'จ้อน'โผล่อบรม'เสรี'ความคิดพิลึกพิศดาร


   

31 พ.ค.62 - นายอลงกรณ์ พลบุตร รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และอดีตรองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ(สปท) โพสต์เรื่อง “พิลึกพิศดาร?” ลงในเฟซบุ๊กโดยมีเนื้อหาดังนี้

“อ่านข่าวสว.ท่านหนึ่งบอกว่า เป็นรัฐบาลที่มีเสียงข้างน้อยก็มีเสถียรภาพได้โดยอ้างเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันนั้น บอกได้คำเดียวว่า เป็นเหตุผลข้ออ้างพิลึกพิศดารของท่านสว.และไม่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ

ความจริงรัฐธรรมนูญฉบับนี้ให้รัฐสภาเลือกนายกรัฐมนตรีได้ด้วยเสียงเกินกึ่งหนึ่งของรัฐสภา(500ส.ส.+250ส.ว)คือ376เสียงและต้องการให้นายกรัฐมนตรีมีเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฏร เพื่อความมีเสถียรภาพของรัฐบาล มิใช่ให้จัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อยตั้งแต่เริ่มตั้งรัฐบาลเพราะนอกจากรัฐบาลจะไม่มีเสถียรภาพแล้วจะกระทบต่อความเชื่อมั่นของประเทศและเศรษฐกิจโดยตรง

การเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยในสภาผู้แทนราษฎรนั้นไม่มีเสถียรภาพเพราะหากไม่สามารถผ่านกฎหมายทางเงินสำคัญๆรวมทั้งพรบ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีหรือญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจก็ต้องลาออกหรือยุบสภา

นี่คือหลักถ่วงดุลและตรวจสอบของระบบรัฐสภาที่วางอยู่บนฐานเสียงข้างมากข้างน้อยในสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภาช่วยอะไรไม่ได้หรอกครับ หรือจะหวังน้ำบ่อหน้าไปหางูเห่ามาเสริมก็ผิดวิถีทางการปฏิรูปการเมือง

โดยทั่วไป การเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยอาจเกิดขึ้นได้ในภายหลังเมื่อบริหารประเทศไประยะหนึ่งแล้วมีพรรคร่วมรัฐบาลถอนตัวก็เป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยซึ่งนายกรัฐมนตรีก็เลือกที่จะลาออกหรือยุบสภา แต่ไม่ใช่คิดตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อยตั้งแต่วันแรก

เมื่อจะสานต่อการปฏิรูปประเทศหลังเลือกตั้งก็ควรเริ่มต้นด้วยเหตุผลและหลักการที่ดีไม่ใช่หรือ


"เป็นกำลังใจให้จีน สู้..สู้" สำหรับพวกเราคนไทย....... ยามนี้ ไม่มีอะไรดีไปกว่าช่วยกันส่งแรงใจไปให้พี่น้องจีนที่กำลังเผชิญไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ค่อนข้างเดียวดายขณะนี้ โดยเฉพาะที่ "อู่ฮั่น"

การตั้งรับ 'ไวรัส' ของรัฐบาล
สัญญาณ 'ล้างบาง' ตำรวจ
ทำไมต้อง "กดบัตรแทนกัน"?
แรงจูงใจของอาชญากร
ที่ไม่ได้วินิจฉัย 'ใช่ว่าไม่ผิด'
'ศิษย์หนุ่มกับอาจารย์ทารก'