดมา?

            ไม่แค่ที่บ้านเรา ที่อินโดฯ บิ๊กทหาร-อดีตประธานสภาที่สวม "ริชาร์ด มิลล์" ก็ถูกประชาชนถามเหมือนกัน

            และ "จ่อคุก" รอมร่อ!

            ที่ผมว่า "ตอบได้เลยทันที" เพราะมันไม่ผิดตรงไหน ถ้าเราซื้อหา หรือได้มาถูกต้อง ถึงรอบแจงบัญชีก็แจงไป เรื่องมันก็จบ

            การเล่นแง่-เล่นมุมแบบนี้ ยิ่งส่อพิรุธ ทำให้ชาวบ้านจิกซอว์ไปทางปักใจว่า "ได้มาไม่สุจริต-ไม่โปร่งใส"

            และนั่น "เป็นผลร้าย" ทางความเชื่อมั่นในรัฐบาล ยิ่งรัฐบาลนี้ตั้งอยู่บนฐาน "ความหวังสูง" ของประชาชนมากเท่าไหร่

            ความแคลงคลางในเรื่องคอร์รัปชันจากฐาน จะส่งผลสะท้านถึงยอด ล้มคว่ำได้ง่ายๆ

            คนเกิดมา มีสูติบัตร แสดงชาติกำเนิด

            นาฬิกา "ริชาร์ด มิลล์" แต่ละเรือน มี "สูติบัตร" แสดงชาติกำเนิดเช่นกัน

            นั่นคือ เรือนนี้ ใครซื้อ ซื้อ วัน-เดือน-ปี ไหน, ที่ไหน เมื่อไหร่ รุ่นอะไร ราคาเท่าไหร่ เขามีบันทึกแต่วันซื้อครบ

            ฉะนั้น พูดความจริงแต่ต้น จริงนั้นจะคุ้มครอง

            แต่เมื่อไม่ยอมพูด ป.ป.ช.พิสูจน์ถึงชาติกำเนิด "ริชาร์ด มิลล์" ที่พลเอกประวิตรสวมออกมา

            ผลระบุ พลเอกประวิตร เพิ่งซื้อหามาเอง ก็แล้วไป

            แต่ถ้าไม่ใช่ ทั้งคนใส่-คนอุ้ม พูดได้คำเดียว

            "เสียคน"!

            ส่วนแหวนเพชรนั้น ยิ่งง่าย ในเมื่ออ้างยืมแม่มาใส่เป็นมงคล ไปสอบปากคำแม่ ให้ยืนยันในความเป็นเจ้าของจริง ก็จบ

            ยิ่งมี "ใบเซอร์ฯ" ยิ่งดี!

            เมื่อบ่ายวันอาทิตย์ ดูโทรทัศน์ เห็นคุณ "วาสนา นาน่วม" นักข่าวสายทหาร จัดรายการทางช่องสปริงนิวส์

            ข่าวคลุกวงในของเธอว่า แหวนนั้นยืมแม่จริง ส่วนนาฬิกาเป็นของเพื่อนที่ร่ำรวยนิยมเล่นนาฬิกาเหมือนกันยืมผลัดกันใส่

            เพื่อนคนนั้น ตอนนี้ เสียชีวิตแล้ว!

            ก็ว่ากันไป.......

            พลเอกประวิตรไปให้ปากคำ ป.ป.ช.ก็แล้วกัน ว่าเพื่อนคนนั้นชื่ออะไร ทำมาหากินอะไร ตรงกับสูติบัตรเจ้านาฬิการิชาร์ด มิลล์เรือนนั้นมั้ย?

            ส่วนจะยืม-ไม่ยืมนั้น เมื่อรู้ชาติกำเนิดอันเป็น "ที่มา-ที่ไป" แล้ว เรื่องอื่นๆ ไม่ยากในทางสอบสวน

            ระดับ "พลเอกประวิตร" น่ะเรอะ จะต้อง "ยืมนาฬิกา" คนอื่นใส่? ฟังไม่เก็ตเลย เสียยี่ห้อพี่ใหญ่หมด!

            ส่วนแหวนเพชรของแม่ พอกล้อมแกล้ม และสอบหาความจริงไม่ยาก

            แต่ "เรื่องไม่ยาก" แบบนี้ ทำไมพลเอกประวิตรจึงทำให้ยาก จนขยายไปใหญ่โต...หือ?

