เป็นวัยเก๋าอย่างมีคุณภาพ ต้องใส่ใจสุขภาพสม่ำเสมอ


   

(ศ.คลินิกเกียรติคุณ นพ.อุดม คชินทร)

    ไม่บอกไม่รู้ว่าอายุอานามล่วงวัย 65 ปี สำหรับ ศ.คลินิกเกียรติคุณ นพ.อุดม คชินทร ที่ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง ส.ว. หรือสมาชิกวุฒิสภา และด้วยประสบการณ์ในการทำงานที่หลากหลายหน้าที่ จึงทำให้คุณหมอเป็นที่รู้จักในแวดวงของการทำงานด้านการบริหาร ทั้งอดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล และอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กระทั่งควบตำแหน่งทางการเมืองล่าสุดในปัจจุบัน แม้เจ้าตัวจะมีหน้าที่รับผิดชอบด้านการงานในตำแหน่งที่สูง แต่ก็ไม่ละเลยเรื่องการดูแลสุขภาพ เพราะถ้าร่างกายแข็งแรงก็จะทำให้จิตใจแจ่มใสควบคู่ไปด้วยกัน ซึ่งสูตรของการเอกเซอร์ไซส์ดังกล่าวสามารถลด “โรคเอ็นซีดี” หรือโรคไม่ติดต่อเรื้อรังได้อีกด้วย
    คุณหมออุดมบอกว่า “ต้องเรียนตามตรงว่าเรื่องการออกกำลังกายสำหรับผมก็ทำบ้าง ไม่ทำบ้าง เนื่องจากบางครั้งภารกิจในการทำงานค่อนข้างแน่น แต่ก็ยังยืนว่าอันที่จริงแล้วคนสูงอายุนั้นต้องการเป็นคนสูงอายุที่สุขภาพดี จะไม่เป็นภาระคนอื่น ดังนั้นการจะมีสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีนั้นต้องดูแลรักษาตัวเอง ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เพราะอย่างแรกนั้นเรื่องของสุขภาพมันขึ้นอยู่กับการดูแล ส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับกรรมพันธุ์แล้ว เพราะอย่าลืมว่าการดูแลตัวเอง เช่น ถ้าเรามีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคนี้ การเกิดของโรคมันก็จะลดน้อยลงได้ แต่สิ่งที่ลืมไม่ได้คือโรคที่เป็นอยู่ในปัจจุบันนั้นสามารถป้องกันได้ เช่น โรคเอ็นซีดี (NCD โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง) อย่างโรคเบาหวาน และความดันโลหิตสูง
    “ตอนนี้ 80 เปอร์เซ็นต์ของโรคเอ็นซีดีป้องกันได้ เพราะเป็นโรคที่เกิดจากพฤติกรรมการบริโภค โดยที่ไม่ออกกำลังกาย ซึ่งอันนี้เป็นสิ่งที่เราต้องเห็นต้องระวัง ต้องไม่กินหวาน ไม่กินมัน และไม่กินแป้งมากเกินไป นอกจากนี้ การออกกำลังกายมีผลต่อสุขภาพ โดยส่วนตัวผมเดินออกกำลังกายที่หมู่บ้านซึ่งมีบริเวณให้เดิน ก็เดินวันละ 5 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงกว่าๆ ที่จริงแล้วอายุขนาดเรา การเดินสำคัญ อันที่จริงไม่ต้องเร็วมาก เดินในขนาดความเร็วกลางๆ และก็ค่อยๆ สปีดให้เร็วขึ้นอีกนิดหน่อย เพื่อให้มีเหงื่อและให้หัวใจได้ทำงาน ซึ่งนั่นจะช่วยเผาผลาญแคลอรีลงไปได้ แต่ถูกที่ต้องเราควรออกกำลังกายอาทิตย์ละ 3 วัน แต่ส่วนตัวผมบางอาทิตย์ได้ 1 หรือ 2 วัน แต่ก็ขอให้พยายามทำ ก็ดีกว่าไม่ทำ และถ้าทำได้ทุกวันก็ยิ่งดี ส่วนการอ้างว่าไม่มีเวลา อันที่จริงไม่ควรเป็นข้ออ้าง ดังนั้นคนสูงอายุสิ่งที่ดีที่สุด คือการเดิน และอยากให้ทำสม่ำเสมอ 2 วันก็ได้ แต่ถ้า 3 วันก็เป็นมาตรฐาน”
    อาจารย์หมอบอกอีกว่า ส่วนตัวมีโรคความดันโลหิตสูงกับโรคไขมันสูง ซึ่งปัจจุบันก็รับประทานยาอยู่และก็ปรับอาหารด้วย โดยช่วงหลังก็ลดอาหารไขมันลง และบอกว่าอายุก่อนและหลังวัยเกษียณนั้นก็ทำงานหนักไม่ต่างกัน เพียงแต่ว่าต้องระวังตัวเองมากขึ้น และดูแลสุขภาพจิตใจด้วยการเน้นหลักของ “การปล่อยวาง”


