'ประชาธิปัตย์ในภาษากาย'


   

  ประธานรัฐสภา "ชวน หลีกภัย" เคาะแล้ว

                พุธที่ ๕ มิถุนานี้........

                นัดประชุม ๕๐๐ ส.ส.+ ๒๕๐ ส.ว.เลือกนายกฯ!

                เลือกนายกฯ ก่อน

                แล้วค่อยไปตกลง "ตั้งรัฐบาล" กับพรรคร่วมหลวมๆ อย่างนั้นใช่มั้ย?

                ก็ประมาณนั้น!

                แต่ความจริง ไม่หลวมหรอก "พลังประชารัฐ" คงคุยกับพรรคร่วมหาจุดลงตัวว่าด้วยการแบ่งกระทรวงระหว่างทางไปเรื่อยๆ ที่ประกอบด้วย

                ประชาธิปัตย์ ภูมิใจไทย ชาติไทยพัฒนา รวมพลังประชาชาติไทย พลังท้องถิ่นไท และกระจุ๋ม-กระจิ๋ม อีก ๑๐ พรรค

                รวมแล้วก็ ๒๕๔ เสียง ประมาณนั้น!

                เมื่อยังไม่ลงตัว แล้วโหวตเลือกนายกฯ ไม่เสี่ยงที่ประชาธิปัตย์ หรือภูมิใจไทย จะไม่ยกมือให้ดอกหรือ?

                คว่ำคาคอกขี้หมูเอาได้ง่ายๆ เชียวนะ

                ในเมื่อ...........

                ใครจะได้เป็นนายกฯ ต้องได้เสียงสนับสนุนจากสมาชิกรัฐสภา ๓๗๖ เสียงขึ้นไป คือ "กึ่งหนึ่ง" ของจำนวนเต็ม ๗๕๐ เสียง

                ยึดทางคณิตศาสตร์ ถึงประชาธิปัตย์ ๕๓ เสียง ภูมิใจไทย ๕๑ เสียง จะไม่ยกมือให้

                พลังประชารัฐ ๑๑๗ เสียง บวกกับเสียงของพรรคที่ตายใจกันได้ รวมแล้วราวๆ ๑๕๐ เสียง จากฝั่ง ส.ว.อีก ๒๕๐ เสียง

                รวมกันแล้ว ยังไงก็ ชัวร์... ๓๗๖ ขึ้น

                "พลเอกประยุทธ์" เป็นนายกฯ!

                แต่ในด้านศักดาทุบตึก ถ้าจะให้งามเป็น "ภูเขาทอง" ที่ไม่หมองด้วย "หมาเยี่ยวรด"

                พลเอกประยุทธ์ ควรต้องได้เสียงสนับสนุน ๔๐๐+

                และจะงามถึงชั้นสวมชฎา ถ้าได้ถึง ๕๐๐ เสียง

                เอาให้บรรดา Animal ไร้เดียงสา ชักดิ้น-ชักงอ คา Farm กันไปเลย!

                สรุปแล้ว ๕ มิถุนานี้ ฟ้าเป็นของนก เก้าอี้นายกฯ เป็นของลุงตู่ แหงมๆ

                "ชวน หลีกภัย" ประธานที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ รับประกัน!

                เปล่า...อดีตนายกฯ ชวนไม่ได้พูด

                ผมพูดเอง!

                ที่ว่า "รับประกัน" ความหมายผมก็คือ ไม่ต้องห่วงว่าประชาธิปัตย์จะ "หักเหลี่ยมโหด" ในการโหวตเลือกนายกฯ

                "เต็มใจ" หรือ "ฝืนใจ" เป็นอีกเรื่อง

                แต่ที่แน่ๆ ๕๓ เสียงประชาธิปัตย์ "ต้องพรึ่บ"

                เหมือน ๑๑๖ เสียงพลังประชารัฐ "พรึ่บ" โหวตเลือกนายชวนเป็นประธานสภาฯ

                ผมเชื่อ ในความเป็นประชาธิปัตย์ ถึงอย่างไร ก็มีสำนึกพรรคเป็นศักดิ์ศรี แยกแยะได้ ย่อมไม่ทำอะไร ให้สังคมหยาม