            ดี-ไม่ดี จะทำให้ "ระแวงพฤติกรรมพลเอกประวิตร" ระบาดไปถึง ป.ป.ช.ถ้าผลสอบออกมาฟ้าไม่แจ้งจางปาง

            เพราะ "พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ" ที่เป็นประธาน นั้น ไม่ใช่อื่นไกล คนเคยอยู่ใต้ใบบุญพลเอกประวิตรมาก่อน!

            ประชาชนนั้น อุ้มพลเอกประยุทธ์ พอใจ-พอแรง อุ้ม

            แต่ถ้านายกฯ ประยุทธ์กระเตง "พลเอกประวิตร" ติดเอวไม่ยอมวาง

            ประชาชนไม่พอใจ และเกินแรง!

            ดูก็แปลกดี..........

            คสช.ซึ่งอยู่ในขั้นเตรียมพรรคเพื่อ "ตีตั๋วต่อ" เป็นรัฐบาลเทอม ๒ ลูกน้องเป็นฝ่ายกระเตงนาย

            "ประยุทธ์กระเตงประวิตร"

            ครั้นไปดูพรรคคู่แข่งในสนามเลือกตั้ง ประชาธิปัตย์ตอนนี้ นายเป็นฝ่ายกระเตงลูกน้อง

            "ชวนกระเตงอภิสิทธิ์"

            ตามรูปนี้ ถึงตอนเลือกตั้ง คนที่เคยเลือกพรรคอื่น จะเลือกพรรคทหาร อยากให้ประยุทธ์เป็นนายกฯ ต่อ

            ก็ "อึดอัด-ขัดข้อง"!

            ครั้นจะไปเลือกประชาธิปัตย์ ได้ชวนกลับมาเป็นนายกฯ นั่นยังน่าคิด

            แต่การจะได้อภิสิทธิ์กลับมาอีกในสถานการณ์บ้านเมืองเช่นนี้ "อึดอัด-ขัดข้อง" เช่นกัน

            ทำไป-ทำมา "เลือกหมู-เลือกหมา" ส่งเดชมันไปเลย ได้เดิมๆ กลับมาเป็นรัฐบาล ก็ยังได้ "โกงเอามาแบ่งกันกิน"!

            ความจริงเรื่องนาฬิกากับ "นายพลทหาร" นั้น เป็นที่รู้กันอยู่ ว่าต้องโฉลก

            มากต่อมาก ที่เห็นหน้าตอนนี้ ก็สลอน มีรสนิยมทาง "สะสมนาฬิกาหรู" เป็นงานอดิเรก

            ก็คิดดูซี ถ้าเราอยากเป็นที่สนิทสิเนหาของนายพล จะด้วยเหตุผลส่วนตัว หรือด้วยความจำเป็นใดก็ตาม

            ปลาร้า-ปลาสด หรือของแห้งอย่างนาฬิกาหรูดีล่ะ ที่ควรนำไปเป็นของขวัญ-ของฝาก?

            "อัศวินม้าเขียว" เข้ามาล้างคอร์รัปชัน

            แต่วันๆ มีแต่เรื่องคอร์รัปชัน "ม้าเขียว"

            ก็สงสาร "นายกฯ ลุงตู่" ที่ต้อง "หน้าเขียว" อยู่คนเดียว ในขณะที่พี่ใหญ่ หน้าค้าว...ขาว.                    


"จับพุทธะอิสระ" เป็นที่เข้าใจได้ แต่สังคม "เข้าใจไม่ได้"........ ว่าทำไม "คอมมานโด กองปราบ" จึงต้องปฏิบัติต่อผู้ต้องหาที่เป็นพระ หยาบกระด้างกว่าปฏิบัติต่ออภิมหาโจรด้วยซ้ำ ตามคลิปที่เผยแพร่? ประเด็นนี้ ผมเห็นด้วย!

บันทึกประวัติ "พุทธศาสน์" สึก
กระแสปลุกทำไมจุดไม่ติด?
เอามันซะบ้าง 'เผื่อสำนึก'
'ธรรมศาสตร์กับศิษย์ประสาท'
หน้าที่ 'เจ้าภาพ' ฉลอง ๔ ปี
'ด้วยห่วงไฟชอร์ต สส.ตาย'