    “อายุก่อนและหลัง 60 ปี ก็ทำงานหนักไม่ต่างกัน เพียงต่อว่าต้องระวังตัวเองมากขึ้น เช่น เดินบันได ยอมรับว่าคนอายุ 60 ปีแล้ว ก็คงไม่เหมือนเดิม ซึ่งดูภายนอกเหมือนดูดี แต่การเดินระวังตัว และการทรงตัวก็จะไม่เหมือนเดิม ดังนั้นสิ่งที่คนแก่ต้องระวังตัวมากที่สุดคือการล้ม อันตรายมาก ทุกวันนี้เวลาที่ผมลงบันไดก็จะเดินลงช้าๆ และต้องเกาะขอบบันได ที่สำคัญต้องไม่อายใครเลย ส่วนเรื่องการทำงานแม้ว่ามันจะไม่หนักหรือเบาขึ้น แต่ก็จะระวังว่าเราจะต้องไม่เครียดกับงานจนเกินไป แต่เราต้องรู้จักละวางบ้าง อันนี้สำคัญ เพราะสุขภาพเป็นเรื่องสำคัญ นอกจากนี้ก็มีศึกษาทางธรรมะและปฏิบัติบ้างเช่นกัน 
เพราะในชีวิตทุกอย่างก็ต้องช่างมันบ้าง เพราะอะไรคงไม่ได้ดั่งใจเราทุกอย่าง โดยเฉพาะเวลาที่ทำงาน มันจะต้องไปทะเลาะกับคนนั้นคนนี้ บางเรื่องไม่ได้ดั่งใจก็ต้องยอม เนื่องจากบางครั้งยังไม่ใช่เวลาที่เหมาะสม เช่น มันอาจจะเลื่อนไปอีก 6 เดือน หรืออีก 1 ปี ถึงจะทำได้ พออายุมากขึ้น การที่เราอายุมากขึ้น และจะไปแข่งขัน หรือต้องเอาให้ได้ดั่งใจนั้นมันก็คงไม่ใช่ครับ เพราะความเครียดมันมีผลต่อสุขภาพมากกว่า โดยเฉพาะผลเสีย ส่วนใครที่บอกว่าผมไม่เหมือนอายุ 65 ปี ส่วนหนึ่งเพราะผมเลือกปฏิบัติใจด้วยการปล่อยวาง ควบคู่กับการออกกำลังกาย เพราะนั่นจะส่งผลต่อร่างกายที่แข็งแรงแจ่มใส” 
    ศ.คลินิกเกียรติคุณ นพ.อุดม ทิ้งท้ายในฐานะคุณพ่อลูกสาว 2 คนที่ทำงานมั่นคงแล้ว ว่า “สิ่งที่อยากบอกและเป็นห่วงลูกสาว 2 คน คือเขาต้องเตรียมตัวในการดูแลสุขภาพของตัวเอง ไม่ใช่มาเตรียมตอนแก่ เตรียมตอนหนุ่มสาวดีกว่า เพราะในหลายๆ โรคเขาอาจจะไม่เป็นก็ได้ ถ้าเรารู้จักระมัดระวัง ดูแลตั้งแต่ตอนนี้ ซึ่งผมคิดว่าการออกกำลังกายตั้งแต่วัยรุ่น ก็จะดีต่อสุขภาพมากกว่าเพิ่งหันมาออกกำลังกายเมื่อถึงวัยเกษียณแล้วครับ”.
    ////////////////////////////////////////////////////
    1.ศ.คลินิกเกียรติคุณ นพ.อุดม คชินทร
    ///////////////////////////////////////////////
 


"พลเอกประยุทธ์" นี่.....ชะตาเข้าเกณฑ์ "พระรามเดินดง" จริงๆ!กว่าจะลุยป่าได้นั่ง "เก้าอี้นายกฯ" เรียกว่าบักโกรกเลือดโชกแสนสาหัส     ครั้นขึ้นนั่ง.......

"ขายชาติ" ปรากฏว่า "ขาดทุน"
'ช่วยกันมองประเทศสักครั้ง'
เรื่อง 'แค้นกับค้าน' ในสภา
ล้างมรดก คสช.=ดับอนาคตใหม่
จับ 'อุตตม' เป็นตัวประกัน?
ทำไม 'ธนาธร' เดินสายต่างประเทศ?