แบ่งพรรค แยกก๊ก ชิงรัฐมนตรี วังวนน้ำเน่า ปชช.เอือมระอา


เพิ่มเพื่อน    

 

        พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่สภาผู้แทนราษฎรได้ลงมติเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ.2562 เลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร และสภาผู้แทนราษฎรได้ลงมติเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ.2562 เลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้เป็นรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ดังนี้

                1.นายชวน หลีกภัย เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร 2.นายสุชาติ ตันเจริญ เป็นรองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่หนึ่ง 3.นายศุภชัย โพธิ์สุ เป็นรองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่สอง จึงแต่งตั้งให้ผู้มีนามดังกล่าวเป็นประธานและรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ตามความในมาตรา 116 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ประกาศ ณ วันที่ 28 พฤษภาคม พุทธศักราช 2562 เป็นปีที่ 4 ในรัชกาลปัจจุบัน ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

                ขณะที่นายชวนให้สัมภาษณ์ภายหลังรับพระบรมราชโองการว่า สำนักงานเลขาธิการสภาฯ ​จะส่งหนังสือเชิญประชุมสภาฯ และประชุมร่วมรัฐสภา เพื่อเรียกประชุมในวันที่ 5 มิ.ย. มีวาระสำคัญ เวลา 09.00 น. ให้ 4 ส.ส.​ที่ยังไม่ได้กล่าวปฏิญาณตน กล่าวปฏิญาณตนต่อที่ประชุมสภาฯ ก่อนปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นทางการ เวลา 11.00 น. มีการประชุมร่วมรัฐสภา เพื่อพิจารณาวาระสำคัญ คือ เลือกบุคคลให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยจะใช้หอประชุมใหญ่บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ถนนแจ้งวัฒนะ สำหรับการประชุมสภาฯ​ จะนัดประชุมอีกครั้งวันที่ 6 มิ.ย. มีวาระสำคัญ ตั้งคณะกรรรมาธิการพิจารณายกร่างข้อบังคับการประชุมสภาฯ ฉบับใหม่ รวมถึงกำหนดวันประชุมสภาฯ ในสมัยประชุมด้วย

                "เสาหลัก" นิติบัญญัติผ่านกระบวนการพร้อมทำหน้าที่ กำหนดวาระสำคัญ เลือกนายกรัฐมนตรี เตรียมไปลุ้นในวันที่ 5 มิ.ย. จะได้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีต่ออีกสมัยหรือไม่ รอทั้ง ส.ส.และ ส.ว.ทั้ง 750 คน เป็นผู้ตัดสิน ร่วมโหวตตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ท้ายที่สุดขั้วพรรคพลังประชารัฐบวกพรรคพันธมิตรการเมือง ผนึกกำลังสมาชิกวุฒิสภา คงยากจะพลิกโผ สำเร็จลุล่วงทั้งตั้งรัฐบาลเสียงข้างมาก และ นายกรัฐมนตรีจากพรรคพลังประชารัฐ

                ในส่วนของพรรคเพื่อไทยกับพรรคพันธมิตรรวมทั้งสิ้น 7 พรรค กำลังเฟ้นหาตัวนายกรัฐมนตรีมาลงแข่งขันเช่นกันพอเป็นพิธี แต่เป้าหมายหลัก สิ่งที่ต้องเตรียมตัวจัดองคาพยพทำหน้าที่ในสภาฯ ในฐานะฝ่ายค้านมากกว่าประเด็นการจัดตั้งรัฐบาล ซีกพรรคพลังประชารัฐเป็นแกนนำกำลังเดินหน้า เร่งเครื่อง

                การจัดตั้งรัฐบาล การแบ่งเค้กโควตารัฐมนตรีที่ต้องกระจายไปยังกลุ่มต่างๆ ทั้งจากพรรคพลังประชารัฐเอง และพรรคพันธมิตรร่วมรัฐบาล นาทีนี้มีข่าวออกมาไม่สู้ดี 3 พรรคหลักกับอีกหนึ่งก๊ก ประชาธิปัตย์ ภูมิใจไทย พลังประชารัฐ และกลุ่มสามมิตรใน พปชร. ที่ยังตั้งท่า "แยกเขี้ยว กดดัน" ต่อรองกันไปมา ยังไม่ลงตัว

                เริ่มจากพรรคพลังประชารัฐ แม้จะมีการมอบหมายให้ ‘อุตตม สาวนายน’ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กับ ‘สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์’ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ เป็นผู้ประสานหลักในการพูดคุยกับพรรคพันธมิตรในขั้วพรรคพลังประชารัฐ แต่ในพรรคยังมีผู้ยิ่งใหญ่จากขั้วของ 3 ป. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา บิ๊กป้อม-พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ บิ๊กป๊อก-พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ที่มีเสียงร่ำลือมีส่วนในการตัดสินใจต่อโผ ครม.ไม่น้อย 

                พรรคพลังประชารัฐยังมีหนึ่งกลุ่มที่ทรงอิทธิพล กลุ่มสามมิตรของก๊วน 3 ส. สมคิด จาตุศรีพิทักษ สมศักดิ์ เทพสุทิน สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ที่มี ส.ส.กว่า 30 คนในมือ ออกอาการงอแงเมื่อผลการพูดคุยผู้มากบารมีในพรรคพลังประชารัฐ ที่ตั้งวงถกกันในทางลับหลายต่อหลายรอบยังไม่เป็นที่น่าพอใจ เพราะถูกตัดโควตาในกระทรวงที่หมายตาเอาไว้หลายที่