                โดยเฉพาะตัวบุคคลที่ผมเชื่อ

                คือ "นายชวน หลีกภัย"

                ในความเป็นนักการเมืองอาชีพ การจะมองท่าน ก็เหมือนมองผ่านแท่งปริซึม

                ฉะนั้น ใครจะว่าอดีตนายกฯ ชวนเป็นแบบไหน ก็อยู่ที่แต่ละคนจะมอง

                ส่วนตัวอดีตนายกฯ ชวน ท่านก็เป็นอย่างที่ท่านเป็นมา ๕๐ ปี

                จากปี ๒๕๑๒ ศีลการเมืองเป็นแบบไหน?

                ถึงวันนี้ ปี ๒๕๖๒.......

                ศีลการเมืองของท่าน ก็ยังดำรงเป็นพิณสามสายเช่นนั้น

                เขี้ยว-ไม่เขี้ยว, เชื่อได้-เชื่อไม่ได้, สร้างภาพ-ไม่สร้างภาพ ผมไม่รู้

                รู้แต่ว่า จากเห็นมาตลอด.......

                ในบทบาทการเมือง ท่านเป็น "สุภาพบุรุษ" คงเส้น-คงวา สิ่งที่ท่านพูด กับที่ท่านทำ เป็นคำตอบถึงกันในตัว

                อดีตนายกฯ ชวน ทำงานการเมืองแบบมีศิลปะ ซึ่งศิลปะนั้น คนละเรื่องกับเล่ห์เหลี่ยม

                "เก๋าเกม" ไม่เหมาะใช้กับอดีตนายกฯ ชวน

                คำว่า "สุภาพบุรุษ" นั่นแหละ ดูจะตรงกับบุคลิกแนวทางท่านที่สุด

                จาก ๑๐ ปี ๒๐ ปี ๓๐ ปี จนมาถึง ๓๐-๔๐-๕๐ ปี ในเส้นทางการเมือง

                จนตัวท่านเป็นสัญลักษณ์พรรคประชาธิปัตย์ "ประจำยุค" ในปัจจุบัน

                จุดเด่นอดีตนายกฯ ที่ใช้ประคับประคองในการบริหารบ้านเมืองให้ผ่านวิกฤติมาแต่ละช่วง คือ

                ความเป็น "สุภาพบุรุษชวน"

                ถึงถมังเชือด......

                แต่ "เชื่อถือได้" ในสัตย์ซื่อ ถือตรง จนถูกถากถางว่า "จอมหลักการ" บ้าง "เป็นนักเชือดไร้น้ำใจ" บ้าง

                อะไรที่อดีตนายกฯ ชวนบอกว่า..ไม่ ก็ไม่, ใช่..ก็ใช่, ไม่มี เฉไฉ-กลับกลอก เล่นลิ้น หลอกเพื่อน หลอกประชาชน

                ผมมองคุณชวนในจุดนี้.......

                ดังนั้น เมื่อท่านตัดสินใจรับเป็น "ประธานสภาฯ" ซึ่งจะว่าไป มันจืดชืดแล้ว

                สำหรับคนเคยเป็นถึงระดับ "นายกรัฐมนตรี" มาแล้วถึง ๒ สมัยอย่างท่าน

                แต่ที่ท่านรับเป็น........

                รับในภาวะ ทั้งคนในพรรคส่วนหนึ่ง และการเมืองนอกพรรค กำลังรวมหัวปิดสวิตช์ "พลเอกประยุทธ์?"

                พูดกันตรงๆ แค่ประชาธิปัตย์ "ไม่ร่วม" รัฐบาลประยุทธ์ก็เกิดยาก

                และพูดกันตรงๆ ประชาธิปัตย์กำลังอยู่ในอารมณ์ "เหม็นขี้หน้า" พลเอกประยุทธ์

                ไม่ร่วม ไปนอนแก้ผ้าเป็นฝ่ายค้านอิสระโก้ๆ ให้คุณช่อยกมือประท้วง ใครก็ว่าไม่ได้

                และในพรรคดูท่าทาง ก็อยากเป็นอย่างนั้น

                แต่พลันที่คุณชวนยอมให้เสนอชื่อเข้าชิงเก้าอี้ประธานสภาฯ

                นั่นเท่ากับ.......

                ตอบทั้งโจทย์ประเทศและโจทย์พรรค เบ็ดเสร็จในตัว

                ว่า.......

                ประชาธิปัตย์ ต้องร่วมพลังประชารัฐ สนับสนุนให้พลเอกประยุทธ์เป็นนายกฯ

                ผมประเมินว่า อดีตนายกฯ ชวน "ส่งสัญญาณ" ผ่านการรับเข้าทำหน้าที่ประธานสภาฯ ด้วยเหตุผลเดียว

                คือ ท่านผ่านประสบการณ์มาแล้ว รู้ว่า...ขณะนี้

                "น้ำเชี่ยว"!

                ในความเป็นนักการเมือง ไม่ควรเอาตีนราน้ำ ภาวะนี้ต้องช่วยกันถ่อ ช่วยกันค้ำยัน ให้แพผ่านหน้าผา "อินทรีกับแพนดา" ตีกัน ไปให้ได้ก่อน

                สุภาพบุรุษชวน แปลงค่าออกมาคือ "สัตบุรุษ" ในทางปฏิบัติ

                ดังนั้น ที่พูดกันว่า ประชาธิปัตย์เก๋าเกม หลอกเอาเก้าอี้ประธานสภาฯ โดยไม่ยอมให้สัญญิง-สัญญาต่างตอบแทนเรื่องร่วมรัฐบาลนั้น

                คนพูด เหมือนเอาใจโจรไปวัดใจวิญญูชน เพราะสุภาพบุรุษอย่างคุณชวน ถึงตอนนี้ ท่านไม่เห็นแก่เก้าอี้แน่นอน

                นั่นคือ ถ้าไม่ร่วม ท่านไม่รับ

                เมื่อรับ เท่ากับส่ง "ภาษากาย" ให้รู้ รัฐบาลพลังประชารัฐเกิดได้แน่

                แล้วอย่างนี้ คนในพรรคประชาธิปัตย์ ใคร-คนไหนล่ะ จะกล้าหักสัญญาณกายท่าน?

                สัตบุรุษ นั้น ใครเป็น-ไม่เป็น ดูตรงไหน?

                ก็ดูตรงนี้ ว่าผู้นั้น ดำรงวิถีเช่นนี้หรือไม่

                -ธัมมัญญุตา เป็นผู้รู้จักเหตุ

                -อัตถัญญุตา เป็นผู้รู้จักผล

                -อัตตัญญุตา เป็นผู้รู้จักตน

                -มัตตัญญุตา เป็นผู้รู้จักประมาณ

                -กาลัญญุตา เป็นผู้รู้จักกาล

                -ปริสัญญุตา เป็นผู้รู้จักหมู่คน

                -ปุคคลัญญุตา เป็นผู้รู้จักบุคคล

                ครับ....ที่คุยมาทั้งหมดนี้ ผมมองถูกหรือมองผิด ๕ มิถุนาค่อยมาเฉ่งเค้ากัน.

               

 


ทำไมต้องแก้รัฐธรรมนูญ?     เป็นข่าวใหญ่โตว่า ประชาธิปัตย์ถูกหักหลัง  เพราะนโยบายรัฐบาล ไม่พูดถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามที่ประชาธิปัตย์เสนอหรือถ้ามี ก็ไม่ใช่นโยบายเร่งด่วน 

จับ 'อุตตม' เป็นตัวประกัน?
ทำไม 'ธนาธร' เดินสายต่างประเทศ?
"ครม.ปู" ดีกว่า "ครม.ลุง" จริงหรือ?
เศรษฐกิจ 'ชี้ขาด' รัฐบาลลุงตู่
ทักษิณ 'วางมือหรือวางเพลิง'
นัยการ 'ไป' ของธนาธร