                พรรคประชาธิปัตย์ 52 ส.ส. ปัญหาภายในสองก๊กหลัก ระหว่างก๊ก จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้ากับอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่ต้านทานกระแสยึดพรรคเป็นผลสำเร็จ โดยมีทั้งแกนนำมากบารมีที่คนในพรรคให้ความเกรงใจให้การสนับสนุนอยู่ ผนวกกับ ส.ส.ในกลุ่มที่ต่างเห็นพ้องไปในทิศทางเดียวกัน ขณะที่ก๊ก ถาวร เสนเนียม ที่ว่ากันว่ามีทั้ง ส.ส.และทีมงานให้การสนับสนุนไม่น้อยเช่นกัน เรื่องการเจรจาแบ่งโควตากระทรวงสำหรับพรรคประชาธิปัตย์ แม้นาทีนี้จะเอนน้ำหนักมาทางขั้วของหัวหน้าพรรคคนปัจจุบัน แต่อีกขั้วก็อยู่ในสถานะที่ก็ไม่อาจมองข้าม จะไม่จัดสรรให้บ้างก็ไม่ได้เช่นกัน

                ยิ่งมีข่าวระยะหลัง ผู้มากบารมีพรรคพลังประชารัฐยอมประชาธิปัตย์เกินไป ถึงขนาดยอมยกกระทรวงเกรดเอ ที่จากเดิมไม่ยอมปล่อยเด็ดขาดอย่าง กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ที่ตีตราจองต้องได้นั่งรัฐมนตรีว่าการเท่านั้น ไม่นับรวมเก้าอี้รัฐมนตรีช่วยอีกหลายตำแหน่งที่ต้องกระจายไปในหลายกระทรวง ต้องอยู่ในความดูแลของประชาธิปัตย์เท่านั้น

                ทำให้ขั้วของ "สามมิตรออกอาการไม่สบอารมณ์" โดยเฉพาะกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สมศักดิ์หมายปองเอาไว้ หวังจะเข้าไปสานต่อนโยบายที่ได้พูดไว้ตอนหาเสียง ปั้นเป็นผลงานโบแดง สร้างชื่อให้ทั้งกลุ่มการตัวเองและรัฐบาล เลยออกมาเขย่าย้ำเตือนกระทรวงเกษตรฯ ต้องอยู่ในพลังประชารัฐและสามมิตรเท่านั้น

                ฟากฝั่งภูมิใจไทยด้วยจำนวน ส.ส. 51 ที่นั่ง ก็หมายตากระทรวงเกรดเอ ที่ต้องการส่งคนของตัวเองไปนั่งระดับรัฐมนตรีว่าการเท่านั้น ทั้งกระทรวงคมนาคม กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และก็ไม่รวมรัฐมนตรีช่วย ที่แว่วเสียงจะได้มากถึง 4 กระทรวงหลัก ก็ยื่นคำขาดเช่นกัน ห้ามใครมาแตะ ห้ามเปลี่ยนแปลงเป็นอันขาด

                ผลการเจรจาอันยืดเยื้อ กระทรวงเกรดเอดึงกันไปดึงกันมา ยังหาจุดลงตัวไม่ได้ กลายเป็นปัญหาพันกันไปกันมา บางกระทรวงถ้ายกให้พรรคนี้ก็กลัวคนในพรรคจะไม่พอใจ ครั้นจะดึงกลับมาดูแลเองเอาไว้เป็นโควตากลางของพลังประชารัฐก็ต้องมีกระทรวงไปแลกอีก ซึ่งแต่ละที่ก็เริ่มมีการวางคนไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ถ้าดึงกลับมา ปัดคนเก่าออก ก็จะสร้างความไม่พอใจให้คนภายในด้วยกันเองอีก

                กลายเป็นภาวะงูกินหาง อยู่ในช่วงอึมครึม ที่ผู้มีบารมีในพรรคพลังประชารัฐกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ตกอยู่ในสปอตไลต์ ทั้งกลุ่มก๊กในพรรคพลังประชารัฐจับตา รวมไปถึงคนต่างพรรคที่เฝ้ารอดูว่าจะได้ตามข้อตกลงหรือไม่

                เพียงแค่ตั้งต้นก็เริ่มส่อเค้าไปไม่สวย ขณะเดียวกัน ประชาชนที่เบื่อหน่ายการเมืองมานาน เจอภาวะแบบนี้ยิ่งหน่ายการเมืองไปอีก ถอยหลังไปยึดอำนาจ 2557 ท่ามกลางคำประกาศกร้าว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะเข้ามาปฏิรูปการเมือง มีการเขียนรัฐธรรมนูญ เขียนกฎหมายลูกกันใหม่ แต่ท้ายที่สุดได้เหล้าเก่าในขวดใหม่ หรือไม่ก็ได้ ส.ส.หน้าใหม่เข้ามา แต่บางคนก็มุ่งแต่ความดังมากกว่าความสนใจในการทำหน้าที่ ส.ส.อย่างแท้จริง

                ภาวะรัฐบาลเกือบ 20 พรรคในการจัดตั้งรัฐบาล มีปัญหาซ้อนปัญหา ถูกตั้งคำถามจะสามารถประคับประคองไปได้นานแค่ไหน

                เพียงเริ่มต้นสร้างความเอือมระอาให้ประชาชน นักการเมืองอาศัยช่องทางเลือกตั้งเป็นทางผ่าน ไม่สนใจที่จะปฏิรูปตัวเอง ปฏิรูปพรรค วังวนน้ำเน่า วงจรอุบาทว์หวนกลับ

                ยังไม่ทันได้ทำงาน แต่นักการเมืองตั้งต้นด้วยความขัดแย้ง แบ่งพรรค แยกก๊ก แก่งแย่งช่วงชิงตำแหน่ง ต่อรองผลประโยชน์กันเสียแล้ว!!.

 

                                 ทีมข่าวการเมือง

 


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.